โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ประเสริฐ สุรัตนเมธากุล ทรานส์ฟอร์ม LION สู่ 3 หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ประเสริฐ สุรัตนเมธากุล

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

สินค้าอุปโภคบริโภคอย่างผงซักฟอกสบู่ น้ำยาล้างจาน ฯลฯ เป็นหนึ่งในสมรภูมิที่แข่งขันดุเดือดที่สุดในวงการค้าปลีก ทั้งด้วยความเป็นสินค้าสามัญที่ทุกครัวเรือนใช้งาน ทำให้ยากจะมีผู้บริโภคหน้าใหม่ ตรงข้ามกับจำนวนผู้เล่นที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากทั้งในและนอกประเทศ

ความท้าทายเหล่านี้ทำให้แม้แต่ยักษ์ใหญ่ของวงการอย่างไลอ้อน (LION) ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคสัญชาติญี่ปุ่น อาทิ โชกุบุสซึ, คิเรอิคิเรอิ, ซอลท์, เปา, โคโดโม ฯลฯ ที่ทำธุรกิจในไทยมานานกว่า 50 ปี ยังยอมรับว่าช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมาความท้ทายสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด จนต้องลุกขึ้นมาทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบ 2 ทศวรรษ เพื่อสร้างเครื่องยนต์ตัวใหม่มาผลักดันการเติบโต พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายรายได้แตะ 30,000 ล้านบาท และกำไรเพิ่มเท่าตัว ภายในปี 2573

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ“ประเสริฐ สุรัตนเมธากุล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด คนใหม่ล่าสุดที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อช่วงต้นปี 2569 นี้ ถึงแนวคิดเบื้องหลังการทรานส์ฟอร์มธุรกิจใหญ่ในรอบ 20 ปี พร้อมแนวทางที่จะพาองค์กรซึ่งมีพนักงานกว่า 2,000 คน ฝ่าความท้าทาย-การแข่งขันดุเดือดสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างพร้อมเพรียงและราบรื่น พร้อมรักษาวัฒนธรรม “องค์กรคนดี” และปรัชญา“ธุรกิจคู่คุณธรรม (Business with Ethics)” ที่มีวัฒนธรรมองค์กรยกย่องคนดี ส่งเสริมคนเก่ง เอาไว้ให้ได้

อุปโภคบริโภคไทยไม่เหมือนเดิม

“ประเสริฐ” ฉายภาพสถานการณ์ในวงการสินค้าอุปโภคบริโภค หรือ FMCG ของไทยปี’69 ว่า ขณะนี้ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยมีการแข่งขันราคาดุเดือดเป็นพิเศษ สะท้อนจากภาพโปรโมชั่น 1 แถม 1 ที่เห็นได้ตลอดเวลาในเกือบทุกช่องทางจำหน่าย โดยเป็นผลจาก 3 ปัจจัย คือ การเป็นตลาดที่อิ่มตัวและเริ่มเติบโตติดลบ จากความเป็นสินค้าพื้นฐานที่ทุกครัวเรือนมีใช้งาน ขณะที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้แทบไม่มีผู้ใช้หน้าใหม่ บีบให้ผู้เล่นทุกรายมุ่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่ง ด้วยโปรโมชั่นราคา โดยเฉพาะโปรฯ 1 แถม 1 จนเรียกได้ว่า ไทยเป็นเพียงประเทศเดียวที่ทุกแบรนด์พร้อมใจกันทำโปรฯ 1 แถม 1 อย่างพร้อมเพรียง

อีกปัจจัยคือ สภาพเศรษฐกิจที่ท้าทายต่อเนื่องหลายปี ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ, สงคราม, เศรษฐกิจโลก ฯลฯ ทำให้ผู้บริโภคหันให้ความสำคัญกับราคาสินค้ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้มองว่าสินค้าที่จัดโปรฯ 1 แถม 1 เป็นสินค้าคุณภาพต่ำหรือขายไม่ออกแล้ว แต่เป็นโอกาสที่ต้องรีบซื้อ ขณะที่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้สินค้าของผู้เล่นแต่ละรายไม่แตกต่างกันหรือต่างกันน้อยมาก

โปรโมชั่นราคารุนแรงต่อเนื่องนี้ทำให้มูลค่าตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคชะงักงันและหดตัว สอดคล้องกับข้อมูลของบริษัทวิจัยใหญ่รายหนึ่งที่พบว่า ปี 2568 มูลค่าตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยติดลบถึง 6% แล้ว จากที่ผ่านมายังสามารถโตได้ปีละ 1-2%

