โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทักษิณพ้นคุก เข้าถ้ำเลียแผล รอชักใยพท.

ไทยโพสต์

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี-ผู้นำพรรคเพื่อไทย จะเดินออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังติดคุกนาน 8 เดือน นับแต่ 9 กันยายน 2568 ตามคำสั่งศาลฎีกาจนได้รับการพักโทษ แต่ระหว่างนี้ก็อยู่ในช่วงการคุมประพฤติ โดยจะได้รับอิสรภาพเต็มตัว 9 ก.ย.ปีนี้

การออกจากเรือนจำครั้งนี้ ทักษิณจะติดกำไล EM ด้วย แม้ทางครอบครัวและทนายความทักษิณจะไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่านายทักษิณอายุมากแล้ว และมีโรคประจำตัว อีกทั้งไม่มีพฤติการณ์หลบหนี รวมถึงเป็นถึงระดับอดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย จึงไม่สมควรต้องติดกำไล EM อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมยืนยันว่าเป็นการพิจารณาตามหลักเกณฑ์

คาดว่าหลังจากนี้ฝ่ายทนายความ-ทักษิณ อาจยื่นคำร้องให้มีการทบทวนการติดกำไล EM โดยยกประเด็นข้างต้นให้มีการทบทวน

ส่วนในทางการเมือง หลายฝ่ายเชื่อตรงกันว่า ด้วยนิสัย-ดีเอ็นเอของทักษิณ แม้ต่อให้ออกมาแล้ว ยังไงก็ไม่วางมือการเมือง จะต้องเข้าไปชักใย ควบคุมสั่งการทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทย-รัฐมนตรีของเพื่อไทย เพราะลือกันว่า ตอนทักษิณอยู่ในคุก เวลาที่เพื่อไทยต้องตัดสินใจอะไรสำคัญๆ ทางการเมือง คนในครอบครัวก็จะนำข่าวสาร-ข้อมูลไปพูดคุยกับทักษิณ เพื่อให้เห็นชอบสั่งการและส่งสัญญาณออกมา เพื่อส่งต่อไปยังแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ส่วนใหญ่คนที่จะนำข่าวสารไปบอกกับทักษิณ ก็คงไม่พ้น แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ-อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ปัจจุบันเป็น คณะที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ที่มีด้วยกัน 7 คน ที่ล้วนแล้วแต่เป็นแกนนำพรรคเพื่อไทยระดับคีย์แมน จนถูกเรียกว่า โปลิตบูโรเพื่อไทย และเมื่อวันนี้ทักษิณออกมาจากเรือนจำ ที่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารเหมือนคนทั่วไป สามารถพบเจอพูดคุยกับแกนนำเพื่อไทย-รัฐมนตรี-สส.ของเพื่อไทยได้เต็มที่ ก็ยิ่งทำให้การสั่งการ-คอนโทรลการเมืองทำได้เต็มที่มากขึ้น

เรื่องนี้มีคำเตือนจาก ถาวร เสนเนียม อดีต รมช.มหาดไทย-รมช.คมนาคม และอดีตแกนนำ กปปส. ที่เตือนทักษิณไว้ว่า ทักษิณได้รับบทเรียนแล้วว่าการทำตัวเป็น จิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทยได้รับผลอย่างไร หลังออกมาแล้ว รอบนี้ก็ขอให้ถอดบทเรียนครั้งนั้น อย่าไปแทรกแซงรัฐมนตรี อย่าไปแทรกแซงพรรค (เพื่อไทย) ถ้าจะมาทำการเมืองก็อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งทำได้ สิทธิเสรีภาพทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน แต่อยู่ในกรอบอะไร ก็อยู่ในกรอบนั้น อย่าล่วงล้ำ

ส่วนว่าหลังจากออกมาจากเรือนจำ วันที่ 11 พ.ค. ทักษิณจะนิ่งได้นานแค่ไหน “ถาวร” มองว่า คน 90 กว่าเปอร์เซ็นต์บอกว่า สงสัยจะไม่นิ่ง ซึ่งผมคิดว่าช่วง 2 เดือนแรกหรือ 4 เดือนแรกหลังออกมาคงยังน่าจะโอเคอยู่ ในช่วงพักโทษ (การคุมประพฤติ) แต่หลังจากนั้นอาจไม่แน่ ตามหลักจิตวิทยา คนที่คิดว่าตัวเองเก่ง เหนือกว่าทุกคน มักจะนิ่งเฉยไม่ได้ เพราะคิดว่าตัวเองมีความรู้เยอะ ประสบการณ์มาก ยังมีแฟนคลับเหลือ ก็ขอส่งสัญญาณไปถึงด้วยความหวังดีจริงๆ เพราะไม่ได้มีอะไรกับนายทักษิณเป็นการส่วนตัว เพียงแต่ว่าหากอยู่ในกรอบ ให้เกียรตินักการเมืองในพรรคท่าน (เพื่อไทย) เวลาจะให้คำแนะนำอะไร ก็ไม่ควรออกมาปรากฏบนจอ ก็คิดว่าพรรคเพื่อไทยก็น่าจะไปได้

