เหม เวชกร อดีตไทยๆ ในภาพวาด-เรื่องผี
เหม เวชกร
อดีตไทยๆ
ในภาพวาด-เรื่องผี
ครูเหม เวชกร เป็นใคร ทำไมเรียกว่าครู?
วัยเด็กของครูเหม พ่อกับแม่แยกทางกันจึงไปอยู่กับหม่อมราชวงศ์แดง ทินกร ผู้เป็นลุง
ทำให้มีโอกาสพบและเป็นผู้ช่วยให้กับ คาร์โล ริโกลี จิตรกรชาวอิตาเลียน ที่เขียนภาพบนเพดานโดมในพระที่นั่งอนันตสมาคม และเป็นคนสอนให้หัดวาดเส้น และลวดลายต่างๆ
เขารู้สึกชอบพอในอัธยาศัยและฝีมือครูเหมมาก ถึงขนาดชักชวนให้ไปเรียนต่อทางศิลปะที่อิตาลี
ในช่วงชีวิตวัยรุ่นคือเวลาที่ตกยากที่สุดของครูเหม เพราะทั้งพ่อและแม่แย่งยื้อตัวเขาไว้ แต่ไม่มีใครได้เลี้ยงดูจริงจัง
ชีวิตที่ผกผันทำให้ครูเหม ต้องทำงานหลายอย่าง นับแต่เป็นนายท้ายเรือโยงขึ้นล่องแม่น้ำเจ้าพระยา, เป็นช่างเครื่องจักรไอน้ำ, เป็นช่างเครื่องในงานสร้างเขื่อนพระรามหก ฯลฯด้านชีวิตส่วนตัวสมรสกับแช่มชื่น คมขำ โดยไม่มีทายาทแต่ได้รับบุตรบุญธรรมไว้คนหนึ่งชื่อ ดาบตำรวจสุชาติ สมรูป เหม เวชกร
ครูเหมถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2512 ขณะอายุได้ 66 ปี
แต่ชีวิตและผลงานของครูเหมนั้น ศรันย์ ทองปาน เคยรวบรวมไว้อย่างดี ในวารสารสารคดี
ตั้งแต่ราว พ.ศ.2467 ครูเหมเริ่มเขียนหลักฐานภาพวาดหน้าปกหนังสือนิยายเล่มเล็กๆ ที่มีลายเซ็นตรงมุมว่า เหม ซึ่งก็ควรหมายถึง เหม เวชกร นั่นเอง แต่ในช่วงนั้น งานเขียนภาพคงเป็นเพียงอาชีพเสริม จากงานในร้านบล็อกเท่านั้น
แต่เหตุหนึ่ง ที่เหมจะได้หันมาเอาดีทางเขียนภาพ ก็คงได้แก่ การบูรณะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เนื่องในโอกาสฉลองพระนคร 150 ปี ในปี 2475
ในการนี้ งานสำคัญอย่างหนึ่ง ก็คือการเขียนซ่อมแซมภาพ รามเกียรติ์ ในพระระเบียงรอบพระอุโบสถ ซึ่งต้องทำล่วงหน้าถึงสามปี คือตั้งแต่ พ.ศ.2472 นับเป็นการระดมช่างเขียนครั้งใหญ่แห่งยุค
เพราะภาพเดิมที่เขียนมาตั้งแต่ 50 ปีก่อนเมื่อคราวฉลองพระนคร 100 ปีในรัชกาลที่ 5 นั้น ชำรุดหลุดล่อนหมดสภาพแล้ว ดังนั้น โดยเนื้อแท้ การปฏิสังขรณ์นี้ ก็คือการลบของเดิมทิ้ง แล้วเขียนขึ้นใหม่ทั้งหมด
งานขนาดนี้ จำเป็นต้องใช้ช่างเขียนจำนวนมาก มีการรับสมัคร และคัดเลือกช่างมาได้เกือบ 70 คน เหมก็เป็นคนหนึ่งที่ผ่านการทดสอบฝีมือ และมีโอกาสได้เขียนภาพห้องที่ 69 พระรามแผลงศรล้างมังกรกัณฐ์
ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม ราชบัณฑิต ผู้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับงานจิตรกรรมไทยสมัยใหม่ กล่าวถึงงานของครูเหมว่า
ผมถือว่า เหม เวชกร เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอันหนึ่งที่สำคัญ ช่างเขียนรุ่นก่อนเหม อย่างเช่นพระเทวาภินิมมิต เขียนพุทธประวัติ ชาดก ถ่ายแบบจากสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ มา เป็นแบบช่างหลวง เขียนมีแบบมีแผน มีมงกุฎ ชฎา เป็นแบบโบราณ แต่เหมเขียนเป็นคนสามัญ เหมไม่ได้ให้ความสำคัญกับความวิจิตรพิสดาร ของเครื่องแต่งตัว หรือฉากประกอบอย่างคุณพระเทวาฯ
ความเป็นไทยของเหม จึงไม่ได้อยู่ที่ figure หรือเครื่องแต่งตัว… ไม่ใช่เขียนปราสาทแล้วเป็นไทย แต่คือกิริยาท่าทางที่เขาวาง ความรู้สึก ทีท่าของตัวละคร… ซึ่งอันนั้นเป็นไทย มันมีความรู้สึกที่แฝงอยู่ในภาพด้วย
