โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รัฐบาลอัดงบกลาง 1,500 ล้าน จัดซื้อยา-เวชภัณฑ์เพิ่ม จัดสรรให้รพ.ทุกสังกัด

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 มี.ค. 2563 เวลา 02.11 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2563 เวลา 02.11 น. • The Bangkok Insight

รัฐบาลอัดงบกลาง 1,500 ล้านบาท จัดซื้อ ยา-เวชภัณฑ์ทางการแพทย์เพิ่ม จัดสรรโรงพยาบาลทุกสังกัด ทั้งรัฐ และเอกชน รักษาผู้ป่วย ไวรัส COVID-19 

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้สนับสนุนงบประมาณ 1,500 ล้านบาท ให้กระทรวงสาธารณสุข จัดหายาที่จำเป็น เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยให้องค์การเภสัชกรรมจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐ อาทิ ยาฟาวิราเวียร์ (Favilavir) ซึ่งเป็นยามาตรฐานที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบรุนแรง จำนวน 340,000 เม็ด รักษาได้ประมาณ 6,000 คน หน้ากาก N95 จำนวน 2 ล้านชิ้น ชุดPPE. จำนวน 2 ล้านชุด

รวมถึงยาที่แพทย์กำหนดไว้ในแนวทางให้การรักษา เช่น ยาไฮดรอกซีคลอโรควิน (hydroxychloroquine) ยาต้านไวรัสเอดส์ดารุนาเวียร์ (Darunavir) ยาอะซิโธรมัยซิน (Azithromycin)

ส่วนการกระจายยา และเวชภัณฑ์ จะบริหารจัดการจัดสรรผ่านศูนย์ปฏิบัติการกระจายเวชภัณฑ์ในภาวะโควิด-19 ที่มีองค์การเภสัชกรรม (อภ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับผิดชอบจัดส่งให้โรงพยาบาลภาครัฐทุกสังกัด ทั้งกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัย สภากาชาดไทย กรุงเทพมหานคร ตำรวจ ทหาร และโรงพยาบาลเอกชนที่ให้การรักษาผู้ป่วยโควิด-19

โดยเบิกจ่ายจากศูนย์ปฏิบัติการกระจายเวชภัณฑ์ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ขอให้โรงพยาบาล แจ้งความต้องการ ที่ศูนย์ปฏิบัติการกระจายเวชภัณฑ์ ฯ เพื่อให้บุคลากรในโรงพยาบาลทุกแห่ง มีอุปกรณ์ในการป้องกันตนเอง และยารักษาผู้ป่วยอย่างเพียงพอ

สำหรับหน้ากากอนามัย (Surgical Mask) จากการประสานกระทรวงพาณิชย์ได้รับการจัดสรรให้ระบบสาธารณสุขเพิ่มเป็น 1.5 ล้านชิ้นต่อวัน จากเดิม 1 ล้านชิ้นต่อวัน เพื่อให้เพียงพอสำหรับแพทย์ พยาบาล และบุคลากร ที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย เช่น พนักงานเปล แม่บ้าน รวมทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขที่ต้องออกติดตามดูแลผู้กักกันตนเองที่บ้าน

นพ.สุขุม ระบุถึงการที่มีกลุ่มเสี่ยงกลับจากต่างประเทศ และกทม.ไปต่างจังหวัด รวมถึงผู้สัมผัสจากสถานที่เสี่ยง กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรค สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้คือขอให้ประชาชนไม่เดินทางออกจากพื้นที่ เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) งดกิจกรรมรวมกลุ่ม สังสรรค์ ร่วมสู้โควิด-19 ไปด้วยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...