โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทัพอิสราเอลส่งรถไถ พังราบหมู่บ้านปาเลสไตน์ เด็กครึ่งร้อยไร้ที่อยู่ทันที

Khaosod

อัพเดต 05 พ.ย. 2563 เวลา 14.57 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 14.49 น.

ทัพอิสราเอลส่งรถไถ พังราบชุมชนปาเลสไตน์ เด็ก41ชีวิตไร้บ้านทันที

ทัพอิสราเอลส่งรถไถ - เดอะ การ์เดียน รายงานว่า เจ้าหน้าที่สหประชาชาติแถลงตำหนิกองกำลังอิสราเอลบุกยึดเขตเวสต์แบงก์และขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกไป ทำให้ชาวปาเลสไตน์ 73 คนต้องไร้ที่อยู่ ในจำนวนนี้ มีเด็กๆ 41 คนรวมอยู่ด้วย

สหประชาชาติเผยแพร่รูปภาพเตียงหลังหนึ่งและเปลเด็กกลางทราย  พร้อมระบุว่า ชาวบ้านเหล่านี้เป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีที่ถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐาน ส่วนองค์กรเอกชน btselem เผยแพร่คลิปนาทีขบวนรถไถเคลื่อนเข้าไปทำลายหมู่บ้าน

https://www.youtube.com/watch?v=ntIQPQjDhf4&feature=youtu.be

 

เมื่อรถทหารพร้อมกับรถขุดดินหลายคันมาถึงเคอร์เบ็ต ฮัมซา ก็ทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าให้ราบเป็นหน้ากลอง ไม่ว่าเต็นท์ เพิง คอกสัตว์ ห้องน้ำ จานดาวเทียม

อีวอนน์ เฮลเลอ ผู้ประสานงานฝ่ายสิทธิมนุษยธรรมของสหประชาชาติในดินแดนที่ชาวปาเลสไตน์ครอบครอง กล่าวว่าชุมชนเหล่านี้ตกอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงสูงสุดในเขตเวสต์แบงก์ ชาวปาเลสไตน์ 3 ใน 4 ต้องไร้ที่อยู่จากปฏิบัติการกวาดล้างเมื่อวันอังคารที่ 3 พ.ย.

นับว่าเป็นการใช้กำลังขับไล่ให้คนไร้ที่อยู่จำนวนมากที่สุดในรอบกว่า 4 ปี ส่งผลให้มีสิ่งปลูกสร้าง 76 หลังถูกทำลายที่ถือว่าเป็นการรื้อถอนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ

ทัพอิสราเอลส่งรถไถ

Birds fly over the site of destroyed Palestinian tented homes and animal shelters in Khirbet Humsah in Jordan Valley in the Israeli-occupied West Bank November 5, 2020. REUTERS/Raneen Sawafta

เมื่อวันพุธที่ 4 พ.ย. ครอบครัวต่างๆ ในหมู่บ้านนี้ยังอยู่ท่ามกลางเศษซากสิ่งของที่เหลืออยู่กลางสายลมสายฝนที่โปรยปรายลงมา

หมู่บ้านนี้เป็นหนึ่งในที่อยู่ของชาวเบดูอินและชุมชนคนเลี้ยงแกะในหุบเขาจอร์แดนซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่อิสราเอลประกาศว่าเป็นพื้นที่ฝึกยิงของกองทัพ แม้แต่พื้นที่ในอาณาบริเวณของปาเลสไตน์เอง ก็ยังถูกฝ่ายอิสราเอลรื้อถอนอาคารบ่อยครั้งโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากอิสราเอล

ทัพอิสราเอลส่งรถไถ

A Palestinian woman walks in Khirbet Humsah in Jordan Valley in the Israeli-occupied West Bank November 5, 2020. REUTERS/Raneen Sawafta

เฮลเลอกล่าวว่าการทุบทำลายเป็นกุญแจสำคัญในการบีบบังคับให้ชาวปาเลสไตน์จำใจต้องละทิ้งบ้านเรือน ทั้งที่การกระทำของอิสราเอลเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สิ่งปลูกสร้างในเขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออก เกือบ 700 หลังถูกรื้อทำลายและทำให้ชาวปาเลสไตน์ 869 คนไร้ที่อยู่อาศัย ซึ่งมากกว่าการกวาดล้างเมื่อปี 2559 เสียอีก

ด้านฝ่ายบริหารพลเรือนอิสราเอลซึ่งเป็นหน่วยงานดำเนินการบุกยึดพื้นที่ แจ้งว่าทำลายเต็นท์ 7 หลัง คอกสัตว์ 8 คอก อ้างว่าปลูกสร้างอย่างผิดกฎหมายในพื้นที่สู้รบของหุบเขาจอร์แดน

ขณะที่กลุ่ม B’Tselem ซึ่งเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนขของอิสราเอลและข้อมูลจากสหประชาชาติที่พบว่าอิสราเอลใช้กำลังทำลายเต็นท์ กระท่อมที่อยู่ของคน คอกปศุสัตว์ ห้องน้ำชั่วคราว ภาชนะบรรจุน้ำ แผงโซลาเซลล์ และอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ กองกำลังอิสราเอลยังทำลายอาหารสัตว์ 30 ตัน และยึดยานพาหนะ 1 คัน และรถไถอีก 2 คันไปด้วย

ทัพอิสราเอลส่งรถไถ

อมิต จิลูตซ์ โฆษก B’Tselem กล่าวว่าอิสราเอลมักจะรื้อทำลายบ้านและทรัพย์สินของชาวปาเลสไตน์เป็นประจำเพื่อรุกคืบยึดครองพื้นที่ของชาวปาเลสไตน์ แต่การกวาดล้างทำลายอย่างสิ้นซากเพียงครั้งเดียวเกิดขึ้นได้ยากมาก จึงดูเหมือนว่าอิสราเอลทำให้ทุกคนตระหนักว่าจะเดินหน้าลงมือทำอย่างไร้มนุษยธรรมต่อไป

A Palestinian baby, whose family tented home was destroyed, lies on a bed in a tent in Khirbet Humsah in Jordan Valley in the Israeli-occupied West Bank November 5, 2020. REUTERS/Raneen Sawafta

อิสราเอลยึดครองเขตเวสแบงก์มาจากกองกำลังจอร์แดนในปี 2510 และยังคงควบคุมและครอบครองมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่ามีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ในดินแดนที่ปกครองตนเองก็ตาม

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลสายแข็งกล่าวว่าตั้งเป้าจะยึดครองดินแดนของชาวปาเลสไตน์ รวมทั้ง หุบเขาจอร์แดน แม้ว่าแผนการดังกล่าวถูกระงับเป็นการชั่วคราวตามข้อตกลงกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ตาม

/////////////

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อิสราเอล: แผนที่พรมแดนของรัฐยิว จากอดีตจนถึงปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...