โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดดูแน่นอนแล้ว! ดาวหางแอตลาส เข้าใกล้โลก นักดาราศาสตร์เผยสาเหตุ

Khaosod

อัพเดต 16 เม.ย. 2563 เวลา 13.37 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. 2563 เวลา 13.37 น.
ดาวหางแอตลาส อดดูแล้ว เพราะมันแตกตัว

ดาวหางแอตลาส วันที่ 16 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ใช้กล้องโทรทรรศน์ 2.4 เมตร ของหอดูดาวแห่งชาติ ณ ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ร่วมติดตาม เก็บข้อมูล และบันทึกภาพ “ดาวหางแอตลาส” ขณะนิวเคลียสกำลังแตกตัว ส่งผลให้ความสว่างปรากฏลดลงจนไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า เผยอาจพลาดชมแน่นอนแล้ว

นายสิทธิพร เดือนตะคุ เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ชำนาญการ เผยว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ชนิดสะท้อนแสง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกระจก 2.4 เมตร ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา หรือหอดูดาวแห่งชาติ ภายในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เก็บข้อมูลและบันทึกภาพดาวหางแอตลาส หรือดาวหาง C/2019 Y4 (ATLAS) จำนวน 2,000 ภาพ พบว่าดาวหางกำลังแตกตัว สามารถสังเกต “นิวเคลียส” หรือก้อนน้ำแข็งบริเวณใจกลางดาวหางและส่วนที่แยกออกมาได้อย่างชัดเจน

เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา นายเย่ เฉวียน จื้อ จากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ และนายจาง ฉี เชิน จากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย ได้รายงานในฐานข้อมูล Astronomer’s Telegram ถึงลักษณะของนิวเคลียสที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจหมายความว่าใจกลางของดาวหางดวงนี้กำลังแตกตัว ต่อมาในวันที่ 7 เม.ย. ทีมนักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลจอนห์มัวร์ส ในสหราชอาณาจักร รายงานผลการติดตามดาวหางไปยังฐานข้อมูลเดียวกัน หลังจากใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกระจก 2.0 เมตร เก็บภาพดาวหางดวงนี้ และพบว่าดาวหางแยกออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน พร้อมกับค่าความสว่างที่เริ่มลดลงเรื่อยๆ ยืนยันว่าดาวหางแอตลาสกำลังแตกตัวอย่างแน่นอน

นายสิทธิพร กล่าวเพิ่มเติมว่า นักดาราศาสตร์ทั่วโลกต่างเฝ้าติดตามดาวหางแอตลาส อย่างต่อเนื่อง และคาดหวังว่าจะเป็นดาวหางที่มองเห็นด้วยตาเปล่าในเดือนเมษายนปีนี้ แต่ขณะนี้ค่าความสว่างปรากฏ (แมกนิจูด) ของดาวหางไม่ได้เพิ่มขึ้นตามที่คาดการณ์ ลดลงเหลือประมาณแมกนิจูด 10 (ความสว่างปรากฏของวัตถุท้องฟ้าที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มีค่าประมาณ 6 ค่ายิ่งน้อยยิ่งมองเห็นชัด) ซึ่งเป็นไปได้ว่า ดาวหางดวงนี้อาจไม่สว่างพอที่จะเห็นได้ด้วยตาเปล่าอีกต่อไป

เหตุการณ์ดาวหางโคจรเข้าใกล้โลก เป็นเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นเป็นปกติ สามารถอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ คาดการณ์ได้ และมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นอีก ซึ่ง สดร. ในฐานะหน่วยงานด้านดาราศาสตร์ของประเทศ จะเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของวัตถุท้องฟ้าต่างๆ เพื่อเก็บรวบรวมและสร้างฐานข้อมูล นำไปศึกษาวิจัยต่อยอดองค์ความรู้ให้กับสาธารณชนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...