โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ทนายรณรงค์' อธิบายข้อกฎหมายทำไม 'สมคิด พุ่มพวง' ฆาตกร 5 ศพติดคุกแค่ 14 ปี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 ธ.ค. 2562 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2562 เวลา 08.03 น.

ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายชื่อดังเจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจทนายคู่ใจ ระบุถึงคดีนายสมคิดพุ่ม พวงพวง หรือสมคิดเดอะริปเปอร์ ฆาตกรต่อเนื่องที่เคยก่อคดีฆาตกรรมถึง 5 ศพ ก่อนที่จะก่อคดีฆาตกรรมศพที่ 6 หลังจากได้รับอภัยโทษออกมา โดยศพแรกเกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีก่อน โดยจะมีพฤติการณ์หลบหนีไปตามจังหวัดต่างๆ

ทนายรณรงค์ ระบุว่าตนได้พูดคุยกับรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้อธิบายว่าพนักงานอัยการสั่งฟ้องนายสมคิดอย่างไร คือทั้ง 5 คดีศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ลงโทษประหารชีวิตหมดเลย พนักงานอัยการเขียนคำร้องบรรยาพฤติกรรมของนายสมคิดไปทั้ง 5 คดี แต่เมื่อมาถึงชั้นศาลฎีกา ศาลท่านได้พิจารณาข้อกฎหมายแล้ว ท่านบอกว่า การที่นายสมคิด รับสารภาพ ในชั้นพนักงานสอบสวน รับสารภาพในชั้นจับกุม จึงเป็นเหตุให้ลดโทษอย่างหนึ่ง โดยลดโทษให้ 1 ใน 3 จากประหารชีวิต เหลือจำคุก ตลอดชีวิต

คำถามคือทำไมการฆาตกรรม 5 ศพถึงไม่ประหารชีวิตให้ตายตกไปตามกัน ทนายรณรงค์ ระบุว่าเป็นประเด็นทางข้อกฎหมาย โดยตามกฎหมายไทยจะเวลาที่มีการกระทำความผิดจะมีการนับโทษ เช่น ถ้าศาลลงโทษ 1 ปี ตีหัวคนไป 5 คน ศาลลงโทษคนละปี ก็โทษจะรวมเป็น 5 ปีต่อกันไป

แต่คดีสมคิด พิเศษกว่านั้น ศาลลงโทษประหารชีวิต ประมวลกฎหมายอาญากำหนดโทษเอาไว้ 5 สถาน สถานที่ 1 คือปรับ 2. ริบทรัพย์ 3. กักขัง 4.จำคุก 5.ประหารชีวิต โทษประหารชีวิตคือหนักที่สุด ไม่สามารถประหารซ้ำๆกันได้ เช่นเดียวกันกรณี “จำคุกตลอดชีวิต” ที่ศาลฎีกาลดโทษลงมาให้ ทั้ง 5 คดี ไม่สามารถบวกรวมกันได้ ก่อนที่จะนำมาพิจารณาจำนวนปีสำหรับโทษจำคุกตลอดชีวิต ตามกฎหมายให้นับเท่ากับการจำคุก 50 ปี โดยนายสมคิด ทำตัวเป็นประโยชน์ เข้าข่ายได้รับอภัยโทษลงมาเรื่อยๆ จนเหลือจำคุก 14 ปี และถูกปล่อยเป็นอิสระ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...