โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

"ธานอส" (เกษตรกร)ที่เมินช่องโหว่ทฤษฎีโธมัส มัลธัส "อาหารไม่พอเมื่อประชากรเพิ่มเร็วกว่า"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 ก.ย 2563 เวลา 05.04 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2563 เวลา 05.03 น.
(ซ้าย) ธานอส ตัวละครจากภาพยนตร์ Avengers ภาพจาก Marvel Studio โธมัส มัลธัส นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษ

ก่อนที่โลกแผ่นฟิล์มจะรู้จักวายร้ายเจ้าของไอเดียสุดโต่งอย่างธานอส ในบรรดานักปรัชญายุคก่อน มีชื่อ โธมัส มัลธัส (Thomas Malthus) นักเศรษฐศาสตร์ที่เชื่อในแนวคิดว่าอัตราการเพิ่มของประชากรเติบโตขึ้นเร็วกว่าการผลิตอาหารจากแหล่งทรัพยากรที่มนุษย์ผลิตได้ แนวคิดนี้ถูกมวลมนุษยชาติพิสูจน์ตอกกลับไประดับหนึ่งแล้ว แต่ในแง่หนึ่ง ปัญหาการเพิ่มของประชากรก็ส่งผลกระทบต่อโลกเช่นกัน แค่ไม่ได้ส่งกระทบเชื่อมโยงกับแหล่งทรัพยากรอาหาร

ภาพยนตร์รวมทีมซูเปอร์ฮีโร่ภาคต่อที่กำลังเป็นกระแสในหลายวงการ นักการเมืองและบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมต่างอ้างอิงถึงสื่อบันเทิงร่วมสมัยแห่งปีที่คาดว่าจะเป็นภาพยนตร์ทำเงินถล่มทลายอีกเรื่องหนึ่ง ผลงานเรื่องนี้ยังเล่าเรื่องเกี่ยวกับอภิมหาวายร้ายอย่าง “ธานอส” (Thanos) สิ่งมีชีวิตจากนอกโลกที่ครอบครองวัตถุที่มอบพลังพิเศษให้สามารถกำหนดสิ่งต่าง ๆ ได้ตามใจนึก ไม่ว่าจะเป็นเวลา พลังงาน พื้นที่ และวัตถุต่างๆ

การครอบครองวัตถุพิเศษที่มอบพลังกำหนดสิ่งต่างๆ ในจักรวาลได้ตามใจนึกยังไม่ใช่เรื่องอันตรายที่สุด แต่สิ่งที่อันตรายกว่าน่าจะเป็นแนวคิดเชิงปรัชญาเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยประชากรและทรัพยากรในจักรวาล

ธานอส เชื่อว่า จักรวาลประสบปัญหาจำนวนประชากรมีมากเกินกว่าแหล่งทรัพยากรเป็นผลให้ทรัพยากรขาดแคลนอันเป็นต้นเหตุของปัญหาอื่นๆ ตัวละครโลกแฟนตาซีร่วมสมัยเชื่อว่า การยับยั้งหายนะของจักรวาล จำเป็นต้องลดจำนวนประชากรให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับทรัพยากร และเขาก็ทำจริง ด้วยการใช้พลังของวัตถุพิเศษลดจำนวนประชากร(บนโลก)หายไปครึ่งหนึ่ง (ด้วยการดีดนิ้วเท่านั้น)

แนวคิดของโธมัส มัลธัส

แนวคิดของธานอส สอดคล้องกับมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษสมัยศตวรรษที่ 18 นามว่า โธมัส มัลธัส (Thomas Robert Malthus) เมื่อปี 1798 นักเศรษฐศาสตร์เสนอมุมมองว่า การผลิตอาหารในประเทศช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรก็จริง แต่นั่นเป็นเพียงผลชั่วคราว เมื่อประชากรบนโลกเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการผลิตอาหาร หากสิ่งมีชีวิตบนโลกยังไม่ตรวจสอบอัตราประชากรให้เหมาะสมอาจนำมาสู่หายนะทางสังคม เกิดสภาพอดอยาก และสูญเสียชีวิต

