โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยความในพระราชหฤทัย รัชกาลที่ 4 ถึงกษัตริย์เขมร หลังเสียดินแดนเขมรแก่ฝรั่งเศส

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 ส.ค. 2567 เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2567 เวลา 22.30 น.
สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ หรือ นักองค์ราชาวดี (ภาพจาก Wikipedia)

สมัยจักรวรรดินิยมที่ชาติมหาอำนาจแผ่อิทธิพลและจัดตั้งอาณานิคมในดินแดนต่าง ๆ เขมรในฐานะประเทศราชของสยามก็เผชิญการรุกคืบจากฝรั่งเศส พ.ศ. 2402 หลังจากฝรั่งเศสได้ญวนเป็นอาณานิคม จึงมีความตั้งใจในการครอบครองเขมรเพื่อรวมอาณานิคมอินโดจีนให้สมบูรณ์ เริ่มจากการเจรจาทำสัญญากับ สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ กษัตริย์เขมร ณ ขณะนั้น โดยเจ้าอธิราชของเขมรไม่มีโอกาสร่วมตัดสินใจประการใดทั้งสิ้น

พระเจ้าแผ่นดินเขมรผู้มีส่วนในสัญญาครั้งนี้ ทรงพบว่า พลเรือเอกกรองดิแยร์(Contre Admiral de la Grandiere) มาถึงเมืองอุดงมีชัย เมื่อวันที่11 สิงหาคม พ.ศ. 2406 และเริ่มต้นเจรจากับพระองค์ให้ทำสัญญากับฝรั่งเศส นายพลผู้นี้นำเรือรบติดปืนใหญ่มาขู่หน้าเมืองอุดงมีชัย ในที่สุดก็ทรงประทับตรายอมรับสัญญาฉบับดังกล่าว

จะด้วยยังทรงกริ่งเกรงในอำนาจของสยาม หรือไม่อยากหักหาญพระราชหฤทัยพระเจ้าแผ่นดินสยามไม่ทราบได้ หลังเหตุการณ์นั้น กษัตริย์เขมร ได้กราบบังคลทูลมายังกรุงเทพฯ ว่า ถูกบีบบังคับให้ทำสัญญาโดยตนไม่เต็มใจ ความว่า

“ครั้งนี้ อัดมิราลเดอ ลากรันดิเอ บังคับให้ข้าพระพุทธเจ้าทำหนังสือสัญญา ณ เมืองเขมร ข้าพเจ้าคิดกลัวว่าจะมีความผิดกับกรุงเทพฯ เป็นอันมาก แต่ข้าพเจ้าคิดกลัวไปว่าถ้าเกิดวิวาทกันขึ้นกับฝรั่งเศส ความครหาติเตียนข้าพเจ้าก็จะมากขึ้น ด้วยใจพระยาเขมรแลราษฎรทุกวันนี้เป็นสามพวกอยู่ ก็จะพากันว่าได้ผู้นั้นผู้นี้เป็นเจ้าเมืองไม่สบายฤๅ ความข้อนี้สิ้นปัญญาแล้ว จึงยอมทำหนังสือสัญญากับฝรั่งเศส”

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่4) ทรงทราบข่าวการทำสัญญาและข้อความกราบบังคลทูลของกษัตริย์เขมร ทรงพยายามหาทางแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี ด้วยตระหนักในอำนาจของฝรั่งเศส และทรงทราบดีว่าสยามเป็นชาติเล็กต้องใช้วิธีโอนอ่อนต่อชาติมหาอำนาจ จึงแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการทำ“สัญญาลับ” กับเขมรในวันที่1 ธันวาคม พ.ศ. 2406 เพื่อรับประกันความเป็นประเทศราชของเขมรต่อสยาม เมื่อฝรั่งเศสรู้เรื่องนี้ก็ประท้วงการกระทำของสยามทันที และให้สัญญาลับเป็น“โมฆะ”

