โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระเจ้าตายแล้ว และศีลธรรมอันไร้ขอบเขตของมนุษย์ฉบับ “ฟรีดริช นีตซ์เช”

Sarakadee Lite

อัพเดต 15 ต.ค. 2563 เวลา 00.32 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2563 เวลา 00.32 น. • อชิตพนธิ์ เพียรสุขประเสริฐ

“God is dead” “พระเจ้าตายแล้ว”  คำนี้คือคำอันลือลั่นจาก Thus Spoke Zarathustra (ซาราธุสตราตรัสไว้ดังนี้, สำนักพิมพ์เคล็ดไทย) ผลงานวรรณกรรมปรัชญาโดย ฟรีดริช นีตซ์เช (Friedrich Nietzsche) นักปรัชญาชาวเยอรมัน ผู่โด่งดังในศตวรรษที่ 19 มากกว่านั้นเขายังเป็นแรงขับเคลื่อนทางปัญญาและส่งต่ออิทธิพลทางด้านความคิดให้แก่นักคิด นักปรัชญารุ่นหลังมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความคิดแบบอัตถิภาวนิยม (existentialism) ที่มุ่งเน้นการค้นหา และตั้งคำถามเกี่ยวกับเจตจำนงเสรี การมีอยู่ของชีวิต และการก้าวพ้นไปจากความเชื่อ ศีลธรรม อำนาจครอบงำแบบเดิม และนั่นทำให้คำว่า “พระเจ้าตายแล้ว” ในวรรณกรรมของเขาเป็นคำที่เสมือนการประกาศอำนาจของมนุษย์ผู้มีเสรีภาพเหนือการครอบงำทั้งปวง

ฟรีดริช นีตซ์เช

จากมรณกรรมของพระเจ้าที่นำไปสู่การหลุดพ้น
ไม่ใช่ว่าการปลดแอกทางความคิดจะเกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิด นีตซ์เช ได้ปลดแอกทางความคิดสำคัญจากการสัมผัสกับการศึกษาและตั้งคำถาม ในปี ค.ศ. 1864 เขาได้เรียนวิชาเทววิทยา (Theology) และภาษาศาสตร์ (Philology) ซึ่งในเวลานั้นเขายังคงเชื่อในพระเจ้า จนกระทั่ง ค.ศ. 1865 นีตซ์เช ในวัย 20 ปีได้เขียนจดหมายถึงน้องสาวเมื่อตนหมดศรัทธาในอำนาจพระเจ้าโดยมีประโยควรรคทองที่จดจำมาถึงวันนี้ว่า

“วิถีของมนุษย์คือ หากท่านปรารถนาจะต่อสู้เพื่อสันติในจิตวิญญาณแลความพึงพอใจ จงเชื่อ แต่หากปรารถนาจะอุทิศตนเพื่อความถูกต้อง จงสอบสวน”

นีตซ์เชชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการคิด การหลุดออกจากการสร้างความสงบ พอใจ การหยุดนิ่งทางความคิด ที่มีรากฐานจากความเชื่อ สู่การค้นหาความจริงในแบบอื่นๆ ที่ไม่ยึดติดชุดความคิดไว้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษ ด้วยวิธีการสอบสวน การค้นหาความจริง