ก่อนที่ทักษิณจะออกจากเรือนจำประมาณ 8 โมงเช้า จันทร์ที่ 11 พ.ค. พบว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา “กลุ่มคนเสื้อแดง” หลายกลุ่มจัดกิจกรรมให้กำลังใจและร่วมต้อนรับทักษิณคืนสู่อิสรภาพ กันหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงช่วงค่ำ โดยมีการนอนค้างคืนกันที่หน้าเรือนจำ เพื่อรอต้อนรับให้กำลังใจทักษิณตั้งแต่ 7 โมงเช้า

ตามข่าวก็คือ คนในครอบครัว ชินวัตร-ดามาพงศ์-วงศ์สวัสดิ์ ส่วนใหญ่จะเดินทางมาที่หน้าเรือนจำกันเกือบหมด รวมถึง สส.เพื่อไทย-อดีต สส.เพื่อไทยอีกหลายสิบคนมีการนัดหมายมาให้กำลังใจ-ร่วมยินดีกับอิสรภาพของทักษิณ

ส่วนว่าหลังทักษิณออกมาแล้ว ยังมี คดีความ-เรื่องร้องเรียน ให้ต้องสู้คดี-กังวลใจอะไรอีกหรือไม่ พบว่าทักษิณยังคงมีชนักติดหลังอยู่

เช่น การตกเป็นจำเลยในคดี 112 ในชั้นศาลอุทธรณ์ ด้วยแม้ก่อนหน้านี้ศาลอาญาจะเคยยกฟ้องคดี 112 กรณีทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ช่วงอยู่ต่างประเทศ จนมีคนไปแจ้งความเอาผิดว่าเนื้อหาคำให้สัมภาษณ์พาดพิงสถาบัน อย่างไรก็ตาม ศาลอาญาตัดสินยกฟ้องเมื่อ 22 สิงหาคม 2568 อีกทั้งคณะกรรมการพิจารณาการอุทธรณ์คดี 112 ของสำนักงานอัยการสูงสุด มีมติ 8 ต่อ 2 เห็นว่ารูปคดีไปต่อไม่ได้ จึงเห็นควรไม่อุทธรณ์ แต่สุดท้าย อิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุดคนปัจจุบันที่จะพ้นจากตำแหน่งกันยายนปีนี้ หักดิบ ไม่เอาความเห็นของคณะกรรมการ โดยเซ็นยื่นอุทธรณ์คดี

ทำให้ทักษิณตกเป็นจำเลยคดี 112 ในชั้นศาลอุทธรณ์ ที่ทำให้แม้หลัง 9 กันยายน 2569 ทักษิณจะได้รับอิสรภาพ แต่หากถึงตอนนั้นศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำตัดสินคดี 112 ออกมา ทักษิณก็ยังเป็นจำเลยต่อศาล ทำให้หากจะเดินทางออกนอกประเทศต้องไปยื่นขออนุญาตกับศาลอุทธรณ์ต่อไป

ซึ่งแม้คดีนี้ทักษิณอาจไม่กังวลใจ เพราะศาลอาญาเคยยกฟ้อง กระนั้นต้องดูว่าองค์คณะของศาลอุทธรณ์จะมีคำตัดสินที่แตกต่างหรือจะยืนตามศาลชั้นต้นหรือไม่

ส่วนเรื่องชั้น 14 รพ.ตำรวจป่วยทิพย์ แม้ทักษิณจะเข้าคุกไปแล้ว จากผลคำสั่งศาลฎีกาฯ แต่เรื่องยังไม่จบ เพราะยังมีคดีค้างที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนเอาผิด เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งกรมราชทัณฑ์-เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร-รพ.ตำรวจ รวม 12 คน และต่อมาหลังศาลฎีกาฯ มีคำสั่งให้ทักษิณกลับเข้าเรือนจำ พบว่ามีคนไปยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนเพิ่มเติม โดยขอให้นำคำตัดสินของศาลฎีกาฯ ที่ชี้ว่า มีการช่วยเหลือทักษิณให้นอน รพ.ตำรวจ 6 เดือน ทั้งที่ไม่ใช่ผู้ป่วยรุนแรง จึงขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนเพื่อโยงให้ได้ว่ามีการร้องขอหรือสั่งการจากฝ่ายการเมือง เพื่อให้มีการออกใบรับรองแพทย์ หรือเอกสารทางการแพทย์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือไม่

คดีชั้น 14 หาก ป.ป.ช.มีการไต่สวนแล้วใช้วิธีกันเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งถูกไต่สวนไว้เป็นพยาน หากมีการซักทอดถึงตัวทักษิณ ก็อาจทำให้ทักษิณเสี่ยงจะถูก ป.ป.ช.ไต่สวนในคดีชั้น 14 ตามมาได้ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับคำสั่งศาลฎีกาฯ

นอกจากนี้ปีที่ผ่านมาช่วงพฤศจิกายน 2568 ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาให้ทักษิณชำระภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปให้กลุ่มเทมาเส็ก รวมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม 17,600 ล้านบาท จากกรณีทำนิติกรรมอำพราง เพราะหุ้นชินคอร์ปทั้งหมดที่ขายไปในราคา 73,000 ล้านบาท เป็นของทักษิณ ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว

กระนั้นพบว่า กระบวนการบังคับคดี-การสืบทรัพย์และเรียกเก็บภาษีดังกล่าว ไม่มีข่าวความคืบหน้าออกมา ต้องดูว่า หลังทักษิณออกมาแล้ว จะมีความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างไรหรือไม่.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...