พระราชหัตถเลขาของพระจอมเกล้าฯ ถึงกษัตริย์เขมร

รัฐบาลสยามไม่สามารถต่อรองหรือกีดกันอะไรได้จึงเลือกตัดใจ คือปล่อยเขมรจากประเทศราชของตนเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส แม้สูญเสียศักดิ์ศรี อุดมการณ์ และมรดกของบรรพชน แต่สิ่งที่รักษาได้คือ เอกราชและอธิปไตยที่ยังคงอยู่ ในทัศนะรัชกาลที่4 ความเป็นรัฐสยามยังไม่ถูกแตะต้อง หรือเสียหายใด ๆ ความผิดหวังจากการสูญเสียยังเป็นสิ่งที่“พอรับได้” (ไกรฤกษ์ นานา: 85 : 2552) และไม่ทรงตำหนิการกระทำของกษัตริย์เขมรแต่ประการใดสิ่งเหล่านี้สะท้อนผ่านพระราชหัตถเลขาของพระองค์ถึงสมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ ซึ่งจะยกมาบางตอนที่สำคัญ ดังนี้

“…ก็ถ้าจะมีผู้ใดคิดคลางแคลงสงสัยว่าข้าพเจ้าขุ่นข้องหมองหมางกับเธอประการใด จึงคิดอ่านเหหันผันแปรจะยักย้ายไปอย่างอื่นจึงไม่ไปอภิเษก ให้สมกับการที่พระยาราชวรานุกูลไปนัดหมายไว้นั้น ถ้าผู้ใดวิตกสงสัยไปดังนี้ การนั้นไม่ตรงกับสิ่งที่เป็นแท้จริงเลย เจ้านายฝ่ายเขมรทั้งปวงนั้น ดำรงชีพอยู่ในกาลบัดนี้ ผู้ใดจะเป็นที่สนิทคุ้นเคยกับข้าพเจ้ามากกว่าเธอมีฤๅ…”

“…ก็เมื่อเจ้าเวียตนามก่อให้เกิดเหตุ จนฝรั่งเศสได้เมืองญวนฝ่ายใต้ตกเป็นของเอมเปรอ ซึ่งมีอำนาจใหญ่โตขึ้นกว่าเจ้านายฝ่ายฝรั่งเศส แต่ก่อนอย่างนี้แล้ว เมืองเขมรก็มีทางที่ค้าที่ขายก็ซึ่งจะปิดอยู่ไม่ให้ฝรั่งเศสเข้ามาทักมาทาย แสวงหาทางที่จะเป็นประโยชน์กับเขานั้น จะให้ไม่รู้จักกันเหมือนอย่างแต่ก่อนทีเดียวจะเป็นได้ฤๅ…”

“…เมื่อฝรั่งเศสมาอยู่เมืองญวนฝ่ายใต้ ก็เป็นฟันใกล้ลิ้นกับเมืองเขมร จะไม่ให้ไปถึงกันอย่างไรได้ การจะเป็นอย่างไรในข้างใดข้างโน้นก็เป็นได้ทุกประการ ไม่มีใครเห็นเป็นพยาน ไม่ต้องกลัวครหานินทา เขมรมีกำลังน้อยจะรู้ที่ทำอย่างไรได้ ข้าพเจ้าคาดจิตเห็นใจเธอและพระยาพระเขมรผู้ใหญ่อยู่หมดจริง ๆ ไม่ได้ขุ่นข้องหมองหมางอันใดด้วยเหตุนั้นดอก…”

พระราชหัตถเลขาพระแกระแสราชดำริในรัชกาลที่4 พระราชทานตอบสาส์นขององค์พระนโรดม(ไม่ปรากฎวันที่) พ.ศ. 2407

อันที่จริงพระราชหัตถเลขานี้มีความยาวรวมกว่า7 หน้า เมื่อพิจารณาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับเหตุการณ์เสียเขมรแก่ฝรั่งเศสจะเห็นว่า รัชกาลที่4 ยังทรงเมตตาเหล่าเชื้อพระวงศ์เขมรเหมือนพระญาติสนิท ไม่ได้โกรธเคืองการกระทำของกษัตริย์เขมร เพราะกระทำไปด้วยถูกบังคับไม่อาจต้านทานฝรั่งเศสได้ รวมทั้งปลอบประโลมให้คลายความกังวลจากเหตุสุดวิสัยดังกล่าว ปีต่อมาทรงมีกระแสพระราชดำริไปยังกษัตริย์เขมรอีกครั้ง คัดตรงใจความสำคัญความว่า

