โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TOP ประกาศงบ Q1/69 กำไรสุทธิ 1.94 หมื่นลบ. โต 455% รายได้เพิ่ม - กำไรสต๊อกน้ำมัน

efinanceThai

เผยแพร่ 11 พ.ค. เวลา 02.53 น.

TOP ประกาศงบ Q1/69 กำไรสุทธิ 1.94 หมื่นลบ. โต 455% รายได้เพิ่ม - กำไรสต๊อกน้ำมัน

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 พ.ค. 69 9:53: น.

TOP ประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 19,481.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 455.7% จากรายได้เพิ่มขึ้นตามวัตถุดิบป้อนเข้ากระบวนการผลิต และรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมัน พร้อมติดตามแนวโน้มค่าการกลั่นในระยะถัดไป ตามความผันผวนตามสถานการณ์ตลาด

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 19,481.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 455.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,503.51 ล้านบาท

ในไตรมาส 1/69 ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามแรงหนุนหลักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์รับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิจากการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป ทำให้กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 31,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25,179 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ตาม กลุ่มไทยออยล์รับรู้ขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน 8,582 ล้านบาท แม้จะมีกำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ 2,436 ล้านบาท

รายได้จากการขายของกลุ่มไทยออยล์ในไตรมาสแรกของปี 2569 อยู่ที่ 114,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,539 ล้านบาท ตามปริมาณวัตถุดิบที่ป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตที่เพิ่มขึ้น และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

กลุ่มไทยออยล์มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 9.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากส่วนต่างราคาน้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซลกับน้ำมันดิบดูไบที่สูงขึ้นจากภาวะอุปทานตึงตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นของธุรกิจอะโรเมติกส์ยังปรับเพิ่มขึ้น จากส่วนต่างราคาสารพาราไซลีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามอุปสงค์ที่ดีขึ้นในอินเดียและจีน รวมถึงกำไรขั้นต้นจากธุรกิจผลิตสาร Linear Alkyl Benzene (LAB) ที่สูงขึ้นจากภาวะอุปทานตึงตัว และกำไรขั้นต้นของธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากอัตรากำไรของผลิตภัณฑ์พลอยได้และกลุ่มผลิตภัณฑ์เฉพาะทางที่ปรับตัวดีขึ้น

แนวโน้มค่าการกลั่น

แนวโน้มค่าการกลั่นในแต่ละไตรมาสของปี 2569 ว่าจะมีความผันผวนตามสถานการณ์ตลาด โดยเฉพาะจากความไม่แน่นอนของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีค่าการกลั่นอยู่ในระดับสูง และมีกำไรจากสต็อกน้ำมัน ซึ่งเกิดจากการจัดหาน้ำมันดิบล่วงหน้าตามแนวทางการดำเนินธุรกิจปกติประมาณ 1-2 เดือน ทำให้ต้นทุนที่รับรู้ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน

ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน อาทิ ต้นทุนน้ำมันดิบ และส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ (Crude Premium) ที่สะท้อนค่าความเสี่ยงจากภาวะสงคราม (War Risk Premium) คาดว่าจะทยอยสะท้อนในผลการดำเนินงานตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 ถึงครึ่งหลังของปี 2569 ตามรอบการจัดหาน้ำมันดิบ ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลให้ค่าการกลั่นปรับตัวลดลง

ภายใต้สมมติฐานที่อ้างอิงข้อมูลจากภาวะตลาดและแหล่งข้อมูลวิจัยที่เกี่ยวข้อง ไทยออยล์คาดว่าอาจรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันในช่วงไตรมาส 2/2569 และต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เมื่อราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังสถานการณ์คลี่คลาย

โรงกลั่นอาจต้องรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน เนื่องจากน้ำมันดิบที่เข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นน้ำมันดิบที่มีการจัดซื้อล่วงหน้าในช่วงที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและมีความผันผวนสูง ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลายลง ก็จะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง ส่งผลต่อการขาดทุนสต็อกน้ำมันในอนาคต

ทั้งนี้ ค่าการกลั่นรวมกำไร (ขาดทุน) จากสต็อกน้ำมันไม่ใช่ผลกำไร (ขาดทุน) สุทธิของโรงกลั่น เนื่องจากยังไม่รวมรายการสำคัญหลายส่วน เช่น การกลับรายการมูลค่าสินค้าคงเหลือน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป กำไร (ขาดทุน) จากเครื่องมือทางการเงิน ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ดอกเบี้ยจ่าย ค่าเสื่อมราคา และภาษีเงินได้ เป็นต้น

กําไรที่โรงกลั่นได้รับใน Q1/69 เป็นกําไรทางบัญชีที่มาจากความผันผวนของราคานํ้ามันในระยะสั้น อันเกิดจากต้นทุนนํ้ามันดิบที่นําเข้ากลั่นซึ่งได้จัดซื้อไว้ก่อนเกิดสงคราม มิใช่กําไรจากการดําเนินงานที่เกิดขึ้นอย่างสมํ่าเสมอ

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

- ไทยออยล์ประเมินว่าจําเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นประมาณ 18,000 ล้านบาท ในไตรมาส 2/69 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม เพื่อรองรับการจัดซื้อน้ำมันดิบที่มีราคาปรับเพิ่มสูงขึ้น โดยภายหลังการเกิดสงคราม ต้นทุนราคาน้ำมันดิบของกลุ่มไทยออยล์ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญเมื่อเทียบกับระดับก่อนเกิดสงคราม (อ้างอิงราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในเดือน กุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เทียบกับต้นทุนราคาน้ํามันดิบดูไบเฉลี่ยในเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 129 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล)

- ผลกระทบจากนโยบายของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมีมติให้ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2-5 บาทต่อลิตร ในช่วงวันที่ 9 เมษายน 19 พฤษภาคม 2569 ส่งผลให้กระแสเงินสดของกลุ่มไทยออยล์ลดลงประมาณ 2,800 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ

- ไทยออยล์มีเงินสดคงค้างจากการขอชดเชยคืนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นจํานวน 10,314 ล้านบาท (ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2569) เนื่องจากผลจากการที่ภาครัฐใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือพยุงราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ส่งผลให้กระแสเงินสดของไทยออยล์ลดลงประมาณ 10,314 ล้านบาท

ไทยออยล์จะติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการสภาพคล่องอย่างรอบคอบ เพื่อรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น ไทยออยล์ยังคงดําเนินการกลั่นด้วยอัตราการใช้กําลังการผลิตเฉลี่ยในระดับร้อยละ 110-113 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดตามศักยภาพของโรงกลั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และให้มั่นใจว่ามีอุปทาน้ำมันสําเร็จรูปเพียงพอรองรับสถานการณ์วิกฤต ขณะเดียวกัน โรงกลั่นในภูมิภาคเอเชียส่วนหนึ่งได้ปรับลดกําลังการผลิต เนื่องจากการชะลอหรือลดการซื้อน้ำมันดิบหลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลให้การนําเข้าน้ำมันดิบเพื่อการกลั่นมีความไม่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...