Mindset คือกุญแจสำคัญ

“ประเสริฐ” กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์นี้ทำให้ต้องตัดสินใจทรานส์ฟอร์มองค์กรอายุ 57 ปีครั้งใหญ่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน เพราะแม้ช่วง 5 ปีที่ผ่านมากำไรจะยังเติบโตดีขึ้นทุกปี แต่การสร้างรายได้และกำไรท้าทายขึ้นทุกปีเช่นกัน แม้ในพอร์ตจะมีแบรนด์แข็งแกร่งหลายแบรนด์ อย่างโชกุบุสซึ, คิเรอิคิเรอิ, โคโดโม ฯลฯ ก็ตาม

แนวคิดในการทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งนี้จะมุ่งเพิ่มจำนวนผู้บริโภคที่รู้จักและเชื่อมั่นในแบรนด์ไลอ้อนไม่เพียงในฐานะ “ผู้ผลิตสินค้า” แต่เป็น “แบรนด์ด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนทุกวัย” แบบรอบด้าน ตั้งแต่การสร้างความแข่งแกร่งภายในองค์กรผ่านการปรับ MindSet ของบุคลากรจำนวนกว่า 2,000 คน ทั้งฝั่งโรงงานและสำนักงาน ให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน, ความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลง, กระบวนการปรับเปลี่ยน รวมไปถึงเป้าหมายที่องค์กรกำลังมุ่งไป เพื่อให้ทั้งองค์กรขยับไปพร้อมกันอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ

โดยเราต้องการให้พนักงานเปลี่ยนมุมมองและกรอบความคิดจากผู้ผลิตที่เน้นการผลิตสินค้าคุณภาพสูงสุดด้วยกระบวนการที่มีประสิทธิภาพที่สุด เป็นมองเห็นภาพที่ใหญ่ขึ้นว่าองค์กรไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตหรือขายสินค้า แต่เป็นองค์กรที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขอนามัยของคนไทย ด้วยนวัตกรรมที่เกิดจากความละเอียดใส่ใจแบบญี่ปุ่น หรือ Caring Innovation

เมื่อพนักงานมีเป้าหมายเพื่อสุขภาพของผู้บริโภควิธีคิดในการทำงานจะเปลี่ยนไป เช่น ฝ่าย R&D หรือโรงงาน จะเริ่มต้นตั้งคำถามว่าสินค้าตัวใหม่จะช่วยให้สุขอนามัยของคนไทยดีขึ้นได้อย่างไร ไปจนถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้แค่ไหน, สูตรหรือแพ็กเกจจิ้งควรเป็นแบบไหน รวมไปถึงการตัดสินใจทางธุรกิจที่กล้ายึดประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก แม้ว่าในบางครั้งต้นทุนอาจจะสูงขึ้นเล็กน้อย แต่หากประเมินแล้วว่าดีกับลูกค้าก็พร้อมที่จะทำ พร้อมหาวิธีบริหารจัดการลดต้นทุนในส่วนอื่นที่ไม่กระทบต่อผู้บริโภคแทน ซึ่งสิ่งนี้จะสร้างความเชื่อมั่นและความยั่งยืนทางธุรกิจได้ในระยะยาว

ตัวอย่างหนึ่งคือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์โชกุบุสซึที่เน้นใช้ส่วนผสมจากพืชธรรมชาติถึง 99%, การปรับลดความหนาของขวดพลาสติกโดยที่ยังคงคุณภาพการใช้งานไว้ได้ ซึ่งช่วยให้โชกุบุสซึลดการใช้พลาสติกได้ถึงปีละ 40 ตัน, การริเริ่มเปลี่ยนวัสดุถุงชนิดเติมให้เป็นพลาสติกชนิดเดียว หรือ Mono Material เพื่อให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น เป็นต้น

นอกจากนี้การสร้างวัฒนธรรมองค์กรและเป้าหมายเดียวกันยังช่วยลดช่องว่างในการทำงานร่วมกันระหว่างพนักงานต่างวัย อาทิ Gen X, Y และ Z ทำให้สามารถพูดคุยและร่วมมือกันได้ราบรื่นขึ้นอีกด้วย

เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ สู่ความยั่งยืน

ด้วยการเริ่มตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างยูนิฟอร์มที่เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีเขียวตามสีหลักขององค์กร ไปจนถึงการจัด Town Hall ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัทที่ KINGSQUARE Community Mall เปิดเวทีให้ผู้บริหารแสดงวิสัยทัศน์และสื่อสารโดยตรงกับพนักงานทั้งองค์กรเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมโดยพร้อมเพรียงกัน

