โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัยการยื่นอุทธรณ์คดี ‘เสี่ยเบนซ์’ ขับรถชน ‘รองตี๋’ หลังศาลชั้นต้นสั่งให้รอลงอาญา

TODAY

อัพเดต 27 ก.ค. 2563 เวลา 01.38 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2563 เวลา 01.38 น. • workpointTODAY

อัยการสั่งยื่นอุทธรณ์คดี เสี่ยเบนซ์ ขับรถชนนายตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2562 หลังศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 3 ปี ปรับ 1 แสน แต่ให้รอลงอาญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 26 ก.ค. 2563 พนักงานอัยการ สำนักงานคดีศาลสูงธนบุรี มีคำสั่งยื่นอุทธรณ์คดี ขอให้ศาลไม่รอการลงโทษ นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เสี่ยเจ้าของธุรกิจผลิตและประกอบอะไหล่รถยนต์ หรือเสี่ยเบนซ์ จำเลยในคดีหมายเลขดำ 1839/2562 ของศาลอาญาตลิ่งชัน (ศาลจังหวัดตลิ่งชันเดิม) ในฐานความผิดรวม 3 ข้อหา คือ 1. ขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กฏหมายกำหนด 2. ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย 3. ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส

ย้อนเหตุการณ์คดีนี้เกิดเหตุเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2562 เวลาประมาณ 23.30 น. เกิดเหตุรถชนกันที่ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง พบรถยนต์เบนซ์ ทะเบียน บฮ-789 กทม.ของนายสมชาย แต่ไม่พบตัวคนขับเนื่องจากถูกนำส่งโรงพยาบาล เพราะได้รับบาดเจ็บ และพบ พ.ต.ท.จตุพร งามสุชวิชชากุล รอง ผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. เสียชีวิตอยู่ในรถยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ สวิฟ ทะเบียน 2 กก-3653 เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ยังมีนางนงนาฏ งามสุวิชชากุล ภรรยา และบุตรสาวอายุ 12 ปี ซึ่งนั่งโดยสารมาด้วย ได้รับบาดเจ็บ นำตัวส่งโรงพยาบาล ต่อมานางนงนาฏได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์

จากการสอบสวน ตำรวจทราบว่า นายสมชายได้ขับรถเบนซ์วิ่งมาจาก ถนนพุทธมณฑลสาย 3 จะไปถนนพุทธมณฑลสาย 2 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณขับรถล้ำเข้าไปในช่องเดินรถของ พ.ต.ท.จตุพร ที่วิ่งมาจากถนนพุทธมณฑลสาย 2 กำลังมุ่งหน้าไป ถนนพุทธมณฑลสาย 3 จึงได้พุ่งชนกันอย่างแรง โดยนายสมชายนั้น ได้ดื่มเบียร์มาจากสนามไดร์ฟกอล์ฟก่อนขับรถเบนซ์คันเกิดเหตุ ผลตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

นายสมชายให้การรับสารภาพทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาล ได้รับการประกันตัวด้วย วงเงิน 200,000 บาท และยินยอมที่จะเยียวยาชดใช้ค่าเสียหาย 45 ล้านบาท ให้กับครอบครัวของนายตำรวจผู้เสียชีวิต ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงลูกสาวคนโตและลูกสาวคนเล็ก

คดีนี้ศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดตลิ่งชันเดิม) พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.291, 300 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ม.43 (2) (4) , 67 วรรคหนึ่ง ,152 ,157, 160 ตรี วรรคสาม วรรคสี่ อันการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานขับรถในขณะเมาสุราฯ ซึ่งเป็นบทหนักสุด ให้จำคุก 6 ปี และปรับ 200,000 บาท โดยจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี พร้อมปรับ 100,000 บาท รวมทั้งมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลย และสั่งห้ามจำเลยดื่มสุรา-เบียร์ หรือเครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิดด้วย

อย่างไรก็ตามศาลพิเคราะห์ตามรายงานสืบเสาะแล้วโทษจำคุกจำเลยให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี และให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้ง ภายใน 2 ปี กับทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ มีกำหนด 48 ชั่วโมง ภายเวลา 1 ปี ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรกำหนด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...