โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แผนการ ‘เมตา’ ส่งผลเลิกจ้างครั้งใหญ่ เหตุต้นทุนด้าน AI เพิ่มสูง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แหล่งข่าวสามรายที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ได้บอกกับรอยเตอร์ว่า บริษัทเมตา กำลังวางแผนปลดพนักงานครั้งใหญ่ อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนพนักงาน 20% หรือ มากกว่านั้น

การดำเนินการนี้ เกิดขึ้นขณะที่เมตา พยายามชดเชยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ที่มีมูลค่าสูง และเตรียมพร้อมให้กับการทำงานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น จากการนำเอไอเข้ามาช่วยการทำงาน

แหล่งข่าวระบุว่า ยังไม่มีการกำหนดวันที่แน่นอนสำหรับการลดจำนวนพนักงาน และยังไม่ได้สรุปขนาดของการลดจำนวนพนักงานอย่างเป็นทางการ

แหล่งข่าวสองรายกล่าวว่า ผู้บริหารระดับสูงได้ส่งสัญญาณแผนการดังกล่าวไปยังผู้นำอาวุโสคนอื่นๆ ในบริษัทแล้ว และบอกให้พวกเขาเริ่มวางแผนว่าจะลดจำนวนพนักงานอย่างไร

แอนดี้ สโตน โฆษกบริษัทเมตา ตอบคำถามเกี่ยวกับแผนดังกล่าวว่า "นี่เป็นการรายงานเชิงคาดการณ์เกี่ยวกับแนวทางในเชิงทฤษฎี"

หากเมตาตัดสินใจลดจำนวนพนักงานลง 20% การเลิกจ้างครั้งนี้จะเป็นการเลิกจ้างครั้งสำคัญที่สุดของบริษัทนับตั้งแต่การปรับโครงสร้างในช่วงปลายปี 2022 และต้นปี 2023 ซึ่งบริษัทเรียกว่า "ปีแห่งเพิ่มประสิทธิภาพ" โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม บริษัทมีพนักงานเกือบ 79,000 คน ตามรายงานล่าสุดระบุ

บริษัทได้เลิกจ้างพนักงาน 11,000 คนในเดือนพฤศจิกายน 2022 หรือประมาณ 13% ของพนักงานทั้งหมดในตอนนั้น และประมาณ 4 เดือนต่อมา บริษัทได้ประกาศว่าจะลดจำนวนพนักงานลงอีก 10,000 คน

ซักเคอร์เบิร์ก มุ่งยุทธศาสตร์เอไอสร้างสรรค์

ในช่วงตลอดปีที่ผ่านมา มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเมตา ได้ผลักดันให้เมตาแข่งขันมากขึ้นในด้านปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI)

บริษัทได้เสนอค่าตอบแทนมหาศาล บางส่วนมีมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 4 ปีมานี้ เพื่อดึงดูดนักวิจัยด้านเอไอชั้นนำเข้าร่วมทีมปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงชุดใหม่

บริษัทระบุว่า มีแผนจะลงทุน 6 แสนล้านดอลลาร์เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลภายในปี 2028

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทเมตาได้เข้าซื้อกิจการ Moltbook ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่สร้างขึ้นสำหรับเอเจนต์เอไ

นอกจากนี้ เมตายังทุ่มเงินอย่างน้อย 2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้านเอไอของจีน อย่าง Manus ตามที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานก่อนหน้านี้

มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก กล่าวเป็นนัยถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนเหล่านี้ โดยกล่าวในเดือนมกราคมว่า เขาเริ่มเห็น "โครงการต่างๆ ที่เคยต้องใช้ทีมงานขนาดใหญ่ ตอนนี้สามารถทำสำเร็จได้โดยคนที่มีความสามารถสูงเพียงคนเดียว"

บริษัทเทคโนฯ เพิ่มเอไอ ลดคอร์สทำงาน

แผนการของเมตา สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบที่เกิดขึ้นในวงกว้างในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีในปีนี้

ผู้บริหารชี้ว่าความก้าวหน้าล่าสุดในระบบปัญญาประดิษฐ์ เป็นเพียงหนึ่งในเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แอมะซอน ยืนยันว่าจะลดจำนวนพนักงานลงประมาณ 16,000 ตำแหน่ง ซึ่งคิดเป็นเกือบ 10% ของพนักงานทั้งหมด

ส่วนเมื่อเดือนที่แล้ว บริษัทฟินเทคบล็อค ได้ลดจำนวนพนักงานลงเกือบครึ่ง โดยซีอีโอ แจ็ค ดอร์เซย์ ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเครื่องมือเอไอ และความสามารถที่เพิ่มขึ้นของมันจะช่วยให้บริษัทต่างๆ ทำงานได้มากขึ้นด้วยทีมงานขนาดเล็ก

การลงทุนด้านเอไอที่เมตาวางแผนไว้เกิดขึ้น หลังจากประสบปัญหาหลายอย่างกับโมเดล Llama 4 ในปีที่แล้ว รวมถึงคำวิจารณ์ที่ว่าโมเดลดังกล่าวให้ผลลัพธ์ผิดพลาด ในการทดสอบมาตรฐานที่ใช้ในเวอร์ชันแรกๆ

ทางบริษัทได้ยกเลิกการวางจำหน่ายรุ่นที่ใหญ่ที่สุดของโมเดล ซึ่งมีชื่อว่า Behemoth โดยมีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงฤดูร้อน

ต่อมา ทีมปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงได้พยายามกอบกู้ชื่อเสียงของบริษัทในปีนี้ด้วยการสร้างโมเดลใหม่ชื่อ Avocado แต่ประสิทธิภาพของโมเดลนั้นก็ต่ำกว่าที่คาดหวังไว้เช่นกัน

อ้างอิง Reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...