“…เธอได้อภิเษกเป็นเจ้ากรุงกัมพูชา มียศเสมอด้วยองค์หริรักษ์รามมหาอิศราธิบดีแล้ว ฤๅจะวิเศษไปอีก ฝรั่งเศสเขามาทำสัญญาว่า เอมเปรอพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสรับอุปถัมภ์เธอให้เป็นเอกราชไม่ขึ้นเมืองใด ฝ่ายไทยก็ได้รับสัญญานั้นแล้ว ก็ข้าพเจ้าจะมีหนังสือไปมาถึงเธอ จะกลับใช้คำว่าท่านว่าฉันดังพูดกับองค์หริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี ตามยศที่เธอเป็นเจ้ากรุงกัมพูชาแล้วนั้นก็ควรแท้จริง ฤๅถ้าจะคิดด้วยยอมให้เป็นเอกราช แล้วจะใช้โวหารเช่นพระราชสาส์นไปเมืองอื่นๆ ที่เป็นเอกราช คือในคำที่ควรจะว่าข้าพเจ้าก็ว่ากรุงสยาม ในคำที่ควรจะว่าท่านก็ว่ากรุงนั้น ๆ คือกรุงฝรั่งเศส กรุงอังกฤษ กรุงเวียตนาม แลอื่น ๆ นั้นฉันใด จะใช้ว่ากรุงสยาม กรุงกัมพูชา เหมือนอย่างพระราชสาส์นไปเมืองเอกราชก็ควร ข้าพเจ้าก็ไม่มีความรังเกียจเลย จะยอมใช้ทั้งสองอย่าง…”

พระราชหัตถเลขาพระแกระแสราชดำริในรัชกาลที่4 พระราชทานสมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์(ไม่ปรากฎวันที่) พ.ศ. 2408

ถึงตรงนี้จะเห็นว่ารัชกาลที่4 ทรงยอมรับความเป็นเอกราชของเขมรโดยดุษฎี เห็นควรที่จักรพรรดิฝรั่งเศสจะเป็นผู้อุปถัมภ์ราชวงศ์และประเทศเขมรโดยชอบ รวมถึงยกย่องพระเกียรติสมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์เสมอพระเจ้าแผ่นดินเขมรในอดีต

เมื่อวิเคราะห์ตามความในพระราชหัตถเลขา จะเห็น“ความคิด” ของรัชกาลที่4 ถึงกรณีเสียเขมรแก่ฝรั่งเศสจากสนธิสัญญาเขมร–ฝรั่งเศส ฉบับ พ.ศ. 2406 ทรงถนอมน้ำใจทั้งมิตรและศัตรูแม้จะมีหลักฐานว่าพระองค์ทรงขมขื่นพระราชหฤทัย ไม่ถือโทษกษัตริย์เขมรเพราะไม่เกิดประโยชน์อันใดในสถานการณ์ดังกล่าว กลับกันทรงรีบอภัยโทษทันทีเพื่อรักษาความสัมพันธ์ แต่ชั้นเชิงทางการทูตสารพัดรูปแบบถูกนำมาใช้ เช่น การทำสัญญาลับ ตอบรับการคัดค้านสัญญาดังกล่าวทันทีเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้า

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าพระอัจฉริยภาพที่กล้าได้กล้าเสียแต่ใจกว้างและยอมรับความเป็นจริงของสถานการณ์มีส่วนสำคัญทำให้สภาวะระหว่างสยามและฝรั่งเศสไม่ถึงจุดที่ย่ำแย่จนเกิดการแตกหักซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียครั้งใหญ่ในอนาคต

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ไกรฤกษ์ นานา. (2552). ค้นหารัตนโกสินทร์ สิ่งที่เรารู้ อาจไม่ใช่ทั้งหมด. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 สิงหาคม 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เผยความในพระราชหฤทัย รัชกาลที่ 4 ถึงกษัตริย์เขมร หลังเสียดินแดนเขมรแก่ฝรั่งเศส

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...