โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทย-เขมร จับมือเดินหน้าสันติภาพ “ฮุน มาเนต”ไม่รับเส้นเขตแดน

INN News

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 15.53 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 12.00 น. • INN News

ปัญหาความตึงเครียดระหว่างไทย–กัมพูชาที่ยืดเยื้อมานาน ตั้งแต่ช่วงรัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่เกิดการสู้รบ และเกิดการสูญเสียทั้งกำลังพล และประชาชน ที่ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ปลุกกระแสรักชาติ ชูนโยบายแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา จนทำให้ประชาชนไว้ว่างใจเทคะแนนเสียงเลือกตั้งให้พรรคภูมิใจไทยแบบถล่มทลาย มีเสียง สส.กว่า 190 ที่นั่ง ได้เป็นการนำรัฐบาลที่มีนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี อีกสมัย

แต่ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย เดินทางไปฟิลิปปินส์ โดยเข้าร่วมประชุมหารือ 3 ฝ่าย ร่วมกับสมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน เพื่อหาทางคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา ซึ่งเป็นภาพที่หลายประเทศจับตา โดยเฉพาะคนไทย เพราะการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นครั้งสำคัญ เป็นการเปิดโต๊ะพูดคุยอย่างเป็นทางการ ภายใต้การผลักดันของอาเซียน ท่ามกลางความกังวลของนานาชาติว่า ความขัดแย้งอาจบานปลายจนกระทบเสถียรภาพของภูมิภาค

ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีไทย ระบุว่า การพูดคุยเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ตรงไปตรงมา และมุ่งมองไปข้างหน้า โดยยืนยันว่า ไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความเชื่อมโยงกันในหลายมิติ และความขัดแย้งที่ผ่านมา ได้สร้างความสูญเสียแก่ทุกฝ่าย จึงถึงเวลาที่ทั้งสองประเทศจะเปิด "บทใหม่" ของความสัมพันธ์ร่วมกัน

สาระสำคัญของการหารือ อยู่ที่การเห็นพ้องร่วมกัน ให้รัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองประเทศ เริ่มจัดทำ "มาตรการสร้างความเชื่อมั่น" เพื่อฟื้นฟูความไว้วางใจ และค่อย ๆ นำความสัมพันธ์กลับสู่ภาวะปกติ ผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ ทั้ง JBC หรือคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม GBC หรือคณะกรรมการชายแดนทั่วไป และ RBC ในระดับภูมิภาค

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ เรื่องเขตแดนทางบกและทางทะเล ซึ่งนายกรัฐมนตรีไทย ยืนยันว่า ฝ่ายไทยได้ชี้แจงเหตุผล ของการยกเลิก MOU 2544 ให้กัมพูชารับทราบแล้ว และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะใช้หลักการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS เป็นกรอบในการหารือต่อไป แม้รายละเอียดเชิงปฏิบัติยังต้องใช้เวลาเจรจาอีกมาก

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีไทย ย้ำชัดว่า การประชุมครั้งนี้ "ยังไม่มีการเจรจาเรื่องการกำหนดเขตแดน หรือการเปิดพรมแดน" แต่เป็นเพียงการเริ่มต้นกระบวนการพูดคุยในระดับปฏิบัติการ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งสันติภาพ และลดความหวาดระแวงระหว่างกัน พร้อมยืนยันด้วยว่า ประเทศไทยจะรักษาเกียรติภูมิ อธิปไตย และผลประโยชน์ของประชาชนไทยอย่างเต็มที่ พร้อมขอให้ประชาชนทั้งสองประเทศอย่าตกเป็นเหยื่อของความเกลียดชัง เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นความขัดแย้งในระดับรัฐบาล ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างประชาชน

ด้าน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำว่า นายกรัฐมนตรี มุ่งมั่นรักษาผลประโยชน์-ปกป้องอธิปไตยไทย และแจ้งต่อกัมพูชา ให้เลี่ยงสงครามวาจา กล่าวหาไทยบนเวทีระหว่างประเทศ

แต่แม้บนโต๊ะเจรจาจะเต็มไปด้วยถ้อยคำแห่งสันติภาพ ทว่า "ภาพจับมือ" ระหว่างผู้นำไทยและกัมพูชา กลับกลายเป็นชนวนให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ทันที โดยเฉพาะหลังจาก ฮุน มาเนต ย้ำระหว่างแถลงร่วมว่า “พรมแดนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยกำลัง หรือการบีบบังคับ” พร้อมเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชา เดินหน้าตามข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 และถ้อยแถลงร่วม 27 ธันวาคม 2568 เพื่อให้ JBC กลับมาเริ่มสำรวจและปักปันเขตแดนโดยเร็ว

คำพูดดังกล่าว ทำให้เกิดการตั้งคำถามจากฝ่ายอนุรักษนิยมและกลุ่มชาตินิยมบางส่วน ว่า การกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา อาจทำให้ไทยเสียเปรียบในประเด็นพื้นที่ทับซ้อนหรือไม่ ขณะที่อีกด้านหนึ่ง กลับมีผู้มองว่า ความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา ที่ตึงเครียดก่อนหน้านี้ มีรากฐานมาจากปัจจัยทางการเมือง มากกว่าปัญหาชายแดนจริง ๆ

ในโลกโซเชียล มีการตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อรัฐบาลทั้งสองฝ่ายมีเสถียรภาพทางการเมืองมากพอ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้กระแสชาตินิยม หรือความขัดแย้งชายแดน มาเป็นเครื่องมือสร้างแรงสนับสนุนทางการเมืองอีกต่อไป จึงทำให้เห็นภาพ "คืนดี" และการจับมือกันอย่างเป็นทางการในครั้งนี้

ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า แม้การพูดคุยจะเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่รัฐบาลไทยยังต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า การเจรจาจะไม่กระทบต่ออธิปไตย และไม่ทำให้ไทยเสียผลประโยชน์ในระยะยาว…

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...