หรือเพราะสิ่งที่เราเชื่อมาตลอด ทำให้เรามีชีวิตในแบบทุกวันนี้ ? - เพจบันทึกนึกขึ้นได้
บางครั้งไม่ต้องเชื่อว่าสิ่งที่ เราเจอ เราเห็น เราเป็น มันเป็นความจริงรึเปล่าก็ได้
แต่ลองถามตัวเองก่อนว่า สิ่งที่จะเชื่อนั้นมันเป็นประโยชน์กับเราต่อไปรึเปล่า
มีเรื่องเล่าว่ามีผู้ชายสองคนนั่งคุยกัน
คนแรกบอกคืนหนึ่งเค้าอยู่ท่ามกลางป่าในขั้วโลก อากาศหนาวจนแทบจะขาดใจตาย
เพราะไม่มีอะไรที่จะทำให้เขาอบอุ่นได้
ในใจก็นึกถึงพระเจ้า
ว่าถ้าท่านมีจริงผมขอร้องให้ท่านช่วยผม
ผมสัญญาว่าจะเชื่อท่านตลอดไป
ผู้ชายอีกคนก็เลยตอบว่า
เห้ย แกก็อยู่นี่แล้วไง แสดงว่าชัดเจนเลยคืนนั้นพระเจ้าช่วยแก
ผู้ชายคนแรกบอกว่า ไม่ใช่เลย
ไม่ใช่พระเจ้าหรอก เพราะหลังจากที่ชั้นสวดอ้อนวอนเสร็จ
ก็เป็นชาวเอสกิโมที่เดินผ่านมาต่างหากที่พาชั้นออกไปจากที่นั่นได้
เป็นเรื่องราวเดียวกัน แต่คนสองคนเลือกที่จะเชื่อต่างกัน
คุณก็คงเคยได้ยินหรือพบกับเหตุการณ์ประมาณนี้มาเหมือนกัน
แล้วยิ่งที่เราอยู่ในยุคที่ใช้อินเตอร์เนตความเร็วสูงแบบในทุกวันนี้
เราก็แทบจะรู้ได้เลยว่า
ข้อมูลความเชื่อหรืออะไรก็ตามบนโลก
มันสามารถเอามาถกเถียงกันต่อได้แบบที่แต่ละคนก็จะมีมุมของตัวเอง
เช่นต้องเรียนสูงๆ นะถึงจะมีงานดีๆ ทำ
ซึ่งความคิดนี้ก็อาจจะมีคนเห็นต่าง
ต้องเก็บเงินไว้เยอะๆ นะ อนาคตจะได้สบาย
แบบนี้ก็มีความคิดแบบอื่นที่ถกขึ้นมาได้
ซื่อสัตย์แล้วก็รักษาสัญญาสิ แล้วเธอจะมีความรักที่ดี
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งชุดความเชื่อที่อาจจะมีคนบอกว่า
หื้มมม ก็ไม่ใช่แบบนั้นรึป่าวว้าา
ไม่ได้กำลังเจาะจงไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง
แต่แค่กำลังจะบอกว่า
ทุกๆ ความคิด หรือความเชื่อ
ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ สุดท้ายแล้วเราก็เลือกที่จะเชื่อบางอย่างอยู่ดี
บ้างก็มีเหตุผลรองรับบ้างก็ไม่มี
สิ่งที่เราเชื่อมาตลอดจนถึงทุกวันนี้
ทำให้เรามีชีวิตในแบบที่เป็นอยู่วันนี้
ซึ่งบางสิ่งที่เราเชื่อไม่ได้ช่วยเรา - มันซ้ำเติมเรา
มันมีความเชื่อบางอย่างที่มันมีอคติซ่อนอยู่ในนั้น
ยกตัวอย่างเช่นคนที่เชื่อว่าตัวเองหน้าตาไม่ดี
ก็จะรู้สึกว่ามีแต่คนสังเกตถึงความไม่สวยไม่หล่อของเค้า
แล้วก็คิดว่าทุกคนปฏิบัติกับเค้าไม่ดีเพราะเค้าหน้าตา
แต่ไม่ได้สังเกตเห็นถึงคนที่พยายามทำดีกับเขาเลย
คนที่คิดว่าคนอื่นไม่ฉลาดก็จะสังเกตเห็นแต่ข้อบกพร่องของคนอื่น
แทนที่จะเห็นศักยภาพการทำงานที่พวกเขาพยายามทำ
ยังมีอีกหลายคนที่เชื่อว่าเค้านั้นเป็นคนไม่มีเสน่ห์แล้วก็ไม่ได้น่าสนใจอะไร
ในขณะเดียวกันก็มีใครอีกหลายๆ คนพยายามที่จะเข้ามาทำความรู้จักเขาอยู่
ไม่ใช่สิ่งที่เราเคยเจอ
แต่มันคือสิ่งที่เรารู้สึกกับตัวเอง ทำให้เราเป็นแบบนี้
หลายครั้งที่ปัญหาของเรามันไม่ใช่ปัญหา
แต่มันคืออาการของการเชื่อในสิ่งที่ไม่ได้เป็นประโยชน์กับตัวเอง
มันไม่ได้จำเป็นหรอกที่สิ่งที่เราเชื่อมันจะจริงมั้ย
แต่มันสำคัญที่ว่าพอเราเชื่อแล้วมันเป็นประโยชน์กับเรารึเปล่า
การที่เชื่อว่าเราหน้าตาไม่ดี ไม่น่าสนใจอาจจะจริงหรือไม่จริง ก็แล้วแต่มุมมองแต่ละคน
ซึ่งมันไม่สามารถพิสูจน์ได้จากปากคนไม่กี่คน
แล้วทำไมไม่ลองคิดว่ามันไม่จริงดูบ้าง ?
เราจะสูญเสียอะไรไปจากการคิดแบบนั้นหรอ?
จริงอยู่การเลือกที่จะเปลี่ยนความเชื่ออะไรแบบหน้ามือเป็นหลังมือมันอาจไม่ได้ง่าย
มันยากและมันใช้เวลา
ไม่ต้องรีบหวังผลหรอก
ค่อยๆหว่านเมล็ดลงไป
ครั้งหน้าที่เริ่มรู้สึกว่าเราโง่หรือเราไม่เอาไหน
ลองคิดดูอีกทีว่าคิดแบบนี้แล้วมันได้อะไรขึ้นมาบ้าง
ครั้งต่อไปที่คุณรู้สึกว่ายังไม่ดีพอ ไม่มีความสามารถที่จะทำอะไรบางอย่างที่คุณหวังไว้
ลองคิดดูอีกทีว่าคิดแบบนั้นแล้วมันทำให้เรามีแรงทำอะไรต่อไปไหม
มันไม่ได้สำคัญว่ามันจริงหรือไม่จริง
เพราะไม่มีใครยืนยันได้แน่นอนถึงสิ่งนั้น
แล้วทำไมถึงไม่เลือกที่จะเชื่อในแบบที่พอเชื่อแล้ว
มันจะทำให้เรามีแรงเดินหน้าต่อไปดู ?
ติดตามบทความใหม่ ๆ จาก เพจบันทึกนึกขึ้นได้ ได้บน LINE TODAY ทุกวันศุกร์