โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘บังคับเกณฑ์ทหาร’ สู่ ‘ระบบสมัครใจ’ สภาเปิดรับฟังความเห็น พ.ร.บ.รับราชการทหาร ถึง 6 มิถุนายน 2569

The MATTER

เผยแพร่ 11 พ.ค. เวลา 07.21 น. • Brief

‘บังคับเกณฑ์ทหาร’ เปลี่ยนเป็น ‘ระบบสมัครใจ’ คือประเด็นที่ถูกพูดถึงและผลักดันในสังคมไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ล่าสุด 7 พฤษภาคม 2569 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่าง ‘พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. …’ โดยมีใจความสำคัญให้ปรับปรุงระบบรับราชการทหารจาก ‘บังคับเกณฑ์ ในยามปกติ’ ไปสู่ ‘ระบบสมัครใจ’ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิต สวัสดิการ และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

เนื่องจากประเทศไทยมีระบบเกณฑ์ทหารที่บังคับชายไทยบางส่วนเข้ารับราชการทหารในห้วงเวลาที่ไม่มีภัยสงคราม ซึ่งนำไปสู่การลิดรอนเสรีภาพในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพในระดับปัจเจกบุคคล และการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ในวัยทำงานออกจากระบบเศรษฐกิจในระดับประเทศ

และการเสนอ ‘ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร’ ไม่ได้หมายความว่าให้ประเทศไทยยกเลิกการมีทหารหรือกองทัพไปเสีย และยังคงมีระบบที่ให้บุคคลที่สมัครใจเข้ารับราชการทหารอยู่ พร้อมผลักดันการยกระดับคุณภาพชีวิตและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทหารกองประจำการ เพื่อนำไปสู่จำนวนผู้สมัครใจที่สูงขึ้นอีกด้วย

โดยสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว มีดังนี้

📌ปรับปรุงให้การรับราชการทหารกองประจำการเป็นสิทธิของบุคคลที่มีสัญชาติไทย แทนหน้าที่ของชายที่มีสัญชาติไทย โดยชายไทยที่อายุย่างเข้า 18 ปี จะถูกบรรจุเป็นทหารกองเกิน ‘โดยอัตโนมัติ’ ตั้งแต่ 1 มกราคมของปีถัดไป (จากเดิมต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินภายในพุทธศักราชนั้น)

📌จากที่กำหนดว่าผู้ที่ลงบัญชีทหารกองเกินให้ให้ถือว่าผู้นั้นมีภูมิลำเนาทหารอยู่ในท้องที่อำเภอที่ได้ลงบัญชีนั้น เปลี่ยนเป็น ‘ให้ถือเอาภูมิลำเนาทหารตามที่อยู่ทะเบียนบ้านของบุคคล’

📌ปรับปรุงการรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการ ‘ใช้วิธีรับสมัครและคัดเลือกจากผู้ที่ประสงค์เท่านั้น’ แทนการเรียกมาตรวจเลือก และจะมีระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารกองประจำการเกิน 5 ปีไม่ได้ และต้องคำนึงถึงโอกาสความก้าวหน้าทางอาชีพเพื่อเป็นข้าราชการทหารชั้นประทวนและสัญญาบัตร

📌กรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่าประเทศอาจเผชิญสงครามในระยะเวลาอันใกล้ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกและตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ เพื่อให้ทหารกองเกินที่มีอายุ 18-30 ปี เข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการ ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในกฎกระทรวง ซึ่งต้องไม่เกินคราวละ 1 ปี

📌ให้หลักสูตรการฝึกทหารเป็นไปตามคำสั่ง ระเบียบ หรือหลักสูตรสากลและกฎหมายทหารระหว่างประเทศ มีการส่งเสริมหลักการประชาธิปไตย และวิธีการฝึกมีการประกันความปลอดภัย สวัสดิภาพ สิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหารกองประจำการทุกคน

📌บัญญัติห้ามบุคคลใช้ทหารกองประจำการทำงานในลักษณะที่เป็น ‘งานรับใช้ส่วนตัว’ และห้ามการละเมิดต่อร่างกายหรือจิตใจหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากมีการกระทำผิดต้องมีการสอบสวนโดยเร็ว ในกรณีข้าราชการให้ถือว่าผิดวินัยร้ายแรงและให้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

และให้การละเมิดฯ ข้างต้น เป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย

📌มีการกำหนดช่วงอายุหรือปรับปรุงระยะเวลาสำหรับทหารกองหนุนประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 โดยเงื่อนไขการปลดทหารเป็นประเภทที่ 1 หรือ 2 และระยะเวลาการปลดทหารกองหนุนประเภทที่ 2 กำหนดไว้คงเดิม

📌ในส่วนของบทกำหนดโทษได้เปลี่ยนระวางโทษทั้งหมดเป็นโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท ยกเว้นความผิดฐานทำร้ายตนเองเพื่อให้พ้นจากการรับราชการทหาร ไม่มีระวางโทษปรับ

ร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกเสนอโดย เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคณะ โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2569

👉สามารถอ่านรายละเอียดและร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายฉบับนี้ ผ่านเว็บไซต์

https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=561

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...