โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

2 ด.แรกปี 69 ต่างชาติลงทุนในไทย 6.44 หมื่นล. เพิ่มขึ้นจาก 2 เดือนแรกปี68 ถึง 2.91 หมื่นล้าน หรือ 83%

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 14 มีนาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนช่วงสองเดือนแรกปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 243 ราย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 47 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 196 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 64,429 ล้านบาท โดยมีจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่

1. สหรัฐอเมริกา 48 ราย คิดเป็น 20% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 1,265 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม

- ธุรกิจโฆษณา

- ธุรกิจบริการสถานีบริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

- ธุรกิจบริการวิจัยและพัฒนาโซลาร์เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell)

2. จีน 42 ราย คิดเป็น 17% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 11,796 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

- ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำผลิตภัณฑ์ไม้และชิ้นส่วนอุปกรณ์สำหรับงานเฟอร์นิเจอร์

- ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด และสายสวนบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น

- ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์

- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Printed Circuit Board Assembly ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม และชิ้นส่วนสำหรับเครื่องจักร เป็นต้น

3. ญี่ปุ่น 41 ราย คิดเป็น 17% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 18,886 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การตรวจวิเคราะห์แผงวงจรของเครื่องจักร เพื่อหาสาเหตุกรณีที่เกิดการขัดข้อง เป็นต้น

- ธุรกิจบริการทดสอบและตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการสำหรับยางล้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์

- ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์

- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น อุปกรณ์สำหรับเครื่องจักรอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นต้น

4. สิงคโปร์ 27 ราย คิดเป็น 11% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 17,218 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

- ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องจักร และเครื่องกล เป็นต้น

- ธุรกิจบริการ Cloud Service

- ธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย

- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนโลหะ ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และชิ้นส่วนช่วงล่างของยานพาหนะ เป็นต้น

5. ฮ่องกง 20 ราย คิดเป็น 8% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,338 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การตรวจสอบและทดสอบการทำงานของเครื่องจักร เป็นต้น

- ธุรกิจบริการติดตั้ง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

- ธุรกิจบริการพัฒนา/ปรับปรุงซอฟต์แวร์

- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนโลหะหล่อขึ้นรูป เป็นต้น

เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 62 ราย (34%) (เดือน ม.ค.-ก.พ. 2569 อนุญาต 243 ราย / เดือน ม.ค.-ก.พ. 2568 อนุญาต 181 ราย) และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 29,152 ล้านบาท (83%) (เดือน ม.ค.-ก.พ. 2569 ลงทุน 64,429 ล้านบาท / เดือน ม.ค.-ก.พ. 2568 ลงทุน 35,277 ล้านบาท) รวมถึงมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 2,638 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,294 คน (96%) (เดือน ม.ค.-ก.พ. 2569 จ้างงาน 2,638 คน / เดือน ม.ค.-ก.พ. 2568 จ้างงาน 1,344 คน)

นอกจากนี้ ยังพบว่า การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามา ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 110 ราย คิดเป็น 45% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 243 ราย มูลค่าลงทุน 36,313 ล้านบาท คิดเป็น 56% ของจำนวนเงินลงทุนทั้งหมด 64,429 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะ/พลาสติก เครื่องจักร และชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น

ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

2. ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Support Office: TISO) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ (International Procurement Office: IPO) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการเพื่อยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาค

3. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์/แพลตฟอร์ม เป็นต้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ AI Services

อธิบดีพูนพงษ์ฯ เพิ่มเติมว่า สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ปี 2569 (เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์) มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC 81 ราย คิดเป็น 33% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 24 ราย (42%) (เดือน ม.ค. - ก.พ. 2569 ลงทุน 81 ราย / เดือน ม.ค. - ก.พ. 2568 ลงทุน 57 ราย) โดยมีมูลค่าการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC 29,826 ล้านบาท คิดเป็น 46% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจาก จีน 29 ราย ลงทุน 11,226 ล้านบาท ญี่ปุ่น 14 ราย ลงทุน 3,313 ล้านบาท *สิงคโปร์ 12 ราย ลงทุน 7,415 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 26 ราย ลงทุน 7,872 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ

- ธุรกิจบริการทดสอบและตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการสำหรับยางล้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์

- ธุรกิจบริการสร้างแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพ โดยเป็นการให้บริการแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ด้านการแสดงแสงสีเสียงผ่านระบบมัลติมีเดีย

- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม และชิ้นส่วนสำหรับเครื่องจักร เป็นต้น

ทั้งนี้เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย 130 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 23 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 107 ราย เงินลงทุนทั้งสิ้น 30,650 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจาก สหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น ตามลำดับ มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 2,376 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับความรู้พื้นฐานด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานนอกชายฝั่ง องค์ความรู้เกี่ยวกับการทดสอบเดินระบบอาณัติสัญญาณ และองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้แก่

- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้คำแนะนำในการเลือกใช้อุปกรณ์ วิธีติดตั้ง วิธีการใช้งานและแนวทางการซ่อมบำรุง เป็นต้น

- ธุรกิจการจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น

- ธุรกิจบริการบริหารจัดการและบำรุงรักษาเรือกักเก็บปิโตรเลียมเพื่อรอการขนถ่าย

- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป ชิ้นส่วนของแบตเตอรี่สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า และอุปกรณ์สำหรับเครื่องจักรอุตสาหกรรม เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...