โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

วิธีการปกป้องดวงตาที่ต้องท้าแสง ในกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ

Campus Star

เผยแพร่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 14.43 น.
วิธีการปกป้องดวงตาที่ต้องท้าแสง สำหรับผู้ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ หรืออ่านหนังสือติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรพักสายตาด้วยกฎ 20-20-20 โดยหยุดพักสายตาเป็นเวลา 20 วินาที

รายงานการวิจัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2050 ประชากรกว่าครึ่งโลก หรือคิดเป็น จำนวนกว่า 50 ล้านคนจะมีปัญหาภาวะสายตาสั้น! เอสซีลอร์ ในฐานะผู้นำระดับโลกทางด้านการแก้ไขปัญหาสายตา ตระหนักถึงปัญหาสายตาที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นและเล็งเห็นถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำร้ายดวงตาของคุณได้เช่นกัน เราจึงขอเสนอข้อมูลสำคัญเพื่อการดูแลสุขภาพสายตาในเบื้องต้น พร้อมเคล็ดลับการเลือกเลนส์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ปัจจุบันได้ในหนึ่งเดียว เพื่อให้สอดคล้องกับวันสายตาโลก (World Sight Day) ที่ใกล้จะมาถึง ซึ่งกำหนดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนตุลาคมของทุกปี

วิธีการปกป้องดวงตาที่ต้องท้าแสง

ดวงตาถูกออกแบบมาเพื่อรับ “แสง” และสร้างการมองเห็นของมนุษย์ ในแต่ละวันเราต้องพบเจอกับสภาพแสงหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแสงธรรมชาติจากดวงอาทิตย์ แสงหลอดไฟในอาคาร หรือแม้แต่ช่วงแสงสีน้ำเงินอมม่วง ที่เป็นอันตรายต่อจอประสาทตาเมื่อเราจ้องมองอุปกรณ์ดิจิทัล โดยเฉพาะแสงสีน้ำเงิน ที่ในปัจจุบันมีการตื่นตัวกันอย่างกว้างขวาง เพราะงานศึกษาหลายชิ้นระบุว่าผู้คนกว่า 68% มีอาการอ่อนล้าทางสายตาเพราะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน และมีความเสี่ยงต่อภาวะจอประสามตาเสื่อมจากแสงสีน้ำเงินอมม่วง อีกทั้งยังทำให้เกิดอาการตาแห้ง ปวดกระบอกตา และบางรายอาจมีอาการมองเห็นภาพเบลอร่วมด้วย

แสงธรรมชาติ แสงหลอดไฟ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์

แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแท้จริงนั้น แสงธรรมชาติ แสงหลอดไฟ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์บางชนิดก็สามารถทำร้ายดวงตาเราได้มากเช่นกัน โดยแสงธรรมชาติจะมาพร้อมกับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ที่เป็นอันตรายกับดวงตาเราและเป็นหนึ่งปัจจัยเสี่ยงในการเร่งการเสื่อมอายุของเลนส์ตาที่ทำให้เกิดโรคต้อกระจก โดยเฉพาะดวงตาของเด็กเล็กยิ่งมีความไวต่อรังสียูวีมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 3 เท่า แม้การออกไปรับแสงธรรมชาติจะส่งผลดีต่อร่างกายในการสังเคราะห์วิตามินดีเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก แต่ดวงตาก็จำเป็นต้องได้รับการปกป้องด้วยเช่นกัน

วิธีการปกป้องดวงตา ในกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ

1. กิจกรรมในพื้นที่ร่ม

เมื่ออยู่ในอาคาร สิ่งที่พึงระวังคือแสงสีน้ำเงินอมม่วงจากการทำงานหน้าจอดิจิทัลเป็นเวลานาน คุณจึงควรเลือกเลนส์แว่นตาที่สามารถปกป้องดวงตาจาก “แสงร้าย” เลือกกรองเฉพาะช่วงแสงสีน้ำเงินอมม่วงจากอุปกรณ์ดิจิทัลและหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่เป็นอันตราย ในขณะที่ให้ “แสงดี” สีน้ำเงินอมเขียวที่ช่วยปรับอารมณ์ และทำให้ร่างกายตื่นตัว แอ็กทีฟ ผ่านเข้าสู่ดวงตาได้

2. กิจกรรมแอคทีฟทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง

การใช้เลนส์ที่เปลี่ยนสีตามสภาวะแสงโดยอัตโนมัติ คือคำตอบของทุกไลฟ์สไตล์ เพราะเมื่อออกสู่กลางแจ้ง สีของเลนส์จะเข้มขึ้น และเมื่ออยู่ในอาคารเลนส์จะใสแต่ยังคงคุณสมบัติการป้องกันรังสียูวีได้ 100% พร้อมตัดแสงสีน้ำเงินเอาไว้ ทำให้มีความสบายตาตลอดทั้งวัน และใช้งานได้อย่างสะดวกสบายครบจบในเลนส์เดียว ปกป้องดวงตาได้ตลอดเวลาทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง ช่วยให้คุณทำกิจกรรมได้คล่องตัวยิ่งกว่าเพราะไม่ต้องพกแว่นตาหลายอันให้ยุ่งยากและสิ้นเปลือง

3. กิจกรรมท้าแสงกลางแจ้งหรือแดดจัด

ควรสวมแว่นกันแดดหรือใช้เลนส์โพลาไรซ์เพื่อตัดแสงจ้าและแสงสะท้อนจากวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นผิวถนน เงากระจก หรือผิวสะท้อนอื่น ๆ เปรียบเสมือนติดเกราะป้องกันดวงตา เสริมการมองเห็นให้คมชัดและสบายตามากยิ่งขึ้น ช่วยให้คุณหมดกังวลกับแสงรอบตัวที่อาจทำร้ายดวงตาขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในขณะขับรถ เล่นกีฬา เดินทางท่องเที่ยว ฯลฯ

ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ อ่านหนังสือเป็นเวลานาน

สำหรับผู้ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ หรืออ่านหนังสือติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรพักสายตาด้วยกฎ 20-20-20 โดยหยุดพักสายตาเป็นเวลา 20 วินาที ทุก ๆ 20 นาที ด้วยการมองไกลออกไป 20 ฟุต ซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลาย และเป็นการกระตุ้นให้เรากระพริบตาเพื่อเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงในดวงตาของเราอีกด้วย

ดูรูปเพิ่ม

“วันสายตาโลก” World Sight Day

อย่าให้วันสายตาโลกเป็นเพียงหนึ่งวันของการดูแลรักษาดวงตา เพราะสุขภาพดวงตาป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจในทุกวัน และควรพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำทุกปี ด้วยความปราถนาดีจาก เอสซีลอร์ เรามุ่งส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพสายตาที่ดีที่จะทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่

แนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...