มัลธัส ยังวิจารณ์นโยบายช่วยเหลือคนจนของรัฐซึ่งเขามองว่า เป็นต้นเหตุที่นำมาสู่สภาพเงินเฟ้อ แทนที่จะไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนยากจน และยังมองว่ากลุ่มคนจนเป็นกลุ่มคนที่มีแนวโน้มผลิตทายาทมากกว่ากลุ่มอื่น หากความไม่สมดุลระหว่างจำนวนประชากรกับแหล่งอาหารยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ก็จำเป็นต้องปล่อยให้ประชากรลดลงไปตามธรรมชาติ ทฤษฎีเรื่องประชากรของโธมัส มัลธัส มีอิทธิพลต่อนโยบายทางสังคมในอังกฤษและกลายเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันในช่วงหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีของโธมัส มัลธัส ถูกมวลมนุษยชาติพิสูจน์แล้วว่าถูกครึ่งหนึ่ง คือจำนวนประชากรจะมีแนวโน้มมากกว่าแหล่งทรัพยากรเสมอ แต่ไม่ได้สะท้อนทางออกของสถานการณ์นี้ตามความเป็นจริง เมื่อมนุษย์สามารถสร้างสมดุลระหว่างการผลิตอาหาร (ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลก) กับอัตราการเติบโตของประชากรในเวลาต่อมา

สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ในปัจจุบันเป็นกังวลมากกว่าคือผลกระทบของอัตราการเติบโตของประชากรในโลกที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสถานะของก๊าซเรือนกระจก ซึ่งในทุกวันนี้ เหล่านักวิจัยยังพยายามบ่งชี้เหตุปัจจัยที่นำมาสู่ปัญหาทางสิ่งแวดล้อมอย่างหลากหลาย โดยไม่ได้เจาะจงไปที่สาเหตุจากการเพิ่มของประชากรโลกแค่อย่างเดียว

โธมัส มองข้ามความสามารถของมนุษย์อีกประการคือเมื่อโลกเกิดเหตุการณ์ “ปฏิวัติเขียว” ที่เริ่มช่วงต้นยุค 50s ซึ่งนำมาสู่เทคโนโลยีการเก็บเกี่ยวผลผลิตการเกษตรที่ช่วยเพิ่มอัตราการเก็บเกี่ยวข้าวได้ทั่วโลก ที่สำคัญคือ มัลธัส ยังมองข้ามการพัฒนาของยาคุมกำเนิดที่แพร่หลายมากขึ้นซึ่งทำให้อัตราการเกิดลดลงในเวลาต่อมาด้วย

ทฤษฎีและมุมมองการทำนายปัญหาในอนาคตของมัลธัส ยังคลาดเคลื่อนไป (เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน) โธมัส มองข้ามความสามารถของมนุษย์ในการแก้ปัญหา อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุข อย่างเช่น ระบบจัดการน้ำเสียซึ่งสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคติดต่อ

ประเด็นสำคัญคือ โธมัส (ผู้ที่มีแนวคิดกลุ่มเดียวกับธานอส) มองข้ามศักยภาพในการแก้ปัญหาของมนุษย์

หากโธมัส มาสัมผัสสภาพปัญหาเรื่องความมั่นคงทางชีวิตและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน นักวิชาการเชื่อว่า โธมัส อาจเห็นด้วยกับแนวคิดจากนักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ว่า โลกเริ่มเหลือเวลาน้อยลงในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปัญหานี้เกี่ยวข้องกับแนวคิดทางการเมืองอย่างมีนัยยะสำคัญ

