อิหร่าน กลายเป็นประเด็นร้อนบนโต๊ะ “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ส่อฉุดเจรจาการค้า แร่หายาก
การประชุมสุดยอดสหรัฐ-จีน วันที่ 14-15 พ.ค.อาจไร้ดีลใหญ่ หลังประเด็น อิหร่าน ขึ้นแท่นวาระเร่งด่วนเหนือข้อพิพาทการค้าและเทคโนโลยี
วันที่ 8 พ.ค.2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สงครามอิหร่านมีแนวโน้มกลายเป็นประเด็นหลักในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่กรุงปักกิ่งในวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้ ส่งผลให้ความพยายามเจรจาเรื่องภาษีศุลกากร การค้า และการส่งออกแร่หายาก อาจเผชิญความล่าช้าหรือได้ผลลัพธ์จำกัด
รายงานระบุว่า สหรัฐต้องการให้จีนช่วยกดดันอิหร่านในประเด็นเสถียรภาพของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ขณะที่จีนเองเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ทำให้วอชิงตันมองว่าปักกิ่งมีอิทธิพลต่อเตหะรานมากพอจะช่วยลดความตึงเครียดได้
ประเด็นอิหร่านจึงเริ่มบดบังวาระเศรษฐกิจ ซึ่งเดิมคาดว่าจะเน้นการขยายข้อตกลงพักรบทางการค้า การเข้าถึงแร่หายากจากจีน รวมถึงการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างสองประเทศ
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่เศรษฐกิจระดับสูงของทั้งสองฝ่ายได้หารือกันที่กรุงปารีส เพื่อปูทางสู่การพบกันของผู้นำ โดยสหรัฐต้องการให้จีนเพิ่มการนำเข้าสินค้าอเมริกัน ทั้งสินค้าเกษตร เครื่องบินโบอิ้ง รวมถึงพลังงานจากสหรัฐ ขณะที่จีนต้องการให้สหรัฐผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมาก มองว่า โอกาสที่จะเกิด “ดีลใหญ่” ยังมีจำกัด เนื่องจากเวลาการเตรียมการค่อนข้างสั้น และรัฐบาลสหรัฐกำลังให้ความสำคัญกับสงครามอิหร่านมากขึ้น
ด้านประเด็นแร่หายากยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเจรจา เนื่องจากสหรัฐต้องพึ่งพาแร่จากจีนสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและกลาโหม ขณะที่จีนต้องการให้สหรัฐลดแรงกดดันด้านมาตรการควบคุมชิปและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
รายงานยังระบุว่า คณะผู้บริหารภาคธุรกิจสหรัฐที่จะร่วมเดินทางไปจีนกับทรัมป์ครั้งนี้ มีขนาดเล็กลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการเยือนจีนในอดีต สะท้อนถึงความเห็นต่างภายในรัฐบาลสหรัฐเกี่ยวกับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจต่อจีน และความคาดหวังที่ลดลงต่อผลลัพธ์ของการประชุม
อ้างอิง : www.cnbc.com