โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[รีวิว] The Lovebirds: ก่อนจะแตกหัก พิสูจน์รักด้วยการไขคดีฆาตกรรม

BT Beartai

อัพเดต 29 พ.ค. 2563 เวลา 06.32 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2563 เวลา 15.01 น.
[รีวิว] The Lovebirds: ก่อนจะแตกหัก พิสูจน์รักด้วยการไขคดีฆาตกรรม

The Lovebirdsถามว่าใครเหมาะกับหนังเรื่องนี้ เอาจริงใครก็ดูได้นะเพราะเป็นหนังบันเทิงดูเพลินเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าคุณบังเอิญเป็นคู่รักที่กำลังจืดชืดกันแล้วล่ะก็ หนังเรื่องนี้ก็มีผลข้างเคียงพิเศษที่เหมาะพอดีกับคุณเลยล่ะจุดเด่นหนังดูง่าย เน้นความบันเทิงที่ไม่เครียดจนเกินไป ทั้งยังมีข้อคิดดี ๆ แฝงอยู่เป็นระยะ ๆ ด้วย คู่นักแสดงอย่าง คูเมล นานจิอานี กับ ไอซ์ซา เร ถึงรูปลักษณ์ดูไม่น่าเข้ากันแต่พอเล่นไปเคมีเข้ากันดีมากจุดสังเกตมุกเป็นสไตล์คำพูดแบบคอเมเดี้ยนฝรั่ง ใครไม่ถนัดแนวนี้อาจรู้สึกว่ามันพูดกันเยอะไป และอีกอย่างก็คือการที่พลอตเดาได้ไม่ยากเย็นอะไรเลย8.9

จิบราน และ เลลานี่ คือคู่รักทั่วไปที่เริ่มต้นอย่างหวานซึ้งราวหนังโรแมนติก ก่อนที่อีกหลายปีถัดมาพวกเขาคือคู่โต้วาทีที่หาเรื่องทะเลาะกันได้ทุกวัน มีคนกล่าวว่าชีวิตรักจะมีจุด ๆ หนึ่งที่บ่งบอกทั้งคู่ว่าจะจบกันหรือจะไปต่อ และเวลาที่ว่าก็เกิดขึ้นในรถขณะที่ทั้งคู่กำลังจะไปงานปาร์ตี้เพื่อนของเลลานี่ บทสิ้นสุดการสนทนาได้เกิดขึ้นก่อนความเงียบทิ้งตัว

จิบราน: “ผมคิดว่าเรากำลังจะเลิกกัน”
เลลานี่: “ฉันคิดว่าเราเลิกกันมาสักพักแล้วล่ะ”
ทั้งคู่: “………”

ตุ๊บ! เสียงร่างของชายที่กำลังปั่นจักรยานคนหนึ่งลอยมากระแทกกระจกหน้ารถของทั้งคู่ เขารีบลุกขึ้นอย่างมึนงง แล้วร้องขอไม่ให้เลลานี่โทรแจ้งตำรวจก่อนจะรีบปั่นจักรยานหนีไป ท่ามกลางความงุนงงของอดีตคู่รักสด ๆ ร้อน ๆ ก็มีชายไว้หนวดที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจมาขอใช้รถทั้งคู่ไล่ตามคนปั่นจักรยานที่เป็นคนร้าย ราวหนังเปลี่ยนแนวจากโรแมนติกดราม่ากลายเป็นหนังตำรวจไล่ผู้ร้ายแบบฉับพลัน จิบรานช่วยดูจีพีเอสจนตำรวจไล่ทันจักรยาน ก่อนที่จะ ตู้ม! ตำรวจนิรนามเร่งความเร็วชนคนปั่นจักรยานอย่างจัง ก่อนจะถอยมาทับอีกครั้ง แล้ววิ่งไปข้างหน้าทับอีกหน ทำซ้ำ ๆ จนร่างชายปั่นจักรยานยับคากับพื้นถนน ในตอนนี้ จิบรานกับเลลานี่ต่างรู้แล้วว่า ชายหนวดคนนี้ไม่น่าจะใช่ตำรวจ และพวกเขาน่าจะโดนเก็บในฐานะพยานคดีฆาตกรรมเป็นรายต่อไป

แต่โชคยังดีที่มีเสียงรถตำรวจแล่นมาทำให้ชายหนวดนิรนามรีบหนีจากไปเสียก่อน กระนั้นความซวยใหม่ก็บังเกิดเมื่อมีคนผ่านมาเข้าใจว่า จิบรานและเลลานี่คือฆาตกรที่เพิ่งชนคนปั่นจักรยานตาแทน อารามตกใจทำให้จิบรานตัดสินใจลากเลลานี่หนีไปก่อนจะถูกตำรวจจับ

