โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สื่อนอกเกาะติดปล่อยทักษิณออกจากเรือนจำ ตั้งคำถาม “ยุคของทักษิณจบลงแล้วหรือยัง?”

THE STANDARD

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
สื่อนอกเกาะติดปล่อยทักษิณออกจากเรือนจำ ตั้งคำถาม “ยุคของทักษิณจบลงแล้วหรือยัง?”

สื่อต่างประเทศ อาทิ Reuters AP AFP BBC Xinhua เกาะติดรายงานข่าวการปล่อยตัวอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ออกจากเรือนจำในช่วงเช้าวันนี้ (11 พฤษภาคม) โดย Reuters รายงานว่า ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพลของไทย ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ หลังจากถูกคุมขังประมาณ 8 เดือน ตามคำพิพากษาของศาลที่เห็นว่า เขาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างไม่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงการจำคุก

ประเด็นสำคัญ

  • ทักษิณจะไม่ทิ้งการเมือง?
  • ยุคของทักษิณจบลงแล้วหรือยัง?

Reuters ชี้ว่า มหาเศรษฐีวัย 76 ปีผู้นี้ ‘เปลี่ยนแปลง’ และ ‘ครอบงำ’ การเมืองไทยมานานถึง 25 ปี แต่อิทธิพลของเขาเริ่มลดลงในช่วงหลัง หลังจากถูกจำคุก ขณะที่พรรคเพื่อไทยที่เคยยิ่งใหญ่ของเขา ทำผลงานในการเลือกตั้งเมื่อต้นปีนี้ได้ย่ำแย่ที่สุด

การปล่อยตัวทักษิณมีขึ้นท่ามกลางกลุ่มผู้สนับสนุนหลายร้อยคนที่ไปเฝ้ารออยู่ด้านนอกเรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่เช้ามืด และพากันตะโกนว่า “เรารักทักษิณ” ในขณะที่ทักษิณก้าวออกมาจากประตูเรือนจำ ก่อนจะเข้ามาทักทายพวกเขาหลังได้รับอิสรภาพ

หนึ่งในผู้สนับสนุนทักษิณจากจังหวัดเชียงราย ให้สัมภาษณ์ Reuters โดยมองว่าทักษิณไม่ควรที่จะได้รับโทษเลย

“เขาเป็นคนดีมาก ไม่ว่าเขาจะทำอะไร เขาก็ทำเพื่อประชาชน เขาแค่ต้องการให้ประชาชนมีกินและมีสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต”

ทักษิณจะไม่ทิ้งการเมือง?

ด้าน AFP รายงานความเห็นจากพ่อครัววัย 70 ปี คนหนึ่ง ที่ลางานมาเพื่อเฝ้ารอและแสดงการสนับสนุนทักษิณ กล่าวว่า “เขาไม่คิดว่าทักษิณจะออกจากการเมือง” และเชื่อว่า “ทักษิณอาจจะหายไปสักสองสามเดือน แต่เขาจะไม่ทิ้งการเมือง”

โดย ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์ AFP วิเคราะห์ว่า “การปล่อยตัวทักษิณ จะทำให้พรรคเพื่อไทยแข็งแกร่งขึ้นในระยะสั้น เพราะประชาชนจะรู้สึกว่าเจ้าของพรรคกลับมาแล้ว”

อย่างไรก็ตาม เขามองว่า “ศัตรูเก่าของทักษิณ คือฝ่ายอนุรักษ์นิยม จะรวมตัวกันสนับสนุนอนุทิน ซึ่งมีสิ่งที่ทักษิณไม่มี คือการได้รับความไว้วางใจจากชนชั้นนำ”

โดยฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ต่อต้านทักษิณ จะจับตามองการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของทักษิณ และเฝ้าดูว่าเขาจะอยู่ห่างจากการเมืองหรือไม่

ทั้งนี้ AP รายงานว่า ฝูงชนประมาณ 300 คน ทั้งผู้สนับสนุนและพันธมิตรทางการเมืองของทักษิณ ไปรวมตัวกันอยู่ด้านนอกเรือนจำคลองเปรม เพื่อต้อนรับมหาเศรษฐีพันล้านวัย 76 ปี ผู้สนับสนุนนโยบายประชานิยม

AP บรรยายว่า ทักษิณปรากฏตัวออกจากประตูเรือนจำในชุดเสื้อโปโลสีขาวและกางเกงสีน้ำเงิน ก่อนจะโอบกอดครอบครัว และฉายรอยยิ้มสดใสขณะเดินไปทักทายผู้สนับสนุนที่พากันตะโกนว่า “เรารักทักษิณ” และมอบดอกกุหลาบสีแดงให้แก่เขา จากนั้นทักษิณก็เดินทางออกไปโดยไม่พูดคุยกับนักข่าว

