โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

บลจ.กสิกรไทยมอง ตลาดหุ้นเอเชียฟื้น

ทันหุ้น

อัพเดต 17 ส.ค. 2563 เวลา 13.03 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2563 เวลา 13.03 น.

บลจ.กสิกรไทย ส่งกองทุนน้องใหม่ กองทุนเปิดเค เอเชีย คอนโทรล โวลาติลิตี้ (K-ASIACV) ชูกองทุนหุ้นเอเชียหนึ่งเดียวในอุตสาหกรรมที่มีโมเดลควบคุมความเสี่ยง เพื่อลดความผันผวนและทำกำไรในระยะยาว โดยเน้นคัดสรรหุ้นที่ดีที่สุดเพียง 25-40 ตัว (High Conviction) และมีอัตราการเติบโตสูง (Growth Stock) เปิดเสนอขายครั้งแรกในระหว่างวันที่ 18-25 ส.ค.นี้

นายนาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ยังคงมีอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก ผู้ลงทุนส่วนใหญ่ได้หันมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินสดและทองคำกันมากขึ้น ทำให้เสียโอกาสจากการลงทุนในหุ้นโดยเฉพาะตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีกลุ่มประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี 

อาทิ จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน เป็นต้น ส่งผลให้บริษัทชั้นนำในเอเชียเริ่มกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติและมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการบริโภคภายในประเทศและในภูมิภาค นอกจากนี้ หุ้นเอเชียยังมีสัดส่วนในดัชนีหุ้นโลก (MSCI ACWI) เพียง 12% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อย ในขณะที่มูลค่าทางเศรษฐกิจในเอเชียมีมากกว่า 30% ของ GDP ทั่วโลก ดังนั้น ด้วยศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตของตลาดหุ้นเอเชีย บลจ.กสิกรไทย จึงได้จัดตั้ง กองทุนเปิดเค เอเชีย คอนโทรล โวลาติลิตี้ (K-ASIACV) โดยเปิดเสนอขายครั้งแรกในระหว่างวันที่ 18-25สิงหาคม 2563

นายนาวินกล่าวต่อไปว่า กองทุน K-ASIACV มีกลยุทธ์การลงทุนผ่าน 2 กองทุนหลัก ได้แก่ Morgan Stanley Investment Funds Asia Opportunity Fund - Z Shares และ Lombard Odier Funds – Asia High Conviction, (USD), N Class A ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบลจ.ชั้นนำระดับโลก โดยมีนโยบายการลงทุนที่เน้นคัดสรรหุ้นที่ดีที่สุดเพียง 25-40ตัวเท่านั้น (High Conviction)และมีอัตราการเติบโตสูง (Growth Stock) อาทิ หุ้นในกลุ่ม New Economy จำพวกสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าฟุ่มเฟือย ไอที การเงิน รวมถึงธุรกิจดูแลสุขภาพ เป็นต้น 

กองทุน K-ASIACV ยังถือเป็นกองทุนหุ้นเอเชียกองทุนเดียวในอุตสาหกรรมที่มีโมเดลควบคุมความเสี่ยง โดยเวลาที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนมากขึ้น โมเดลจะปรับมาถือครองเงินฝากหรือตราสารหนี้มากขึ้น ในขณะที่เมื่อตลาดหุ้นมีความผันผวนน้อยลง โมเดลจะปรับมาถือครองหุ้นให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“สำหรับมุมมองต่อตลาดหุ้นเอเชีย เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังจากที่หลายประเทศได้ประกาศใช้มาตรการคลายล็อกดาวน์ อย่างไรก็ดี เอเชียนับเป็นภูมิภาคที่สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ได้ก่อน จึงทำให้คาดการณ์ GDP ในปีนี้ว่าจะหดตัวเพียง -0.8% ถึง -2.0% เท่านั้น โดยการฟื้นตัวจะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประเทศแถบเอเชียเหนือ ได้แก่ จีน ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคสินค้าและบริการภายในประเทศเป็นหลักทำให้พึ่งพาการส่งออกน้อย รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกันได้ 

นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะถูกนำออกมาใช้เป็นระยะโดยเฉพาะจากฝั่งจีน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของนโยบายรัฐบาลและธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก โดยสภาพคล่องในระบบที่มีอยู่สูงจะช่วยหนุนกระแสเงินลงทุนให้ไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียได้รับปัจจัยหนุนจากการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นสภาพคล่องและการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลกในระยะที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลต่อแนวโน้มในการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว” นายนาวินกล่าว

นายนาวินกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ลงทุนที่มีประสบการณ์การลงทุนในกองทุนหุ้นต่างประเทศ สามารถลงทุนได้เป็นระยะเวลามากกว่า 5 ปีขึ้นไป และคาดหวังผลตอบแทนจากหุ้นเอเชียที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ในขณะเดียวกันที่ต้องการกำจัดความเสี่ยงขาลงในยามที่ตลาดผันผวน ก็สามารถมาลงทุนในกองทุน K-ASIACV โดยเริ่มต้นลงทุนเพียง 500 บาท ผ่าน App K PLUS, K-My Funds, ธนาคารกสิกรไทย หรือ ผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...