โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเตือน ‘โรคอ้วน’ ตัวเร่งเงียบดัน ‘ไขมันพอกตับ’ พุ่ง เสี่ยงตับแข็ง-มะเร็ง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ในกิจกรรมบริการวิชาการสุขภาพ ภายใต้หัวข้อ “Innovative Obesity Care for Sustainable Health” หรือ “นวัตกรรมการจัดการโรคอ้วนเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน” จัดโดยโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตั้งแต่เวลา 09.00–12.00 น.

นพ.ดำรงค์ สุกิจปัญญาโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวเปิดงานว่า โรคอ้วนเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงเรื่องรูปร่างหรือความสวยงาม แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพองค์รวมของประชาชน และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หลายชนิด อาทิ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง รวมถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบข้อและการใช้ชีวิต โดยหากสามารถควบคุมน้ำหนักได้อย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงโรค และในบางกรณีสามารถลดการใช้ยาได้ โดยเน้นย้ำว่า “อาหารคือยา” และโภชนาการที่เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญของสุขภาพที่ดี

ภายในงานมีการจัด “Expert Talk” เจาะลึกนวัตกรรมการรักษาโรคอ้วนแบบครบวงจร โดยทีมแพทย์เฉพาะทางสหสาขาวิชาชีพ ครอบคลุมทั้งด้านโภชนาการ เวชศาสตร์การกีฬา อายุรศาสตร์ ศัลยศาสตร์ และสุขภาพจิต เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการดูแลน้ำหนักและป้องกันโรคอย่างรอบด้าน

พญ.อัญญา เกียรติวีระศักดิ์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้ข้อมูลในเวทีเสวนาว่า โรคอ้วนมีความเชื่อมโยงกับโรคในระบบทางเดินอาหารและตับหลายชนิด โดยเฉพาะโรคกรดไหลย้อน นิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ และภาวะไขมันพอกตับ โดยในผู้ที่มีภาวะอ้วนหรืออ้วนลงพุง จะมีแรงดันในช่องท้องสูง ไขมันบริเวณหน้าท้องกดเบียดกระเพาะอาหาร ทำให้หูรูดหลอดอาหารปิดไม่สนิท ส่งผลให้เกิดกรดไหลย้อน และหากเป็นเรื้อรังจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหาร ขณะที่นิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากคอเลสเตอรอลในน้ำดีสูงจนตกตะกอน ส่วนมะเร็งลำไส้ใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะอักเสบเรื้อรังในร่างกาย ซึ่งกระตุ้นให้เซลล์ผิดปกติและพัฒนาเป็นมะเร็ง

พญ.อัญญา กล่าวว่า ภาวะที่น่ากังวลและพบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องคือ “ไขมันพอกตับ” โดยผู้ป่วยโรคอ้วนมักมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ไขมันสะสมที่ตับจนเกิดการอักเสบ หากปล่อยไว้สามารถพัฒนาเป็นพังผืด ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ แม้ในผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม ในระยะเริ่มต้น ภาวะไขมันพอกตับยังสามารถย้อนกลับได้ หากมีการปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสม ได้แก่ การลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ควบคุมโรคร่วม เช่น เบาหวานและไขมันในเลือดสูง ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และงดแอลกอฮอล์ แต่หากเข้าสู่ระยะตับแข็งแล้ว จะไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้ และต้องติดตามคัดกรองมะเร็งตับอย่างต่อเนื่องทุก 6 เดือน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ความรู้และบริการสุขภาพ อาทิ การนำเสนอเทคโนโลยีผ่าตัดลดน้ำหนักด้วยหุ่นยนต์ แนวทางโภชนาการเพื่อควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายที่เหมาะสม การตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย การให้คำปรึกษาเฉพาะทาง รวมถึงการจัดแสดงนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเริ่มต้นดูแลสุขภาพ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอเตือน ‘โรคอ้วน’ ตัวเร่งเงียบดัน ‘ไขมันพอกตับ’ พุ่ง เสี่ยงตับแข็ง-มะเร็ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...