ไปจนถึงการวาง KPI ทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับ KPI ทางสังคมได้ เช่น การตั้งเป้าลดอัตราฟันผุของเด็กนักเรียน หรือการเพิ่มอัตราคนไทยที่ล้างมือเป็นประจำ ซึ่งท้ายที่สุดหากองค์กรประสบความสำเร็จในการทำให้คนมีสุขภาพดีขึ้น ยอดขายและการเติบโตของธุรกิจก็จะตามมาอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้เพื่อให้องค์กรขับเคลื่อนด้วยวัตถุประสงค์ของแบรนด์ หรือ Brand Purpose ซึ่งต่อยอดมาจากความสำเร็จของโชกุบุสซึ ที่ประสบความสำเร็จในการทำให้แบรนด์มีทิศทางชัดเจนในการทำให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีจากธรรมชาติ รวมไปถึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะผู้บริโภครุ่นใหม่จะตั้งคำถามเสมอว่าแบรนด์นั้น ๆ มีอยู่เพื่ออะไร และทำอะไรให้ประเทศ-โลกบ้าง

“แนวคิดการทรานส์ฟอร์มนี้เราใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่นาน เพื่อทดลองโมเดลต่าง ๆ ที่จะมาสร้างความได้เปรียบแทนการแข่งขันราคาและโปรฯ 1 แถม 1 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายผลักดันรายได้จากประมาณ 20,000 ล้านบาท เป็นแตะ 30,000 ล้านบาท และเพิ่มกำไรอีกเท่าตัว ภายในปี 2573”

เน้นปลอดหนี้-สร้างความมั่นคง

กรรมการผู้จัดการไลอ้อน ประเทศไทย เสริมอีกว่า ในกระบวนการทรานส์ฟอร์มนี้การลงทุนต่าง ๆ จะยังคงแนวคิดปลอดหนี้หรือไม่พึ่งพาเงินกู้ ซึ่งใช้มาอย่างยาวนานนับตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง แม้แต่การลงทุนขยายโรงงานผงซักฟอกที่ศรีราชาเมื่อ 10 ปีก่อน ช่วยให้สถานะทางการเงินของบริษัทมีความมั่นคงสูงมาก แม้แต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 ก็ไม่มีการปลดพนักงาน รวมถึงยังให้โบนัสตามปกติด้วย

สำหรับการทรานส์ฟอร์มในครั้งนี้บริษัทจัดโครงสร้างธุรกิจใหม่เป็น 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย Mass FMCG ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งมีสัดส่วนถึง 80% ของรายได้นั้นจะเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนและทำกำไรให้ดีขึ้น, ธุรกิจกลุ่ม 3Es ประกอบด้วย e-Commerce, เคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (e-Chemical) และการส่งออก (Export) ซึ่งจะเป็นเครื่องจักรสร้างการเติบโตตัวใหม่ หลังเติบโตสูงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงจะต่อยอดโมเมนตัม สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดมากขึ้นอีก

การตั้งธุรกิจในตลาดเกิดใหม่อย่างลาว, พม่า, กัมพูชา ซึ่งต่างมีศักยภาพทางธุรกิจ โดยจะรอจังหวะที่เหมาะสม และอาศัยโพซิชั่นการเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นเพื่อรุกเข้าสู่ตลาด และการปั้นสินค้าระดับพรีเมี่ยมซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่จะเข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอเพื่อยกระดับผลกำไร

โดยขณะนี้กำลังให้แบรนด์และหน่วยธุรกิจต่าง ๆ ในบริษัทร่างแผนการลงทุนที่จำเป็นต่อการทรานส์ฟอร์ม ซึ่งคาดว่าจะเห็นตัวเลขชัดเจนในเดือนมิถุนายน พร้อมกันนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนเพื่อซื้อหรือควบรวมกิจการ (M&A) เพื่อสปีดการปั้นกลุ่มสินค้าพรีเมี่ยม เนื่องจากบริษัทยังขาดประสบการณ์ในการทำตลาดสินค้าพรีเมี่ยมหรือเครื่องสำอางระดับสูง การเริ่มต้นพัฒนาสินค้าและสร้างแบรนด์ขึ้นมาเองตั้งแต่ต้นอาจใช้เวลานานและมีความเสี่ยงสูง จึงมองการทำ M&A เพื่อช่วยสปีดการเติบโตให้เร็วขึ้น