สอดคล้องกับอีกชุดความคิดของเขาเรื่อง มุมมองนิยม (Perspectivism) ชวนมนุษย์ละออกจากความจริงสากล ละจากความจริงที่คนส่วนใหญ่เชื่อและเข้าใจว่าเป็นความจริงแท้ ไปสู่การมองความจริงในแง่ที่เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากเงื่อนไขและเหตุปัจจัยต่างๆ รวมถึงการพินิจมองความจริงนั้นในหลายมุม เพื่อหาผลลัพธ์ที่เชื่อมต่อกันในการประกอบสร้างความจริงนั้นๆ นีตซ์เชเชื่อเสมอว่า การสร้างความจริงนี้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลไม่ใช่ความจริงที่สิงสู่กับสิ่งนั้น (Objective Truth)
นีตซ์เช ถือได้ว่าเป็นนักปรัชญาไม่กี่คนในยุคนั้นที่กล้าลุกออกมาประกาศว่า พระเจ้าตายแล้ว ในงานเขียนชิ้นสำคัญของเขาอย่าง Thus Spoke Zarathustra ได้ขยายความถึงการที่มนุษย์แขวนความคิดไว้กับความยิ่งใหญ่ หรือความศักดิ์สิทธิ์ที่คนทั่วไปนับถือ โดยสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นมาพร้อมกับความเชื่อ และการปฏิบัติตาม นีตซ์เชจึงเสนอว่าความเชื่อหรือการปฏิบัติตามที่ส่งผลให้สิ่งๆ หนึ่งกลายเป็นความยิ่งใหญ่นั้นได้ครอบสังคมไว้ไม่ใช่เพียงเรื่องค่านิยม หรือศรัทธา แต่เป็นการสร้างเจตจำนงโดยรวมที่จะควบคุมการมองเห็นถึงค่านิยมในสิ่งนั้น เหตุนี้สำหรับนีตซ์เช เจตจำนงจึงมีความสำคัญในการเข้าใจสิ่งต่างๆ

ฟรีดริช นีตซ์เช

อภิมนุษย์ แบบฉบับนีตซ์เช
งานเขียนของ นีตซ์เช ย้ำเสมอถึงการมองในมิติต่างๆ ของความจริง การหลุดออกจากคติความเชื่อจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะทำให้มนุษย์มีเจตจำนงเสรี และหลุดพ้นออกมาจากคติความเชื่อต่างๆ ที่ประกอบสร้างมา นีตซ์เชเรียกมนุษย์ที่สำเร็จจากการละตนออกจากระเบียบคิดต่างๆ เหล่านั้นว่า Übermensch หรือ อภิมนุษย์

อภิมนุษย์ ในความหมายของนีตซ์เช คำนี้ไม่ใช่มนุษย์วิเศษมีอิทธิฤทธิ์แต่อย่างใด ทว่าอภิมนุษย์หมายถึง ผู้ที่ไม่ได้ย่ำตามกรอบศีลธรรมแบบดั้งเดิมที่ถูกสร้าง ไม่ได้อยู่ภายในทัศนะความดีเลว และอยู่เหนือวิธีคิดของกรอบแบบดั้งเดิมจนสามารถเกิดการตระหนักรู้ได้ด้วยตนเอง
และแน่นอนว่าหากมนุษย์สามารถพ้นเขตอำนาจศักดิ์สิทธิ์ อำนาจพระเจ้า พร้อมกับสามารถเอ่ยถึงมรณกรรมของพระเจ้าได้เมื่อนั้นมนุษย์ก็จะเป็นมนุษย์ที่ควบคุมเจตจำนงของตนเองและมีเสรีภาพในความคิดของตนเองได้ นี่แหละคือมนุษย์ตามแบบฉบับของ ฟรีดริช นีตซ์เช
อ้างอิง

  • https://iep.utm.edu/nietzsch/
  • ซาราธุสตราตรัสไว้ดังนี้. ฟรีดริช วิลเฮล์ม นีตซ์เช . อัคนี มูลเมฆ แปล.สำนักพิมพ์เคล็ดไทย. 2562
  • นีทเฉอ ผู้บุกเบิกแนวคิดหลังนวยุค ด้วยวิถีสู่อภิมนุษย์และซึ้งสุนทรีย์. ฟริดริค นิตเช่. กีรติ บุญเจือ แปล. สำนักพิมพ์TEXT. 2555

The post พระเจ้าตายแล้ว และศีลธรรมอันไร้ขอบเขตของมนุษย์ฉบับ “ฟรีดริช นีตซ์เช” appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...