โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภรรยาเผยโรคสมองเสื่อมทำคอนเนอรีไร้ชีวิตมาหลายปีแล้ว

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 02 ต.ค. 2563 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2563 เวลา 04.18 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ลอนดอน 2 พ.ย.- ภรรยาของฌอน คอนเนอรี นักแสดงอาวุโสที่ผู้คนจดจำจากบทบาทเจมส์ บอนด์ เผยว่า สามีไร้ชีวิตมาหลายปีแล้วเพราะโรคสองเสื่อมทำให้ไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ก่อนถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมด้วยวัย 90 ปี

นางมิเชลีน โรกบรูน นักวาดภาพชาวฝรั่งเศสเชื้อสายโมร็อกโกวัย 91 ปี ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เดอะซันของอังกฤษวานนี้ที่บ้านพักในบาฮามาส พร้อมกับอวดภาพถ่ายงานฉลองวันครบรอบแต่งงาน 45 ปีเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ เธอเล่าว่า โรคสมองเสื่อมส่งผลกระทบอย่างมากต่อสามี ทำให้เขาไร้ชีวิตเพราะไม่สามารถเป็นตัวของตัวเอง แต่อย่างน้อยเขาก็จากไปอย่างสงบในขณะนอนหลับตามที่ต้องการ โดยมีเธอเคียงข้างจนถึงวาระสุดท้ายที่บ้านพัก ภรรยาคนที่สองของคอนเนอรีเผยด้วยว่า นักแสดงอาวุโสชาวสกอตผู้นี้เป็นคนยอดเยี่ยม เป็นผู้ชายตัวอย่าง เธอใช้ชีวิตคู่กับเขาอย่างมีความสุขและคงทำใจลำบากมากเมื่อไม่มีเขาแล้ว

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตยกย่องว่า ฌอน คอนเนอรี นักแสดงผู้เป็นตำนานพยัคฆ์ร้าย 007 ได้ส่งต่อเส้นทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะในขณะที่เขากำลังเผชิญปัญหาในการขออนุมัติดำเนินโครงการพัฒนาใหญ่ในสกอตแลนด์ ฌอนประกาศตัวสนับสนุนเขา จากนั้นทุกอย่างก็ลื่นไหลอย่างราบรื่น ฌอนได้รับความสนใจและได้รับเกียรติอย่างสูงในสกอตแลนด์ เป็นนักแสดงที่ยิ่งใหญ่ เป็นบุรุษที่ยิ่งใหญ่ ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวด้วย อย่างไรก็ดี หนังสือพิมพ์เดอะมิเรอร์ในอังกฤษแย้งว่า คอนเนอรีสนับสนุนโครงการสร้างสนามกอล์ฟของทรัมป์ในสกอตแลนด์จริง แต่ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้โครงการได้รับการอนุมัติ.- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...