ทั้งนี้การทำ M&A ในกลุ่มพรีเมี่ยม และการบุกตลาดต่างประเทศ ถูกจัดให้อยู่ในแผนงานเฟส 2 และเฟส 3 ในขณะที่เฟสแรกของปี 2569 นี้จะโฟกัสไปที่การทำกำไรของกลุ่ม Mass FMCG และเร่งขยายการเติบโตในกลุ่มธุรกิจ 3E (e-Commerce, e-Chemical, Export) เป็นหลักก่อน

มุ่งปรับปรุงจากภายใน

สำหรับการผลักดันกำไรให้เพิ่มขึ้นเท่าตัวนั้น บริษัทจะมุ่งปรับปรุงด้านต่าง ๆ ภายในองค์กร โดยไม่พึ่งพาวิธีการที่กระทบต่อผู้บริโภคอย่างการขึ้นราคาสินค้า หรือลดปริมาณ โดยตั้งทีม Cost Transformation มาระดมสมองและหาช่องทางลดต้นทุนในทุก ๆ จุดของการทำงาน หนึ่งในนั้นคือ การลด SKU สินค้าลงประมาณ 100 SKU จากปัจจุบันที่มีสินค้าหลากหลายขนาดจาก 20 แบรนด์รวมกันกว่า 10,000 SKU

โดยในเฟสแรกจะโฟกัสกลุ่ม Personal Care ไซซ์เล็กขนาด 50, 80 หรือ 100 มิลลิลิตร หลังพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปนิยมซื้อไซ์ใหญ่แทนตามสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งการลด SKU จะช่วยลดต้นทุนในโรงงานได้อย่างมหาศาล เพราะไม่ต้องเสียวัตถุดิบและเวลากับการสลับเครื่องจักรหรือเปลี่ยนสูตรการผลิตบ่อย ๆ พร้อมนำเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติมาใช้ในโรงงาน เช่น โรงงานที่ศรีราชาที่ใช้ระบบ Automation เกือบทั้งหมดในกระบวนการผลิต การแพ็ก และการเคลื่อนย้ายสินค้าขึ้นชั้นวาง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและบริหารต้นทุนได้อย่างยั่งยืน

ไปจนถึงการขอความร่วมมือจากพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านความสะดวกสบายบางส่วนลงแบบชั่วคราว เพื่อร่วมกันประคองสถานการณ์โดยไม่ผลักภาระไปให้ลูกค้า

ไม่ลืม DNA “องค์กรคนดี”

แม้จะมีการทรานส์ฟอร์มหลายด้าน แต่“ประเสริฐ” เสริมว่า ไลอ้อนจะต้องไม่ลืมรากฐานและดีเอ็นเอ (DNA) สำคัญขององค์กรอย่างแนวคิด “องค์กรคนดี” ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญาธุรกิจคู่คุณธรรม หรือ Business with Ethics อย่างการยกย่องคนดี ส่งเสริมคนเก่ง รวมถึงคำนึงถึงผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมเหนือผลกำไร ซึ่งจะเสริมด้วยค่านิยมองค์กรใหม่ในชื่อ 5 LIONs Spirit ประกอบด้วย ความดี (GoodNess), การให้พลัง (Empowering), ความเชื่อมั่น (Trust), นวัตกรรมที่ใส่ใจ (Caring Innovation), และความยั่งยืน (Sustainability)

เนื่องจากวัฒนธรรมองค์กรคนดีนี้เป็นเครื่องช่วยเตือนสติและกำหนดทิศทางการทำงานเหมือนบรรทัดฐานในใจของพนักงาน หากมีการเสนอไอเดียหรือการกระทำใดที่ดูขัดกับหลักการนี้ พนักงานจะกล้าทักท้วงกันเองว่าเราเป็นองค์กรคนดีนะ เราจะทำสิ่งนี้เหรอ ซึ่งช่วยยับยั้งสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และประคับประคองให้การทำงานไปในทิศทางที่ถูกที่ควรเสมอ ไม่มุ่งเน้นแต่ตัวเลขกำไรสูงสุดจนหลงลืมผลประโยชน์ของผู้บริโภค และทำให้พนักงานเข้าใจว่าบริษัทสามารถผลักดันผลกำไรให้เติบโตควบคู่ไปกับการทำสิ่งที่ดีให้กับลูกค้าได้

นอกจากนี้ยังเป็นเกณฑ์คัดกรองบุคลากรคนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อนองค์กร เพราะบริษัทต้องการสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยคนที่ “ทั้งเก่งและดี” ซึ่งจะเป็นรากฐานสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน และพิสูจน์ให้เห็นว่าเป้าหมายยอดขาย 3 หมื่นล้านบาทควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประเสริฐ สุรัตนเมธากุล ทรานส์ฟอร์ม LION สู่ 3 หมื่นล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...