TU กู้เงินในไทย-ญี่ปุ่น เชื่อมโยงด้านความยั่งยืน วงเงิน 1.2 หมื่นลบ.
TU กู้เงินในไทย-ญี่ปุ่น เชื่อมโยงด้านความยั่งยืน วงเงิน 1.2 หมื่นลบ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 ก.พ. 64 9:56: น.
TU ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเป็นครั้งแรก วงเงินรวม 1.2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาเงินกู้ 5 ปี โดยมีธนาคารชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นและไทยเป็นผู้จัดการเงินกู้ร่วม
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เปิดเผยว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการออกสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเป็นครั้งแรก ทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น แบ่งออกเป็น สินเชื่อที่ออกในประเทศไทยเป็นสกุลเงินไทยบาทและดอลล่าร์สหรัฐ เป็นจำนวนเทียบเท่า 6,500 ล้านบาท และสินเชื่อนินจา/ซามูไรเป็นสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐและเยน เป็นจำนวนเทียบเท่า 183 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยสินเชื่อทั้งสองจำนวนนี้รวมกันเป็นจำนวน 12,000 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี
การขอสินเชื่อครั้งนี้ได้รับการตอบรับมากกว่าสินเชื่อที่ต้องการมากกว่าสองเท่า ความสำเร็จในการรับสินเชื่อในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงก้าวสำคัญของบริษัทในการเป็นสู่ Blue Finance หรือการบริหารจัดการการเงินเพื่อโครงการและการทำงานในการอนุรักษ์มหาสมุทร ที่ยังประโยชน์ให้แก่ทั้งบริษัทและอุตสาหกรรมในภาพรวม
ทั้งนี้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY ธนาคาร มิซูโฮ จำกัด และธนาคาร เอ็มยูเอฟจี จำกัด ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการเงินกู้ร่วม (Mandated Lead Arrangers and Bookrunners) รวมถึงเป็นผู้ประสานงานด้านดัชนีความยั่งยืน (Sustainability Coordinators) ของเงินกู้ร่วมในครั้งนี้ โดยสินเชื่อที่ออกในประเทศไทย นอกจากผู้จัดการเงินกู้ร่วมแล้ว ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด และธนาคารบีเอ็นพี พารีบาร์ ได้เข้าร่วมในฐานะ Lead Arranger และธนาคารโอเวอร์ซี-ไชนีสแบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด สาขากรุงเทพฯ และธนาคาร ซูมิโตโม มิตซุย ทรัสต์ (ไทย) จำกัด (มหาชน) ได้เข้าร่วมในฐานะ Arranger เพื่อสนับสนุนสินเชื่อในครั้งนี้
นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังได้ใช้เครือข่ายนักลงทุนของผู้จัดการเงินกู้ร่วม ในประเทศญี่ปุ่นในการเข้าถึงตลาดสินเชื่อญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก จนได้รับผลตอบรับเป็นสินเชื่อจากต่างประเทศเป็นจำนวนถึง 183 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีทั้งหมด 19 สถาบันการเงินของญี่ปุ่นรวมถึงธนาคารจากประเทศต่างๆ ที่ตั้งสาขาในประเทศญี่ปุ่นร่วมอนุมัติสินเชื่อในครั้งนี้ร่วมกับผู้จัดการเงินกู้ร่วม
สำหรับอัตราดอกเบี้ยนั้นมีความเชื่อมโยงกับตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งหากบริษัทสามารถดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนตามที่ระบุไว้ ก็จะได้รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนสำหรับไทยยูเนี่ยนที่กำหนดไว้คือ การรักษาอันดับในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ หรือ DJSI สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตามเป้าหมาย และเพิ่มการกำกับดูแลในห่วงโซ่อุปทานด้วยการใช้การตรวจสอบด้วยวิธีอิเล็คทรอนิคให้มากขึ้น และ/หรือ มีการตรวจสอบบนเรือประมงปลาทูน่าให้มากยิ่งขึ้น
Sustainalytics ได้รับการมอบหมายให้เป็นผู้ตรวจสอบให้ความคิดเห็นต่อตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนว่าสอดคล้องไปกับหลักการของสินเชื่อที่มีความเชื่อมโยงกับการทำงานด้านความยั่งยืนหรือไม่ โดยตัวบ่งชี้ในแต่ละข้อนั้นจะได้รับการยืนยันจากองค์กรอิสระเพื่อให้การประเมินเป็นไปอย่างยุติธรรม
นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY กล่าวว่า ธนาคารยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการจัดหาสินเชื่อที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อีกครั้ง โดยเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่างไทยยูเนี่ยนให้บรรลุสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน ด้วยการผสานความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนเพื่อให้สินเชื่อที่มีความเชื่อมโยงกับการทำงานด้านความยั่งยืนที่สำคัญนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่วางไว้ ท่ามกลางความท้าทายในหลากหลายด้าน ซึ่งร่วมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก การกำหนดตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่ต้องมีความเหมาะสมและเข้มงวด และสถานการณ์ตลาดสินเชื่อในญี่ปุ่นและไทย”
"สินเชื่อนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการผสานพลังความร่วมมืออันแข็งแกร่งของกรุงศรีและ MUFG โดยใช้ศักยภาพความพร้อมของทั้งสองสถาบันในการสนับสนุนและเชื่อมโยงทุกความต้องการของลูกค้าให้บรรลุเป้าหมายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ในโอกาสนี้เราขอร่วมแสดงความยินดีกับไทยยูเนี่ยนกับความสำเร็จครั้งใหญ่นี้ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของงานด้าน ESG บนเส้นทางสู่ความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน”
นายยาซูฮิโร่ คูโบตะ เจ้าหน้าที่บริหารและผู้จัดการทั่วไป ธนาคาร มิซูโฮ จำกัด สาขากรุงเทพฯ กล่าวว่า “มิซูโฮขอแสดงความยินดีกับไทยยูเนี่ยนในความสำเร็จในครั้งนี้ เราภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จในการพัฒนาด้านความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารทะเล มิซูโฮเชื่อว่าสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานของไทยยูเนี่ยนในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ให้หมดไป ด้วยการตรวจสอบย้อนกลับของวัตถุดิบต่างๆ ในห่วงโซ่อุปทานได้ และนี่คือเหตุผลสำคัญทีมิซูโฮได้ให้การสนับสนุนร่วมกับธนาคารต่างๆ ในครั้งนี้
นายริชาร์ด ยอร์ค กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าฝ่ายลูกค้าบรรษัทและวาณิชธนกิจ เอเชียแปซิฟิก ธนาคาร เอ็มยูเอฟจี จำกัด (MUFG Bank) กล่าวว่า MUFG ยินดีที่ได้สนับสนุนไทยยูเนี่ยนในการขับเคลื่อนธุรกิจระดับโลกสู่ความยั่งยืน ในฐานะที่เป็นผู้จัดการเงินกู้ร่วมซึ่งมีบทบาทสำคัญในสินเชื่อครั้งนี้ MUFG ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรที่ดีให้กับลูกค้า เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีร่วมกัน แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในการสนับสนุนทางการเงินที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ทำให้เราสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่เฉพาะเจาะจงให้กับไทยยูเนี่ยนได้เป็นอย่างดี
“ยิ่งไปกว่านั้น เรายังสามารถผสานพลังเครือข่ายซึ่งครอบคลุมอยู่ทั่วเอเชีย รวมทั้งกรุงศรี เพื่อร่วมกันสนับสนุนความต้องการลูกค้าทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นให้บรรลุผลสำเร็จ และยังสามารถขยายฐานนักลงทุนให้กับลูกค้า สะท้อนศักยภาพที่เข้มแข็งของเราในด้านตลาดทุน ทั้งนี้ เราขอร่วมแสดงความยินดีกับไทยยูเนี่ยนอีกครั้งสำหรับความสำเร็จที่สำคัญในครั้งนี้”
ลักษณะธุรกิจของ TU
ผลิตและส่งออกอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งและบรรจุกระป๋อง และขยายธุรกิจให้ครบวงจรด้วยธุรกิจอาหารสำเร็จรูปและอาหารว่าง โดยเน้นอาหารทะเล ธุรกิจบรรจุภัณฑ์และสิ่งพิมพ์ ธุรกิจการตลาดภายในประเทศ ธุรกิจอาหารสัตว์ และธุรกิจพัฒนาสายพันธุ์กุ้งเพื่อจำหน่าย
เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