โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ค้าชายแดนด่านเจดีย์สามองค์ กาญจนบุรีกระทบหนัก จี้รัฐผ่อนปรนส่งออกเมียนมา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 พ.ย. 2563 เวลา 16.27 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 16.27 น.

ผู้ประกอบการค้าชายแดนด่านเจดีย์สามองค์ เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งหามาตรการผ่อนปรนการนำเข้า-ส่งออก หลังได้รับความเดือดร้อนหนัก ขณะทางการเมียนมาและผู้ประกอบการ เตรียมพร้อมเปิดด่านฯ หากฝ่ายไทยตกลง

นายวิทยา พงษ์อาจิณ ผู้จัดการบริษัทไทยอินเตอร์ฮอเนต เทรดดิ้ง บ้านพระเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งดำเนินธุรกิจส่งออกสินค้าอุปโภค บริโภค ไปยังประเทศเมียนมา รายใหญ่ที่สุดของบ้านพระเจดีย์สามองค์ เปิดเผยว่า การประกาศปิดด่านตั้งแต่วันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันของผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี กำลังส่งผลกระทบต่อธุรกิจการส่งออกสินค้า เนื่องจากมีสินค้ารอการส่งออกไปให้คู่ค้าชาวเมียนมาตกค้างอยู่ในโกดังเป็นจำนวนมาก 

ที่สำคัญสินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าอุปโภค บริโภค จำพวกน้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อต่างๆ อาหารกระป๋อง เครื่องปรุงรส ซึ่งมีกำหนดวันหมดอายุและสามารถเสื่อมคุณภาพได้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา

 

ขณะที่ยังไม่มีคำตอบว่าจะสามารถส่งออกได้วันไหน จะส่งคืนบริษัทผู้ผลิตก็ไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่สั่งซื้อไว้ และทำการเก็บรักษาในโรงงาน ซึ่งวันนี้ผู้ผลิตเร่งให้มาทำการขนย้ายออกจากโกดังของบริษัทผู้ผลิตอีกจำนวนมาก มูลค่ารวมหลายสิบล้านบาท หากไม่มีการช่วยเหลือจากภาครัฐ ผู้ประกอบบางรายอาจต้องถึงกับหมดตัวในวิกฤติครั้งนี้

จึงอยากขอความเห็นใจจากผู้มีอำนาจให้เข้ามาช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการให้สามารถระบายสินค้าออกไปให้ถึงมือลูกค้าได้ เพื่อลดความความสูญเสีย 

ทั้งนี้อาจมีมาตรการผ่อนปรนให้สามารถส่งออก-นำเข้า โดยผ่านมาตรการการตรวจสอบของภาครัฐ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็ยังดี เพื่อให้ทุกคนอยู่ได้ เพราะไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ว่าวิกฤติโควิด-19 ในครั้งนี้ จะยาวนานแค่ไหน 

“หากหน่วยงานรัฐต้องการการสนับสนุนอุปกรณ์ในการป้องกัน ผู้ประกอบการพร้อมให้ความร่วมมือและช่วยเหลือ ที่สำคัญหากมีการผ่อนผันจะเป็นประโยชน์กับประชาชนทั้ง 2 ประเทศ แต่หากไม่มีการแก้ไขปัญหาให้ผู้ประกอบการ ลูกค้าชาวเมียนมาจะหันไปสั่งซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการรายอื่น ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการค้า อาทิ อินเดีย จีน จะส่งผลให้ผู้ประกอบการในพื้นที่เสียโอกาส เนื่องจากกว่าจะเจรจาจนเกิดการค้าขายระหว่างกันได้ต้องใช้เวลานานนับ 10 ปีเลยทีเดียว” นายวิทยา กล่าว

