โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

Business Today Thai Politics 24 เมษายน 2569

Businesstoday

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 18.04 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 11.04 น. • Businesstoday

“อนุทิน” เปิดห้องทำงานต้อนรับ “หวัง อี้” กระชับสัมพันธ์ไทย-จีน

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569) ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายหวัง อี้ (H.E. Mr. Wang Yi) สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ในโอกาสเยือนไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้จัดเลี้ยงทุเรียนและข้าวหลาม ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนายหวัง อี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ให้การสนับสนุนประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสะท้อนว่าภายหลังจากการเสด็จฯ เยือน สาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศอย่างชัดเจน และหวังว่าจีนจะยังคงสนับสนุนการพัฒนาของไทยในทุกมิติ บนพื้นฐานของความเป็น “บ้านพี่เมืองน้อง” ซึ่งมีทั้งความไว้เนื้อเชื่อใจและความเคารพซึ่งกันและกัน

ด้านนายหวัง อี้ กล่าวแสดงความยินดีที่ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีภายหลังเข้ารับตำแหน่ง พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศของรัฐบาลไทย และมั่นใจว่าความสัมพันธ์ไทย – จีน จะยิ่งแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันนายหวัง อี้ ยังได้ถ่ายทอดความปรารถนาดีจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และครอบครัว ถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พร้อมย้ำว่า จีนเชื่อมั่นในเสถียรภาพของไทย และพร้อมเป็นหุ้นส่วนที่ไทยสามารถไว้วางใจได้ในระยะยาว

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นสำคัญ ดังนี้

  • การยกระดับความสัมพันธ์ไทย – จีน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยจะผลักดันการจัดทำ “แผนปฏิบัติการร่วม” (Action Plan) ที่สอดประสานกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของทั้งสองประเทศ เพื่อให้ความร่วมมือเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ
  • การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง ฝ่ายจีนได้เชิญนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปคที่จีนจะเป็นเจ้าภาพในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ และเชิญเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ขณะที่ฝ่ายไทยได้เชิญนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง เยือนไทย ซึ่งฝ่ายจีนได้ตอบรับในหลักการและอยู่ระหว่างการจัดกำหนดการ
  • สถานการณ์ไทย –กัมพูชา นายหวัง อี้ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในภูมิภาค โดยเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชามีแนวโน้มที่ดีขึ้น และแสดงความหวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาจะมีพัฒนาการที่ดีในเร็ววัน โดยไทยย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างกัน
  • ความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง และจะบรรจุเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของแนวทางแผนปฏิบัติการร่วม เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชน
  • การต่อยอดความร่วมมือเชิงรูปธรรมผ่านกลไกและกิจกรรมร่วม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะพัฒนาความร่วมมือให้ก้าวไปสู่การดำเนินการเชิงรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงในเชิงนโยบาย แต่รวมถึงการขับเคลื่อนผ่านกลไกความร่วมมือ การประชุม และกิจกรรมร่วมในระดับต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

“เอกนิติ” คาด “คนละครึ่ง พลัส” เริ่ม มิ.ย. จ่ายเดือนละ 1,000 บาท 4 เดือน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึง ความคืบหน้า การดำเนินโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ภายใต้ “ไทยช่วยไทย พลัส” ว่า

จะเริ่มให้ลงทะเบียนภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และตั้งใจว่า จะให้เริ่มดำเนินการในเดือนมิถุนายน โดยรัฐออกให้ 60% ประชาชนออก 40%

ทั้งนี้ นายเอกนิติ ระบุว่า ระบบการลงทะเบียนยังคงเหมือนเดิม คือ ผ่านระบบ “เป๋าตังค์” และเบื้องต้น วางแผนจะจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ซึ่งโครงการนี้เป็นไปตามนโยบายนายกรัฐมนตรีที่จะมาช่วยเรื่องการเยียวยาค่าครองชีพที่สูงด้วย

ภราดร มอบนโยบายป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้สำนักงาน ป.ป.ท.

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569) เวลา 13.00 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี

ในการกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) เข้าตรวจราชการและมอบนโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐของสำนักงาน ป.ป.ท. พร้อมทั้งรับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของหน่วยงาน

โดยมี นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. ทั้งส่วนกลาง และ ปปท. เขต 1-9 เข้าร่วมฯ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 28 สำนักงาน ป.ป.ท. อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค จังหวัดนนทบุรี และผ่านสื่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่แถลงต่อรัฐสภา ข้อ 10.2 ปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายเพื่อขจัดยาเสพติดอย่างจริงจัง ข้อ 20 ราชการทันใจ ผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน

ซึ่งเป็นระบบหลัก (Super license) ให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน และเร่งเสนอร่างชุดกฎหมาย (omnibus law) เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เกิดจากกฎหมายที่ล้าสมัยซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันต่อสภาผู้แทนราษฎรให้มีผลบังคับใช้ภายใน 1 ปี และข้อ 23 แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง ซึ่งจะเห็นได้ว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นระบบ

โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานทั้งในด้านต่างประเทศและความมั่นคง และด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย มุ่งตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างทันท่วงที ซึ่งจะนำไปสู่การ “ปลดล็อก” ศักยภาพของประเทศในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างแท้จริง ฟื้นคืนความเชื่อมั่นต่อการทำงานของภาครัฐ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในด้านความโปร่งใสและหลักนิติธรรม ทำให้นานาชาติให้การยอมรับประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเดินหน้าเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 คณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบหมายให้สำนักงาน ป.ป.ท. เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน เพื่อยกระดับความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานราชการ และลดโอกาสการเกิดการทุจริตเชิงระบบ โดยมุ่งเน้นการป้องกันเชิงรุกควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน

ทั้งนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้สำนักงาน ป.ป.ท. ขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ และยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยให้สูงขึ้น โดยมีแนวคิดในการจัดตั้งกลไกระดับนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีให้เป็นไปตามกรอบเวลา และสามารถติดตามผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามแนวคิดดังกล่าวต่อไป

“ศุภมาส” เผย 3 แนวทาง ช่วยเหลือผู้ถูกยกเลิกเที่ยวบินกะทันหัน

วันนี้ (24 เมษายน 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้สั่งการให้ สคบ. เร่งติดตามและแก้ไขปัญหากรณีสายการบินหลายแห่งทยอยประกาศยกเลิกเที่ยวบิน

ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในวงกว้าง ทั้งด้านแผนการเดินทางและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าที่พัก ค่าทัวร์ และค่าใช้จ่ายอื่นที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ ประกอบกับข้อจำกัดของกฎหมายในบางกรณีที่ผู้โดยสารอาจไม่ได้รับค่าชดเชย สร้างความกังวลและความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนจำนวนมาก

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลต่อการเดินทางของประชาชน และสร้างความกังวลหลายด้าน ตนจึงได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งดูแลช่วยเหลือผู้บริโภครอบด้าน พร้อมกำชับ สคบ. ต้องเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ทั้งในเชิงการแก้ไขปัญหาและการป้องกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมสูงสุด

จากข้อสั่งการของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทาง สคบ. นำโดย นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ได้กำหนดแนวทาง การช่วยเหลือผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่

1) ประสานความร่วมมือกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อผลักดันมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภคให้มีความชัดเจน และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2) การยกระดับกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยเชิญผู้ประกอบธุรกิจสายการบินและผู้บริโภคเข้าหารือร่วมกัน เพื่อหาทางออกที่เป็นธรรม และหากไม่สามารถตกลงกันได้ จะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อพิจารณาดำเนินคดีแทนผู้บริโภค

3) เร่งสร้างองค์ความรู้และภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชน ผ่านการประชาสัมพันธ์สิทธิผู้โดยสาร เงื่อนไขการชดเชย และข้อควรระวังในการจองตั๋วผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ หรือสายการบินที่ไม่มีตัวแทนในประเทศไทย

”การยกเลิกเที่ยวบินกะทันหันส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคเป็นวงกว้าง ไม่เพียงแต่ค่าโดยสารเครื่องบิน แต่ยังรวมถึงการจองที่พัก การเช่ารถ การจองทริปท่องเที่ยว และค่าใช้จ่ายอื่นที่ได้วางแผนล่วงหน้าไว้ ทำให้ประชาชนต้องรับภาระความเสียหายจำนวนมาก ขณะนี้ สคบ. ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ให้บริการสายการบิน และผู้ให้บริการสายการบิน เพื่อเร่งกำหนดแนวทางและมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการใช้บริการสายการบินอย่างเร่งด่วน หากประชาชนได้รับความเดือดร้อน หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสายการบินในกรณีต่าง ๆ สามารถขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือผ่านเว็บไซต์ สคบ. และแอปพลิเคชัน OCPB Connect ตลอด 24 ชั่วโมง“

รัฐบาลขยายเวลาจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี 69

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ขยายระยะเวลาการจัดเก็บ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประจำปี 2569” ครอบคลุมทุกขั้นตอน เพื่อบรรเทาภาระทางเศรษฐกิจและเพิ่มสภาพคล่องให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ

โดยกำหนดระยะเวลาใหม่ มีสาระสำคัญ ดังนี้ การแจ้งประเมินภาษี จากเดิมภายในเดือนเมษายน 2569 ขยายเป็น ภายในเดือนพฤษภาคม 2569 การชำระภาษีจากเดิมภายในเดือนมิถุนายน 2569 ขยายเป็น ภายในเดือนกรกฎาคม 2569 การผ่อนชำระภาษี (3 งวด) งวดที่ 1 ภายใน กรกฎาคม 2569 งวดที่ 2 ภายใน สิงหาคม 2569 งวดที่ 3 ภายใน กันยายน 2569 การแจ้งเตือนภาษีค้างชำระขยายเป็น ภายในเดือนสิงหาคม 2569

นางสาวลลิดา กล่าวว่า การขยายเวลาในครั้งนี้ช่วยให้ประชาชนมีเวลาวางแผนทางการเงินมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจอยู่ระหว่างการฟื้นตัว พร้อมทั้งยังคงเปิดทางเลือกให้สามารถผ่อนชำระได้โดยไม่กระทบภาระในคราวเดียว

ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศจะดำเนินการตามกรอบระยะเวลาใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกและให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...