โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

[รีวิว] She Dies Tomorrow แพร่พันธุ์วันตาย - มรณานุสติฉบับยากแท้หยั่งถึง

BT Beartai

อัพเดต 16 พ.ย. 2563 เวลา 01.34 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 16.02 น.
[รีวิว] She Dies Tomorrow แพร่พันธุ์วันตาย - มรณานุสติฉบับยากแท้หยั่งถึง
สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

“หนังเรื่องนี้อาจทำให้คุณปลงชีวิตหรือจิตตกกว่าเดิม” คือคำเตือนบนโปสเตอร์หน้ง She Dies Tomorrow พร้อมกำกับชื่อไทยกันงงว่า แพร่พันธุ์วันตาย ซึ่งสารภาพตามตรงว่าเห็นครั้งแรกยังไงก็ไม่ได้คำตอบอยู่ดีว่าหนังจะพูดถึงอะไรจะมาแนวไหนจะมีไวรัสระบาดแล้วคนตายไหมหรือเราจะได้จมจ่อมกับความทุกข์ตัวละครจนจิตตกตามชะตากรรมจนได้เห็นตัวอย่างหนังด้านบนซึ่งก็….ไม่ได้ให้คำตอบข้างต้นอยู่ดีเลยตัดสินใจตีตั๋วเข้าโรงไปตายเอาดาบหน้าแทน

โดยหนังจะให้เราตามติดชีวิตตัวละครที่ชื่อเอมี (เคต ลิน เชล) ที่กำลังจมจ่อมกับความคิดที่ว่าตัวเองกำลังจะตายในวันพรุ่งนี้และคนเดียวที่เธอโทรศัพท์เพื่อขอให้มาเจอเป็นคร้้งสุดท้ายก็คือเจน (เจน อดัมส์) เพื่อนสาวนักพฤกษศาสตร์ แต่หลังจากได้คุยกับเอมี ตัวเจนก็เหมือนคิดแต่เรื่องการตายในวันรุ่งขึ้นและยังเอาความคิดนี้ไปแพร่ให้กับเจสัน (คริส แมสซินา) น้องชายของเธอพร้อมด้วยซูซาน (เคธี อเซลตัน) น้องสะใภ้รวมถึง ทิลลี (เจนนิเฟอร์ คิม) กับ ไบรอัน (ทุนเด อเดบิมเป) คู่รักที่มาร่วมงาน และจากภาพทรงจำที่ย้อนกลับของเอมีและเรื่องราวที่แตกกระจายของแต่ละคนบางทีความตายก็แพร่ระบาดได้ไม่ต่างจากไวรัสเลยทีเดียว

เอมี (เคต ลิน เชล)
เจน (เจน อดัมส์)

เอาล่ะที่เล่าไปหลายคนอาจคิดว่าสปอยล์ตัวหนังนะครับแต่ขอโทษที..ถ้าไม่เล่าให้ละเอียดขนาดนี้บางทีอาจเล่าได้แค่ว่าเอมีเอาเรื่องตัวเองจะตายไปแพร่ให้คนอื่นแล้วคนอื่นก็อยากตายตาม อันนี้จะดูกำกวมเสียเปล่าดังนั้นสิ่งที่หนังเรื่องนี้ตั้งใจจะเล่าไม่ใช่เรื่องราวการเอาชนะความคิดเรื่องการตาย (ที่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีผลอะไรมาเป็นรูปธรรมเท่าไหร่) แต่เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่หนังตั้งใจจะบิลต์เราให้สะพรึงและกดดันตามตัวละครมากกว่า

โดยข้อมูลที่ควรทราบคือบทภาพยนตร์ของผู้กำกับหนัง เอมี่ ซีเมตซ์ ไม่ได้เล่าเรื่องราวเป็นเส้นตรงและไม่มีการเฉลยที่มาที่ไปอะไรชัดเจน แต่สิ่งที่วนเวียนเป็นเหมือนมวลของเรื่องคือความคิดเรื่องการตายซึ่งแม้หนังจะไม่เฉลยโดยตรงแต่มันก็พอมองออกว่าการตายที่ว่าคงเป็นการอัตวินิบาตกรรมหรือการฆ่าตัวตายมากกว่าจะเป็นการตายธรรมชาติแน่ ๆ ซึ่งมันถูกทำให้เป็นเหมือนโรคระบาดที่แพร่ต่อกันได้ผ่านคำพูดง่าย ๆ

เจสัน (คริส แมสซินา)
ซูซาน (เคธี อเซลตัน)

ซึ่งหากเดาความคิดผู้กำกับไม่ผิดเหมือนซีเมตซ์จะพยายามสะท้อนภาวะซึมเศร้าที่เหมือนโรคระบาดในปัจจุบันจากทั้งครอบครัวและสังคม แต่แทนที่เธอจะทำสเกลให้มันใหญ่โตระดับโลกเธอก็เลือกให้มันแพร่กระจายในวงสังคมหนึ่งเท่านั้น ซึ่งภาวะหมกมุ่นกับความตายดังกล่าวก็ดันเป็นเรื่องที่เธอไม่พยายามอธิบายหรือให้ปัจจัยแวดล้อมเพิ่มเติมเสียด้วยโดยคนดูจะเห็นเพียงว่าถ้าใครมาพูดพรุ่งนี้ฉันจะตายคนได้ยินก็คือจะคิดเหมือนกันแค่นั้นเอง

