โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เคลมดิ” National Dispatcher ธุรกิจประกัน

Businesstoday

เผยแพร่ 03 เม.ย. 2563 เวลา 04.00 น. • Businesstoday

สตาร์ทอัพด้านบริการประกันภัยสัญชาติไทย “Claim Di” กับการก้าวสู่สตาร์ทอัพซีรีส์บี ด้วยการเป็นมากกว่าคนเคลมประกันและรับสายโทรศัพท์

กิตตินันท์ อนุพันธ์
ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง
บริษัท เอนนี่แวร์ ทู โก จำกัดระบุว่า
ปัจจุบันเอนนี่แวร์
ทู โก เป็นผู้ให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจประกันภัย
โดยการให้พนักงานขับรถที่อยู่ในสังกัด วิ่งไปเคลมประกันในพื้นที่ต่าง ๆ
ทั่วประเทศไทย
แทนตัวแทนประกันภัยของบริษัทที่เป็นพันธมิตรเพื่อเข้าไปถึงพื้นที่ให้รวดเร็วที่สุด
และจัดการปัญหาในกรณีเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนผ่านแอปพลิเคชัน “เคลมดิ” โดยมีการเปิดให้แจ้งเคลมอุบัติเหตุผ่านทางออนไลน์ด้วย
และเริ่มให้บริการธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ทดแทนบริษัทประกันภัยโดยตรง
เปรียนเสมือนเอ้าท์ซอสของธุรกิจ

จากเดิม
เอนนี่แวร์ ทู โก มีพนักงานที่รับเงินในแต่ละงานในสังกัดกว่า 11,000 คนทั่วประเทศ
คิดค่าธรรมเนียมในการใช้บริการกับบริษัทประกัน คล้ายแอปพลิเคชันรับ-ส่งอาหารอื่น ๆ
แต่เป็นผู้ให้บริการพนักงานในธุรกิจประกันแทน พนักงานเองก็จะได้รับค่าจ้างเป็นงาน
ๆ ไป ซึ่งในพนักงานหนึ่งคนก็สามารถทำได้หลายอย่าง ตั้งแต่ตรวจสภาพรถ
เก็บเอกสารยืนยันตัวตนบัตรเครดิต จนถึงสินเชื่อเงินกู้รถยนต์

โดยในปี
2563 มีแผนที่จะทำให้รายได้เพิ่มเป็น 400 ล้านบาท และตั้งใจให้ปี 2564
มีรายได้หลักพันล้านบาท ซึ่งเบื้องหน้าหลายคนอาจเข้าใจว่าทำแค่ธุรกิจเคลมประกัน
แต่จริง ๆ แล้ว พยายามที่จะทำให้เป็น National Dispatcher ด้านธุรกิจประกันภัยและธุรกิจระดับองค์กร
โดยพนักงานที่มีทักษะสูง(High-Skill) ปัจจุบันกำลังได้งานของห้างสรรพสินค้า
เทสโก้ โลตัส และ เซเว่น อีเลฟเว่น ในการเปลี่ยนป้ายโฆษณาตามชั้นสินค้า
พร้อมกันทั่วประเทศ

กิตตินันท์ ระบุว่า เพราะธุรกิจของบริษัทเป็นแง่ของการบริการ
ด้วยมูลค่าตลาดทำให้ไม่สามารถเติบโตไปเป็นสตาร์ทอัพซีรีส์ บี
แบบก้าวกระโดดเหมือนธุรกิจประกันภัยอื่น ๆ ไม่ได้ ที่ผ่านมาจึงระดมทุนในระดับซีรีส์
เอ 2 และ เอ 3 ราว 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 2 ธนาคารยักษ์ใหญ่ในไต้หวัน อย่าง Cathay Venture
เพื่อนำมาสร้างมูลค้าการเติบโตแบบที่นักลงทุนใน ซีรีส์ บี ต้องการ
โดยที่หันไปสร้างการเติบโตด้านอื่น ๆ มากขึ้น
โดยหันไปขายประกันกับรถที่เป็นรถบริษัท ด้วยประกันตามระยะทางวิ่ง เก็บ Big Data สภาพรถก่อนวิ่ง
รวมทั้งขยายไปเติบโตในตลาดเคลมประกันสิงคโปร์สำหรับอู่ซ่อมรถด้วย
และเชื่อว่าบริการที่มีจะสามารถทำให้ก้าวสู่การเป็นสตาร์ทอัพระดับ ยูนิคอร์นได้

สำหรับธุรกิจที่
เคลมดิ เข้าไปทำในสิงคโปร์
ด้วยสภาพธุรกิจที่แตกต่างเนื่องจากจำนวนป้ายทะเบียนที่มีแค่ 1
ล้านป้ายทะเบียนทั่วประเทศ ซึ่งหากลูกค้าประกัน เกิดรถชน ก็ให้ขับรถไปอู่ที่ทำเคลมได้(Accident
Report Center)
ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากชน ซึ่งอู่ซ่อมรายอื่น ๆ แต่ละเจ้าก็จะประมูลรถเพื่อซ่อม
โดยอู่รถที่รับเรื่องจะได้รับค่าทำรายงาน 20-30 ดอลลาร์สิงคโปร์ จากบริษัทประกัน
ซึ่งระบบของเคลมดิที่เข้าไปทำคือลูกค้าไม่ต้องยกรถไปที่อู่ภายใน 24
ชั่วโมงอีกต่อไป และค่าบริการอยู่ที่ 7 ดอลลาร์สิงคโปร์

กิตตินันท์ อนุพันธ์ เชื่อว่า การขยายโมเดลธุรกิจในกลุ่มธุรกิจประกันที่ไปดิสรัปชั่นกลุ่มธุรกิจที่ยังทำเคลมด้วยกระดาษอยู่ในหลาย
ๆ หมวดย่อยจะเป็นทางออกให้ เคลมดิ ก้าวไปสู่สตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...