โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

White Christmas เพลงคริสต์มาสยอดนิยมของทหารอเมริกันในสงครามโลกครั้งที่ 2

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 23 ธ.ค. 2565 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2565 เวลา 04.26 น.
เออร์วิง เบอร์ลิน (Irving Berlin) ร้องเพลงบนเรือ USS Arkansas เมื่อ ค.ศ. 1944

“I’m dreaming of a white Christmas, Just like the ones I used to know” แค่คนอเมริกันได้ยินสองท่อนของเพลง White Christmas ก็ทำให้คิดถึงบ้านและอยากกลับไปฉลองช่วง คริสต์มาส กับครอบครัว แต่หลายคนคงยังไม่ทราบว่าผู้เขียนเพลงนี้เป็นชาวยิว ซึ่งแต่แรกเขาไม่ได้ชื่นชอบเทศกาลเลยแม้แต่น้อย

เออร์วิง เบอร์ลิน (Irving Berlin) ค.ศ. 1888-1989/พ.ศ. 2431-2532 เขียนเพลงคริสต์มาสสีขาว “White Christmas” ในช่วง ค.ศ. 1940-1941/พ.ศ. 2483-2484 เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่อเมริกาเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามโลกครั้งที่ 2เพลงนี้จึงถูกเปิดในวิทยุของกองทัพในช่วงสงคราม นั่นจึงทำให้เพลงได้รับความนิยมในกองทัพ เพราะมีความหมายลึกซึ้ง เมื่อฟังแล้วก็ทำให้คิดถึงบ้านและคิดถึงความงามของหิมะในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

เออร์วิง เบอร์ลิน เดิมมีชื่อว่า Israel Baline (ในวัยเด็กเขามีชื่อเล่นว่าอิซซี) เขาเกิดในประเทศรัสเซีย เป็นลูกชายของนักร้องที่ประจำอยู่ในที่ชุมนุมทางศาสนาของชาวยิวที่เรียกว่า “ซินนาก็อก” ครอบครัวมีฐานะยากจน

รัสเซียในสมัยนั้นตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ซึ่งพระองค์รังเกียจชาวยิวอย่างมากและมีนโยบายกวาดล้างชาวยิวอย่างเหี้ยมโหด ในช่วงเวลานั้นเออร์วิง เบอร์ลินอายุเพียง 4 ขวบเห็นภาพทหารคอร์แซกของพระเจ้าซาร์เผาทำลายหมู่บ้านของเขาจนหมดสิ้น ครอบครัวจึงต้องอพยพไปอยู่สลัมยิวในนิวยอร์ก

เออร์วิง เบอร์ลินเป็นชาวยิวที่เติบโตขึ้นในเมืองนิวยอร์กซึ่งคนในเมืองส่วนมากเป็นชาวคริสต์ เวลาที่เขาเห็นชาวคริสต์ในเมืองเฉลิมฉลองคริสต์มาสกันมันทำให้เขารู้สึกแปลกแยกไม่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ต่อมาความคิดของเขาเปลี่ยนไป เมื่อครอบครัวของเพื่อนที่เป็นคริสต์ชาวไอริชเชิญเขาเข้าร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสมันทำให้เขาเปลี่ยนไปชื่นชอบเทศกาลคริสต์มาสนับแต่นั้น

ชีวิตของเออร์วิง เบอร์ลินไม่ได้ราบรื่นนัก หลังจากพ่อตายตอนเขาอายุ 13 ปี เขาต้องออกจากโรงเรียนมาทำงานช่วยแม่ เขาทำงานหลายอย่างโดยนำความทรงจำที่มีเกี่ยวกับการร้องเพลงของพ่อมาใช้ในการทำงาน เช่น การขายหนังสือพิมพ์ นำทำนองที่พ่อเคยร้องหรือคิดเองใส่เนื้อที่เป็นพาดหัวข่าว แล้วร้องออกมาเป็นเพลง หรือเป็นพนักงานเสริฟที่ร้องเพลงให้ลูกค้าฟัง ต่อมาเขาจึงได้นำความสามารถเหล่านี้ไปเขียนเพลง White Christmas

เพลง White Christmas กลายเป็นที่รู้จักผ่านภาพยนตร์Holiday Inn เพราะเป็นเพลงที่มีความหมายลึกซึ้งกินใจ ซึ่งในช่วงภาพยนตร์ออกฉาย เป็นเวลาเดียวกันกับที่อเมริกาถูกญี่ปุ่นโจมตีท่าเรือเพิลฮาเบอร์ (Pearl Harbor) เพลงนี้จึงเป็นเพลงคริสต์มาสที่เกิดในช่วงสงครามและใช้เปิดให้ทหารฟังเพื่อระลึกถึงดินแดนอเมริกา White Christmas มีเนื้อร้องว่า

“I’m dreaming of a white christmas

Just like the ones I used to know

Where the treetops glisten and children

listen to hear sleigh bells in the snow”

ความหมายของเพลงทำให้นึกถึงความรู้สึกที่อยากเห็นคริสต์มาสสีขาว การประดับตกแต่งยอดไม้และภาพเด็กที่ฟังเสียงกระดิ่งของเลื่อนกลางหิมะ มันทำให้ผู้ฟังเกิดความสุขและคิดถึงบ้าน

เพลง “White Christmas” นอกจากเป็นเพลงคริสต์มาสที่มีความหมายดีความหมายของมันยังลึกซึงผู้ได้ฟังเพลงนี้จะทำให้คิดถึงบ้าน นึกถึงการฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวและที่สำคัญยังเป็นเพลงที่ทหารอเมริกันได้ฟังทำให้ทหารที่ออกรบนึกถึงบ้านและนึกถึงความงามของหิมะในช่วงวันคริสต์มาส

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ศุภาศิริ สุพรรณเภสัช.เพลงของโลกและของเรา.กรุงเทพฯ : มติชน, 2557

White Christmas The Story Behind the Song,from https://americacomesalive.com/2017/12/13/white-christmas-the-story-behind-the-song.Access 23 December 2019.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 ธันวาคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...