และยิ่งคนดูต้องตามติดตัวละคร เอมี ในช่วงแรกอย่างหนักหน่วงหนังก็มีทำให้คนดูเกิดคำถามในใจมากกว่าจะคลายปมอธิบายว่าอะไรทำให้เธอเกิดทุกข์บ้างเพราะทั้งการได้ย้ายไปบ้านหลังใหม่ เพิ่งมีแฟนหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ยิ่งไม่ช่วยให้คนดูรู้จักอะไรเธอเลยและยิ่งพฤติกรรมประหลาด ๆ ทั้งการหาโกศไว้ใส่อัฐิหรือร้านทำเสื้อหนัง (เพราะเธออยากให้ผิวหนังของเธอเมื่อตายไปได้ใช้ประโยชน์) ก็ยิ่งทำให้เราไม่อาจเข้าใจเธอได้เลยอะไรทำให้เธออยากตายมากกว่าแค่เรื่องได้รับเชื้อซึ่งหนังจะเฉลยในช่วงท้ายหรือไม่

ไบรอัน (ทุนเด อเดบิมเป)
ทิลลี (เจนนิเฟอร์ คิม)

และแม้หนังเหมือนจะพยายามอธิบายความรู้สึกของมนุษย์ในมุมอื่นอยู่บ้างเช่นความอึดอัดของซูซานที่มีต่อเจนในคืนงานวันเกิดที่เหมือนจะท้าวความเรื่องการไม่เป็นที่ต้องการของญาติและยังมีเรื่องรักร้าวที่ไบรอันกับทิลลีแอบกินแหนงแคลงใจกันมาจนได้ระเบิดเมื่อได้รับการแพร่ความคิดเรื่องการตายวันพรุ่งนี้มาแล้ว ซึ่งตรงนี้บอกตามตรงว่าถ้าหนังให้น้ำหนักกับการอธิบายที่มาของความทุกข์ของเอมีตัวละครหลักด้วยหนังคงพาคนดูดำดิ่งและอินกับตัวละครได้มากกว่านี้แน่ ๆ แต่พอมันไปอธิบายตัวละครแวดล้อมเสียหมดและปล่อยคนดูงงเต็กกับความคิดของเอมีหนังเลยผลักคนดูออกไปเสียมากกว่า

Michelle Rodriguez ในบท สกาย ที่อยู่ดี ๆ นางก็โผล่มา

และโดยที่ยังไม่ต้องไปพูดถึงว่าอยู่ดี ๆ ก็มีนักแสดงสาวห้าวอย่างมิเชล โรดริเกวซจากหนัง FAST ที่โผล่มาแบบไม่มีเหตุผลได้ยังไง ในแง่โทนหนังหลายครั้งก็ไม่รู้ว่ามันจะให้เรารู้สึกกับมันยังไงทั้งงานภาพแสงไฟดิสโก้แดงฟ้าที่แว่บไปแว่บมาให้คนดูแสบตาเล่นหลังจากมีคนได้รับ “เชื้อ” ไปจนถึงฉากฮา ๆ อย่างป้าเจน (เพื่อนเอมีน่ะแหละ) ไปอ่อยหมอแต่หมอขอตัวไปอยู่กับเมียตอนได้รับเชื้อแต่หนังก็ดันเหมือนเอาจริงเอาจังว่านังเจนมันกลัวตายขึ้นสมองซะงั้นจนทำเอาคนดูยิ่งดูยิ่งน้ำในหูไม่เท่ากันไม่รู้ว่าดูไม่รู้เรื่องเองหรือหนังทำมาให้งงกันแน่ ?

มาว่ากันถึงนักแสดงต้องบอกว่าผู้กำกับเหมือนเลือกมาแล้วว่าคนนี้ต้องเล่นเป็นคนนี้โดยไม่ต้องพยายามไปปั้นคาแรกเตอร์มากดังนั้นตัวเอมีที่ได้เคต ลิน ชีลมารับบทนำจึงต้องเน้นหน้าสวยแต่แปลกและดูอมทุกข์ซึ่งเธอก็ประสบความสำเร็จจริง ๆ เพราะแค่เห็นหน้าคนดูก็ทุกข์ตามแล้ว ไปจนถึงเจน อดัมส์ ในบทเจนนักพฤกษศาสตร์ที่มาแพร่เชื้อความตายให้คนอื่นก็ดูไม่น่าคบหาสมาคมด้วยจริง ๆ ส่วนตัวละครอื่น ๆ ดูจบคนดูจะได้แค่ความสัมพันธ์จริง ๆ ว่าคนนี้รู้จักกับคนนั้นแต่ไม่รู้อะไรเพิ่มเติมและดูเป็นส่วนเกินของหนังไปโดยปริยาย

กดที่ภาพเพื่อเช็กรอบฉายและซื้อบัตรชมภาพยนตร์

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ความลงตัวของบทภาพยนตร์7คุณภาพงานสร้าง7คุณภาพนักแสดง7สุนทรียะตามแนวหนัง5.5ความคุ้มค่าบัตรชมภาพยนตร์5.5คะแนนจากผู้อ่าน0 Votes0จุดเด่นหนังจับคอนเซปต์ปัญหาโรคซึมเศร้ามาทำเป็นหนังได้น่าสนใจ นักแสดงแต่ละคนถูกแคสต์มาได้เหมาะเจาะมาก จุดสังเกตการไม่อธิบายหรือเสนอปัจจัยแวดล้อมของตัวละครหลักอย่าง เอมี ทำให้คนดูไม่อาจเอาใจช่วยเธอได้ หลายซีนในหนังไม่อาจพาคนดูไปสู่ประเด็นที่มันต้องการพูดถึงได้ การอธิบายเรื่องความตายเหมือนโรคระบาดยังไม่ลึกซึ้งเหมือนที่หนังพยายามจะสื่อสารนัก6.4

[รีวิว] She Dies Tomorrow แพร่พันธุ์วันตาย - มรณานุสติฉบับยากแท้หยั่งถึง
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...