โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เต้ย พงศกร ได้โอกาสเคลียร์สักที หลังถูกแซะแรง โหนกระแสการเสียชีวิตของ ซอลลี่ f(x)

The Bangkok Insight

เผยแพร่ 08 พ.ย. 2562 เวลา 03.40 น. • The Bangkok Insight

ก่อนหน้านี้โดนงานเข้าอย่างจัง สำหรับพระเอกหนุ่มชื่อดัง เต้ย – พงศกร เมตตาริกานนท์ หลังจากที่เจ้าตัวได้เข้าไปคอมเมนท์ว่า “Rest in peace” (หลับให้สบาย) เพื่อแสดงความเสียใจในโพสต์สุดท้ายของ  ชเว จิน-รี หรือ  “ซอลลี่” อดีตสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง f(x) และนักแสดงประเทศเกาหลีใต้ ที่เลือกจบชีวิตลงด้วยวัยเพียง 25 ปี ในบ้านพักของตัวเอง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยชาวเน็ตต่างชาติบางส่วนได้เข้ามาคอมเมนท์ในเชิงเหน็บแนมว่าเจ้าตัวต้องการโหนกระแส จนเกิดเป็นประเด็นดราม่าให้ชาวเน็ตรายอื่นๆ ออกมาโต้เถียงกันสนั่นกว่าร้อยคอมเมนท์ ซึ่งบางส่วนก็ได้ออกมาปกป้องเพราะเข้าใจในเจตนาของพระเอกหนุ่ม และมองว่าทุกคนมีสิทธิ์แสดงความอาลัยต่อการสูญเสียในครั้งนี้

ล่าสุด (7 พ.ย.) เต้ย พงศกร ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด้นดังกล่าวแล้วว่า "ผมว่ามันเป็นสิทธิส่วนบุคคลมากกว่า ผมแค่ไปแสดงความเสียใจแค่นั้น ผมมองว่าการบูลลี่คนๆ หนึ่ง มันทำให้เขาคิดสั้นจนเกิดข่าวดังกล่าวออกไป มันเป็นสิ่งไม่ดีเลย เนื่องจากปัจจุบันนี้คนพร้อมที่จะเชื่อโลกอินเทอร์เนตโดยไม่มองว่าอันไหนคือความจริง หรือไม่เป็นความจริง ผมก็เห็นใจ สงสารเขาและแสดงความเสียใจต่อเขาเหมือนกัน

"ฟีดแบ็กผมก็เข้าไปดูเลยนะ จริงๆ ผมก็ไม่ได้โดนเยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นคอมเมนท์แนว มันเป็นสิทธิ์ของคุณ ดีแล้วที่คุณกล้ามาแสดงความคิดเห็น อย่าไปยอมแพ้กับคนที่มาบูลลี่ ถามว่าผมซีเรียสไหม ผมไม่ซีเรียสเลย ผมคิดว่าทุกคนมีสิทธิ์ออกเสียงถึงแม้ว่าจะทำงานในวงการ หรือนอกวงการ ทุกคนมีสิทธิ์ในการปิดกั้น คนจะมาว่าผมไม่ได้"

"คอมเมนท์บอกว่าเราไปโหนกระแส อันนี้ผมไปห้ามความคิดเขาไม่ได้จริง ๆ แล้วผมไม่ได้คิดอะไร ผมแค่ไปแสดงความเสียใจด้วยความบริสุทธิ์ใจเท่านั้น เราทำงานในวงการก็จะเจอทั้งข่าวดีและข่าวไม่ดี พร้อมกันตลอดเวลาอยู่แล้ว มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะตั้งรับกับมันอย่างไร และจะมองปัญหาให้เป็นบทเรียนแบบไหน จะมองปัญหาให้เป็นบวกอย่างไร มันขึ้นอยู่กับความคิดของเรามากกว่า ยอมรับมันได้ไหมที่ผ่านมาเราก็ไม่โต้ตอบ และไม่ลบด้วย"

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าว INN

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...