ด้าน นายอุดม อินสุวรรณ์ ประธานหอการค้า พญาตองซู และผู้ประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา กล่าวว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมียนมาเองได้พัฒนาเส้นทางการค้าชายแดนจากเมืองตันบูชายัต ซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ที่เชื่อมเมืองย่างกุ้งเข้ากับเมืองสำคัญในรัฐมอญและกะเหรี่ยงเข้ากับชายแดนด่านเจดีย์สามองค์ ในพื้นที่กิ่ง อ.พญาตองซู อ.ซาเอ็งเซ็กจี จ.กอกะเร็ก รัฐกะเหรี่ยง ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นเมืองยุทธศาสตร์การค้าชายแดน ที่สำคัญของเมียนมา-ไทย ด้วยระยะทางเพียง 172 กม. จากชายแดนด่านเจดีย์สามองค์-เมืองมะละแหม่ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญในรัฐมอญ และ 473 กม. จากชายแดนด่านเจดีย์สามองค์-เมืองย่างกุ้ง (เมืองหลวงประเทศเมียนมา) จึงนับได้ว่าช่องทางการค้าชายแดนด่านเจดีย์สามองค์ เป็นช่องทางที่นักธุรกิจเมียนมาและรัฐบาลเมียนมา เล็งเห็นว่าเป็นช่องทางการค้าที่มีศักยภาพมากที่สุดในห้วงเวลานี้

ปัจจุบันผู้ประกอบการชาวเมียนมาเองมีการเตรียมความพร้อมที่จะทำการค้ากับผู้ประกอบการไทย โดยล่าสุดได้มีการพูดคุยและหารือกันระหว่างผู้ประกอบการทั้ง 2 ฝ่ายเสมอมา และมีความเห็นร่วมกันที่อยากให้รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศ ได้มีการหารือกันออย่างจริงจังและช่วยกันผลักดันให้ด่านพระเจดีย์สามองค์ เป็นจุดผ่านแดนถาวร หรือเป็นจุดผ่อนปรนเพื่อการค้าหรือการท่องเที่ยว เพื่อประโยชน์ที่จะเกิดกับประชาชนของทั้งไทยและเมียนมาเอง

โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ในระดับท้องถิ่นของทั้งไทยและเมียนมาได้มีการหารือกันบริเวณชายแดน โดยทางเมียนมาได้เตรียมพัฒนาเส้นทาง ซึ่งมีโครงการปรับปรุงเส้นทางเป็นถนนคอนกรีตจากชุมชนพญาตองซู มาสิ้นสุดบริเวณชายแดนหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองของเมียนมา เพื่อรองรับการเปิดด่านฯ หากทางรัฐบาลเห็นด้วย 

ขณะที่ นายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี เตรียมปรับปรุงพื้นผิวการจราจร บริเวณหน้าด่านจุดผ่อนปรนทางการท่องเที่ยวด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อเตรียมความพร้อม โดยทั้ง 2 ฝ่ายมีความเห็นตรงกันที่จะกลับมาเปิดให้มีการนำเข้า-ส่งออกของสินค้าและประชาชน ของทั้ง 2 ประเทศในบริเวณนี้ เหมือนในอดีตที่เคยปฏิบัติก่อนปี 2550 ที่ผ่านมา

ทางด้าน นายสง่า จงเพิ่มดำรงชัย หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ศุลกากรสังขละบุรี กล่าวว่า เฉพาะการส่งออกสินค้าในช่องทางจุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยวด่านเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เป็นไปในทิศทางที่ดี ถึงแม้จะประสบปัญหาวิกฤติโควิด-19 มูลค่าการส่งออกยังอยู่ในขั้นที่ดีอยู่ โดยพบว่าในปีงบประมาณ 2563 มูลค่าสินค้านำเข้า อยู่ที่ 69.69 ล้านบาท ส่วนสินค้าขาออก มีมูลค่า 322.96 ล้านบาท การนำเข้าและส่งออกมีมูลราคา เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วกับปีนี้ใกล้เคียงกัน โดยปี 2562 สินค้าเข้า อยู่ที่ 72.25 ล้านบาท และสินค้าขาออก อยู่ที่ 354.91 ล้านบาท 

โดยสินค้าที่ไทยส่งออกจะเป็นสินค้าประเภทสินค้าอุปโภค บริโภค และสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน หากในปีนี้ถ้าไม่มีปัญหาโรคโควิด-19 ระบาด มูลค่าการค้าระหว่างไทย-เมียนมา ผ่านช่องทางจุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยวด่านเจดีย์สามองค์ มีแนวโน้มที่สูงกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...