และนี่เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางชั่วข้ามคืนของอดีตคู่รักคู่ใหม่ที่ต้องผจญภัยสืบคดีฆาตกรรมเพื่อแก้ต่างให้ตัวเอง ขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับการเป็นคนอื่นคนไกลหลังจากเพิ่งบอกเลิกกันไปแล้ว และยังคือบทสรุปในตัวอย่างหนังที่เปิดประเด็นจนเราสนใจว่า มันจะไม่ใช่หนังรักโรแมนติดคอเมดี้ธรรมดา ๆ แน่นอน

แล้วเมื่อดูไปถึงทีมงานก็ถึงได้พบว่า นี่คือโพรเจกต์หนังเรื่องถัดมาของทีมทำหนังรักสุดอบอุ่นอย่าง The Big Sick (2017) ที่ทำเงินเป็นกอบเป็นกำจากทุนสร้างน้อยนิด ทั้งยังได้เข้าไปชิงออสการ์สาขาบทหนังยอดเยี่ยมในปีนั้นด้วย และถึงไม่นับคุณความดีใด ๆ The Big Sick ก็เป็นหนังรักที่ดูจริงแล้วซาบซึ้งกินใจเรามากที่สุดเรื่องหนึ่งทีเดียว ทว่าในครั้งนี้ ผกก. ไมเคิล โชวาลเทอร์ กับนักแสดงนำอย่าง คูเมล นานจิเอนี ได้หันมาทำหนังฟิกชันเต็มตัวอย่างที่ไม่ได้อิงชีวิตรักจริงของนานจิเอนีกับภรรยาอย่างเรื่องก่อนแล้ว

และผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นหนังบันเทิงที่ดูจริงน้อยลง คมคายยังมีอยู่ แต่สนุกกับสถานการณ์ต่าง ๆ มากขึ้นมากจริง ๆ ไม่ว่าจะฉากคนร้ายขับรถทับคน ฉากสืบสวนจนไปพัวพันลัทธิประหลาด และฉากมัน ๆ อีกหลายฉากด้วย โดยความคมคายที่ว่ายังมีอยู่ก็คือการสะท้อนมุมมองความรักของคนที่รักกันและกำลังเลิกกันต้องทบทวนมองคนรักและตัวเองอีกครั้ง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ผิดที่การกระทำ หรือผิดที่มุมมองความคิด นอกจากฉากทะเลาะในรถจนเลิกกัน ฉากที่ประทับใจอีกฉากคือตอนที่ทั้งคู่กำลังหลบหนีตำรวจ แล้วมีโอกาสได้คุยเปิดอกกันสั้น ๆ

ลัทธิประหลาดที่เหมือนยั่วล้อหนัง Eyes Wide Shut (1999) ของสแตนลีย์ คูบริก ที่บังเอิญก็พูดถึงประเด็นคู่รักเหมือนกัน

เลลานี่: จำตอนที่เราเดตกันเมื่อนานมาแล้ว และมีคู่รักคู่หนึ่งข้าง ๆ เราได้มั้ย
จิบราน: จำได้สิ พวกเขาแทบไม่พูดกันเลย มันอึมครึมมาก
เลลานี่: ฉันจำพวกเขาได้แม่นเลย ตลอดเวลาที่ฉันมองพวกเขาฉันได้แต่คิดว่าไม่อยากเป็นแบบคู่รักคู่นั้นเลย
จิบราน: ……
เลลานี่: แล้วตอนนี้ฉันก็คิดนะ ว่าบางทีพวกเขาอาจไม่ได้รู้สึกแย่อะไรเลย
เลลานี่: ในชีวิตเราอาจแค่อยากอยู่กับใครคนหนึ่งเพียงเพราะอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ก็แค่นั้น

สรุป ในขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของหนังอาจเหมือนหนังโรแมนติกคอเมดี้ที่ตัวละครพูดกันไฟแล่บราวกับเป็นนักเดี่ยวไมโครโฟนขึ้นโชว์พร้อมกัน ซึ่งมีอยู่ดาดดื่น แต่ในเบื้องลึกมันก็ซ่อนความแยบยล ชวนให้คิดถึงเรื่องราวความรักและการอยู่ด้วยกันของคู่รักแบบในชีวิตจริง ไม่มากแต่ก็ไม่น้อยเลยล่ะ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...