ผลกระทบหากนำแนวคิดมาใช้แบบสุดโต่ง

หากวกกลับมาที่ปฏิบัติการของธานอส ซึ่งเหมือนเป็นการนำมุมมองแนวคิดของโธมัส ที่มีต่อปัญหาในเชิงเศรษฐศาสตร์มาใช้แก้ปัญหาด้วยวิธีปฏิบัติแบบสุดโต่ง การลดจำนวนประชากร(หรือสิ่งมีชีวิต)ในโลกไปครึ่งหนึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิตที่เหลือ อาทิ การสูญเสียจุลินทรีย์ ในระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กส่งผลต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่อย่างเช่นมนุษย์ จุลินทรีย์ที่ช่วยอวัยวะภายในย่อยอาหารด้วยส่วนหนึ่ง เมื่อพวกมันหายไป ในช่วงแรกเริ่ม มนุษย์บางกลุ่มอาจประสบอาการปวดท้อง หรือปั่นป่วนบ้างเล็กน้อย แต่ในระยะเวลาหนึ่ง เมื่อระบบจุลินทรีย์เหล่านี้ฟื้นตัวขึ้นมาก็น่าจะดีขึ้น

หรือกลุ่มแมลงที่มีผลต่อการเกษตร หากแมลงที่มีผลต่อการขยายพันธุ์พืชหรือระบบนิเวศทางการเกษตรหายไปครึ่งหนึ่ง ย่อมส่งผลต่อการเพาะปลูก

หรือการสูญเสียสิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอย่างหนู จะขึ้นมาครอบครองพื้นที่แทน การสูญเสียสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า พวกมันออกลูกจำกัดและขยายพันธุ์ช้าอยู่แล้ว กระทบต่อความหลากหลายในระบบนิเวศในอนาคต นักบรรพชีวินวิทยา เปรียบเทียบการล้างสิ่งมีชีวิตครึ่งหนึ่งบนโลก กับเหตุการณ์อุกกาบาตชนโลกเมื่อกว่า 60 ล้านปีก่อน ซึ่งทำให้ไดโนเสาร์ส่วนใหญ่สูญพันธุ์ ร้อยละ 75 ของสิ่งมีชีวิตแต่ละสายพันธุ์สิ้นชีพไป ยังคงหลงเหลือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก เช่น หนู ยังเหลือรอดอยู่บ้างและต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอด ลอร์เรน แซลเลน นักบรรพชีวินวิทยา จากมหาวิทยาลัยเพนน์ซิลเวเนีย แสดงความคิดเห็นว่า สัตว์ขนาดเล็กที่ปรับตัวก็ต้องใช้ระยะเวลายาวนานเพื่อฟื้นฟูระบบของตัวเองกลับคืนมา เชื่อว่าใช้เวลาประมาณ 20-30 ล้านปีกว่าจะฟื้นตัวจากการสูญเสียขนาดใหญ่

ข้อผิดพลาดในทางทฤษฎีของมัลธัส (และธานอส) เช่นเดียวกับผลกระทบที่จะมีต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิตบนโลก หากประชากรสิ่งมีชีวิตบนโลกลดลงเหลือครึ่งหนึ่งจากการประเมินของนักวิทยาศาสตร์ดังที่ยกตัวอย่างข้างต้นแล้ว ย่อมชี้ให้เห็นถึงมุมมองที่มีต่อปัญหาทางเศรษฐศาสตร์และสิ่งแวดล้อมในโลกสมัยใหม่ที่แตกต่างไปจากมุมมองจากคนในบริบทศตวรรษที่ 18 การที่โลกจินตนาการในจักรวาลคู่ขนานของสื่อบันเทิงนำเสนอด้วยทฤษฎีนี้ย่อมบอกอะไรบางอย่างได้เช่นกัน

อ้างอิง:

Witkowski, Sadie. “If Thanos Actually Wiped Out Half of All Life, How Would Earth Fare in the Aftermath?”. Smithsonian. Online. Access 22 April 2019. <https://www.smithsonianmag.com/science-nature/if-thanos-actually-wiped-out-half-all-life-how-would-earth-fare-aftermath-180972005/>

MacRae, Donald Gunn . Thomas Malthus ENGLISH ECONOMIST AND DEMOGRAPHER.  Britannica. Online. Updated 5 April  2019. Access 26 April 2019. <https://www.britannica.com/biography/Thomas-Malthus>

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ เมษายน 2562

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...