ขณะที่ AP ชี้ว่า ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกในประวัติศาสตร์ไทย ที่ดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี โดยนโยบายต่างๆ เช่น โครงการประกันสุขภาพแห่งชาติ และโครงการสร้างถนนในพื้นที่ด้อยพัฒนาของประเทศได้รับการสนับสนุนอย่างเหนียวแน่นจากกลุ่มคนยากไร้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ความนิยมและสไตล์การทำงานที่บางครั้งก็ใช้อำนาจโดยพลการของเขาได้สร้างความแตกแยกอย่างลึกซึ้งระหว่างฐานเสียงของเขากับฝ่ายชนชั้น กลุ่มนิยมสถาบันกษัตริย์ และกองทัพ

โดยเขาถูกตั้งข้อหาใช้อำนาจในทางที่ผิดจากข้อกล่าวหาต่างๆ รวมถึงการใช้อำนาจในตำแหน่งเพื่อประโยชน์ส่วนตัวและการอนุมัติโครงการหวยบนดินอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งทำให้รัฐบาลขาดทุน

ยุคของทักษิณจบลงแล้วหรือยัง?

ด้าน BBC เผยแพร่บทวิเคราะห์จากโจนาธาน เฮด (Jonathan Head) ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตั้งคำถามว่า “ยุคของทักษิณจบลงแล้วหรือยัง?”

เฮด ระบุว่า “สำหรับชายผู้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาในต่างแดน และอีก 8 เดือนที่ผ่านมาในคุก บุคคลสำคัญอย่างอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ยังคงมีอิทธิพลอย่างมากต่อประเทศไทย”

โดยแม้พรรคเพื่อไทยจะยืนยันว่า นับจากนี้ไปทักษิณจะอยู่เบื้องหลัง แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการคาดเดาของสื่อ เกี่ยวกับบทบาทที่เขาอาจยังมีอยู่ในการเมืองไทย

ขณะที่เฮด มองว่า “เรื่องนี้แทบจะไม่น่าแปลกใจเลย” และชี้ว่า นับตั้งแต่ที่ทักษิณ ขึ้นสู่อำนาจในเดือนมกราคม 2544 เขาพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศ โดยมีทั้งผู้สนับสนุนที่ภักดีและฝ่ายตรงข้ามที่เกลียดชังในจำนวนที่พอๆ กัน ซึ่งพรรคของเขายังคงชนะการเลือกตั้ง แม้หลังจากที่เขาถูกโค่นล้มด้วยการรัฐประหารในเดือนกันยายน 2549

ความกลัวต่อความทะเยอทะยานของทักษิณ ที่มีต่อกลุ่มชนชั้นนำ นำไปสู่คำพิพากษาของศาลหลายครั้ง และการปะทะกันอย่างรุนแรงบนท้องถนนเป็นเวลาหลายปี ตลอดจนเกิดการรัฐประหารอีกครั้งในปี 2557

แต่ทักษิณก็ปฏิเสธที่จะถอย และยังบริหารพรรคของเขาจากต่างประเทศต่อไป ซึ่งหลัง “การต่อรองครั้งใหญ่” ที่เห็นได้ชัด ฝ่ายอนุรักษ์นิยมก็อนุญาตให้เขากลับบ้านในปี 2566 เพื่อนำพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง และดูเหมือนว่าทักษิณจะไม่ยอมถอย แม้ว่าจะอ้างถึงการใช้เวลาอยู่กับหลานๆ มากขึ้นก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เฮดชี้ว่า การได้รับอิสรภาพของทักษิณในครั้งนี้ อาจก่อให้เกิดผลที่ ‘แตกต่างออกไป’ เนื่องจากการตัดสินโทษของศาลฎีกา เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคเพื่อไทยล่มสลายไปไม่ถึงสองสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ซึ่งแพทองธาร ลูกสาวของเขา ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากกรณีการรั่วไหลของคลิปสนทนาทางโทรศัพท์กับสมเด็จฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานวุฒิสภาของกัมพูชา

และในขณะที่ทักษิณถูกจำคุก พรรคเพื่อไทยยังประสบความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคเพื่อไทยจำต้องยอมรับว่า เป็นได้เพียงพรรคร่วมรัฐบาลขนาดเล็กในรัฐบาลผสมชุดใหม่

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...