โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิรักลั่นกู้คืนโบราณวัตถุถูกขโมยหลังเหตุรุกรานประเทศนำโดยสหรัฐฯ ในปี 2003

Xinhua

เผยแพร่ 10 ก.พ. 2564 เวลา 11.18 น.
(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนเยือนพิพิธภัณฑ์ในกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก วันที่ 21 ต.ค. 2020)

แบกแดด, 10 ก.พ. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (9 ก.พ.) หนังสือพิมพ์อัล-ซาบาห์ อ้างอิงเจ้าหน้าที่อาวุโสของอิรัก รายงานว่าอิรักมุ่งมั่นจะกู้คืนโบราณวัตถุทั้งหมดที่ถูกขโมยหลังจากมีการบุกรุกประเทศที่นำโดยสหรัฐฯ เมื่อปี 2003

เลธ ฮุสเซน หัวหน้าคณะกรรมการแห่งชาติด้านโบราณวัตถุและมรดก สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และโบราณวัตถุของอิรัก ระบุว่า "คณะกรรมการฯ ตั้งใจจะกู้คืนโบราณวัตถุของอิรักทุกชิ้นที่ถูกลักลอบนำออกนอกประเทศ เราจะไม่ยอมสูญเสียแม้แต่ชิ้นเดียว ไม่ว่าจะเล็กใหญ่หรือมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน"

ฮุสเซนระบุว่าปัจจุบันอิรักดำเนินความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการกู้คืนโบราณวัตถุที่ถูกลักขโมยจากโบราณสถาน รวมถึงพิพิธภัณฑ์อิรักในกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก โดยกระทรวงฯ ยื่นฟ้องร้องระหว่างประเทศเกี่ยวกับการลักขโมยโบราณวัตถุของอิรักหลายร้อยคดีความแล้ว

ทางการอิรักเผชิญอุปสรรคใหญ่ในการปกป้องโบราณสถาน เนื่องจากทั้งประเทศ "เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีโบราณสถานหลายพันแห่งตั้งแต่เหนือจรดใต้"

"คณะกรรมการฯ จะยกระดับการเฝ้าระวังโบราณสถานให้เข้มงวดยิ่งขึ้นด้วยการสร้างรั้วลวดหนามและเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันความเสียหาย" ฮุสเซนกล่าว

สถิติจากทางการอิรักระบุว่าหลังจากสิ้นยุคการปกครองของซัดดัม ฮุสเซ็น ที่ถูกโค่นล้มด้วยกองกำลังทหารนำโดยสหรัฐฯ ในปี 2003 มีโบราณวัตถุตั้งแต่ยุคหิน ยุคบาบีโลน ยุคอัสซีเรีย และยุคอิสลาม ถูกลักขโมยหรือทำลายราว 15,000 ชิ้น

ต่อจากนั้นกลุ่มรัฐอิสลามหรือกลุ่มไอเอส (IS) เข้าควบคุมดินแดนส่วนใหญ่ทางตอนเหนือและตะวันตกของอิรักในปี 2014 และทำลายพิพิธภัณฑ์ของโมซุล รวมถึงเมืองโบราณฮัตราและนิมรูด ทั้งยังลักขโมยโบราณวัตถุจำนวนมาก

ทั้งนี้ อิรักมีโบราณสถานกว่า 10,000 แห่ง แต่ส่วนมากไม่มีการรักษาความปลอดภัยและมีโบราณวัตถุถูกลักขโมยจำนวนมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...