โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

6 พฤติกรรมเล็กๆ ของพ่อแม่ ที่อาจส่งผลให้พี่น้องทะเลาะกัน

Mood of the Motherhood

อัพเดต 12 พ.ย. 2563 เวลา 01.52 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2563 เวลา 01.52 น. • Features

ครอบครัวที่มีลูกเล็กหลายคน คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า คุณพ่อคุณแม่จะต้องเคยเหนื่อยใจเพราะการทะเลาะกันตั้งแต่ระหว่างตัวแสบพี่น้องในบ้านเป็นแน่ และบางครั้งจากทะเลาะหรือไม่พอใจกันด้วยเรื่องเล็กน้อย แต่หนักเข้าก็นำไปสู่การลงไม้ลงมือ พี่ตีน้อง น้องทุบพี่ จนคุณพ่อคุณแม่ต้องคอยเข้ามาห้าม หรือบางครอบครัวก็อาจจะมองว่าพี่น้องทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดา เดี๋ยวก็ลืมแล้วกลับมาเล่นกันเหมือนเดิม

ความจริงแล้วเด็กเล็กหรือเด็กปฐมวัย เป็นวัยที่เพิ่งทำความรู้จักกับความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆ ของตัวเอง และยังมีทักษะการเข้าสังคมหรืออยู่ร่วมกับคนอื่นไม่ดีนัก ทำให้ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมหรือการแสดงออกของตัวเองได้ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้เกิดการทะเลาะหรือผิดใจกับเด็กในวัยใกล้เคียงกันได้ง่าย

แต่พฤติกรรมและการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่ที่มีต่อลูก ก็มีส่วนสำคัญในการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่า พฤติกรรมอะไรบ้างที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรทำ เพราะอาจจะไปช่วยกระตุ้นให้พี่น้องมีโอกาสผิดใจและทะเลาะกันมากขึ้น

1. ตั้งกฎเกณฑ์ระหว่างพี่น้องที่ไม่เหมือนกัน

คุณพ่อคุณแม่อาจจะคิดว่าเด็กแต่ละคนควรจะได้รับกฎกติกาหรือข้อตกลงที่แตกต่างกันไปตามช่วงวัย เช่น น้องที่อายุน้อยกว่าอาจจะยังไม่สามารถรับผิดชอบหรือดูแลตัวเองได้ดีเท่ากับคนพี่  ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผิดค่ะ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่อธิบายเหตุผลให้ลูกฟัง ลูกก็จะไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ถึงมีกฎกติกาที่แตกต่างกัน เช่น ทำไมแม่ถึงอาบน้ำให้น้อง แต่ตั้งกฎว่าพี่ต้องอาบน้ำเอง ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่จะตั้งกฎกติกาที่แตกต่างกันระหว่างพี่กับน้องก็ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจเหตุผลทุกครั้งค่ะ

2. เข้าข้างน้องอยู่เสมอ แม้น้องจะทำผิด

บางครั้งคุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องการปลูกฝังให้พี่รู้จักการให้อภัย และยอมอ่อนให้น้อง แต่ความจริงแล้ว การทำเรื่องผิดพลาด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใครก็ควรได้เรียนรู้และยอมรับผลการกระทำของตัวเอง  ดังนั้นสิ่งสำคัญก็คือไม่ควรแสดงออกว่าน้องทำอะไรก็ไม่ผิด หรือบอกให้พี่ต้องยอมน้องอยู่เสมอ เพราะจะยิ่งทำให้พี่รู้สึกน้อยใจ คิดว่าคุณพ่อคุณแม่รักน้องมากกว่า ทำให้พี่รู้สึกไม่ดีกับน้อง และยังทำให้น้องไม่ได้เรียนรู้ความผิดพลาดของตัวเอง

3. ไม่มีเวลาร่วมกันภายในครอบครัว

การที่คุณพ่อคุณแม่ไม่มีเวลาให้กับครอบครัว ไม่ได้ส่งผลแค่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูกเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างพี่กับน้อง เพราะพี่น้องจะขาดคนที่คอยเป็นกาวใจและคลี่คลายสถานการณ์ตอนทะเลาะกัน ไม่มีคนคอยพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างพี่น้อง ทำให้ลูกต้องเก็บความรู้สึกไม่พอใจที่มีต่อกัน นานไปอาจเป็นปัญหาที่สะสมอยู่ในใจของลูกได้

4. เปรียบเทียบระหว่างพี่และน้อง

บางครั้งคุณพ่อคุณแม่อาจเผลอเปรียบเทียบลูกโดยไม่รู้ตัว เช่น พูดให้ลูกได้ยินว่าน้องดื้อ ไม่เหมือนพี่ที่เรียบร้อยและเชื่อฟัง หรือน้องกินง่ายกว่าไม่เหมือนกับพี่ที่กินยาก แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่การเปรียบเทียบก็ทำให้ลูกรู้สึกไม่สบายใจ ไม่พอใจ และยังเป็นการปลูกฝังนิสัยชอบเปรียบเทียบกันเองให้กับลูกอีกด้วย

5. ไม่ให้ลูกเห็นคุณค่าของกันและกัน

การเห็นคุณค่าของกันและกันถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้พี่กับน้องรักใคร่และไม่บาดหมางกันนานเกินไป เพราะไม่ว่าจะทะเลาะกันอย่างไร พี่น้องก็ยังคงนึกถึงข้อดีของอีกฝ่ายได้เสมอ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรทำให้ลูกเห็นคุณค่าของการมีพี่น้อง เช่น บอกให้ลูกเห็นข้อดีของการมีพี่น้องที่คอยช่วยเหลือกัน เพื่อปลูกฝังให้ลูกเรียนรู้และเห็นคุณค่าของการมีกันและกัน และไม่ควรทำให้ลูกรู้สึกว่าการมีพี่หรือน้องจะทำให้ลูกถูกลดทอนความรักลงไปจะช่วยให้ลูกรู้สึก

6. ไม่มีพื้นที่ส่วนตัวให้ลูก

การที่คุณพ่อคุณแม่พยายามให้พี่และน้องอยู่ร่วมกันมากจนเกินไป ก็อาจเป็นปัจจัยอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ลูกเกิดความเครียด กดดัน และทำให้ทะเลาะกันในที่สุด เพราะลูกอาจจะรู้สึกอึดอัดและไม่เป็นตัวของตัวเอง ถ้าต้องอยู่ร่วมกับพี่น้องและทำอะไรเหมือนกันตลอดเวลา เช่น คุณพ่อคุณแม่พาลูกไปเรียนดนตรีทั้งสองคน พี่อาจจะรู้สึกสนุกมาก แต่น้องอาจจะไม่ชอบ ดังนั้นการต้องทำอะไรเหมือนกัน และไม่มีพื้นที่หรือเวลาส่วนตัวให้กับลูกแต่ละคน ก็อาจทำให้ลูกอึดอัดและขัดแย้งกันเองได้

อ้างอิง

mottchildren

kidshealth

youngparhttps

kidshealth

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...