ปยุต เงากระจ่าง บรมครูด้านการ์ตูนเคลื่อนไหวของไทย อาจารย์วิทยาลัยเพาะช่าง และผู้กำกับหนังการ์ตูนขนาดยาวเรื่องแรกของประเทศไทย เคยเฝ้าเพียรพยายามเขียนจดหมายไปขอสมัครเป็นลูกศิษย์ของ เหม เวชกร จนในที่สุด วันหนึ่งหลังสงครามโลกสงบไปไม่นานนัก บทเรียนทางไปรษณีย์ ฉบับแรกก็เดินทางมาถึง พร้อมกับอารัมภบทจาก ครูเหม
การวาดเขียน จะต้องรู้หลักไว้บ้างพอสมควรในคั่นแรก เพื่อความสดวกดายในเวลาลงมือเขียน หากเราไม่มีหลักเสียเลย เวลาลงมือเขียน จะบังเกิดการงง-งวย สงสัยร้อยพันแปด ถ้ามีหลักอยู่ มันทำให้เราคล่องใจ ไม่บังเกิดการสงสัยเลย
ขอให้คุณเริ่มเรียนจริง ๆ และเรียนชนิดยากเสียก่อน ในประเทศอังกฤษและอเมริกา เขานิยมลายเส้นปากกาเปนภาพชั้นเลิศ เพราะทำได้ยาก จะให้อ่อนให้นุ่มนวลอย่างภาพสีภาพระบายเงานั้นไม่ได้สำหรับประเทศไทยเราเวลานี้ จะหาใครทำภาพลายเส้นปากกาหรือเส้นดินสอดีๆ นั้น เกือบไม่มีเลย คุณจงเรียนชนิดยากไปหาง่าย การป้ายสีนั้น เมื่อไหร่ก็ได้
ภาพเขียนฝีมือ เหม เวชกร จำนวนหลายร้อยภาพ ครอบครัวครูเหม มอบให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นประโยชน์ในทางวิชาการ ซึ่งได้มีการนำมาจัดแสดงให้เป็นระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อจะถึงกำหนดครบหนึ่งศตวรรษชาตกาลของ เหม เวชกร ในปี พ.ศ.2546 ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้จัดงานแสดงภาพของเขาขึ้นต่อเนื่องกันหลายครั้ง นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2545 เป็นต้นมา
ล่าสุดสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำผลงานของครูเหมจำนวนกว่าร้อยภาพมาจัดแสดงอีกครั้ง ในนิทรรศการ เหม เวชกร ศิลปินแห่งสยาม ที่จะมีไปจนถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2561
พร้อมกับงานเสวนาถึงชีวิตและผลงานครูเหมในหัวข้อ เหม เวชกร : จิตรกร-นักประพันธ์ กับวันในอดีต ในวันจันทร์ที่ 30 เมษายนนี้ เวลา 13.30-16.30 น. ณ หอแสดงดนตรี อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ข้างคณะสถาปัด)
โดยมี รศ.สุธี คุณาวิชยานนท์ หัวหน้าภาควิชาทฤษฎีศิลป์ คณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร
นทธี ศศิวิมล นักเขียนอิสระ เจ้าของคอลัมน์ หลอน นสพ.ข่าวสด และอเนก นาวิกมูล ผู้รอบรู้ศิลปะพื้นบ้าน เจ้าของผลงานอมตะ เพลงนอกศตวรรษ
มาร่วมกันพูดคุยถึงครูเหม จิตรกรมือเทวดา ผลงานไว้เหลือคณานับ ตั้งแต่ภาพปกนวนิยาย, ไปจนถึงภาพวิจิตรวรรณคดีไทย, พุทธประวัติ และร่วมบูรณะภาพชุดรามเกียรติ์ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ครูเหมนักประพันธ์ ผู้สร้างผลงานอมตะ ผู้บุกเบิกนวนิยายที่เรียกกันต่อมาว่า ปีศาจนิยาย นับตั้งแต่หนังสือเรื่อง ผี ของท่านปรากฏขึ้นในปี 2476
ผลงานทั้งหมดของครูเหมสะท้อนและบันทึกวิถีชีวิตและสังคมของผู้คนในวันเวลาแห่งอดีต
ผู้สนใจและแฟนๆ ของครูเหม เวชกร ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
งานเสวนา จะมีขึ้นในวันที่ 30 เมษายน เวลา 13.30-16.30 น. ที่หอแสดงดนตรี อาคาร
ศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชิญสัมผัสตำนานครูเหม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