โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ฝ่ายค้านจัดหนักชำแหละนโยบายรัฐบาล จี้ปมเศรษฐกิจ-พลังงาน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การเมืองไทยเดินเข้าสู่ช่วงสำคัญอีกครั้ง ภายหลังคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 โดยขั้นตอนถัดไปคือการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 9-10 เมษายนนี้ ซึ่งจะเป็นเวทีแรกที่สะท้อนทิศทางการบริหารประเทศของ “รัฐบาลอนุทิน 2” และขณะเดียวกันก็เป็น “สนามทดสอบ” สำคัญจากฝ่ายค้าน

บรรยากาศก่อนถึงวันแถลงนโยบายเริ่มร้อนแรงขึ้น เมื่อพรรคฝ่ายค้านหลัก อย่าง พรรคประชาชน (ปชน.) และ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ต่างประกาศความพร้อมจัดทัพผู้อภิปราย เพื่อ “ชำแหละ” นโยบายรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในประเด็นเศรษฐกิจและพลังงาน ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่กระทบต่อประชาชนในวงกว้าง

ปชน.สะท้อนเสียงประชาชน

พรรคประชาชน เปิดเกมรุกด้วยการปล่อยแคมเปญ “พอแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว” สะท้อนความอัดอั้นของประชาชนต่อภาวะค่าครองชีพสูง โดยระบุว่า

ในวันที่คนไทยถูกล้อมด้วยวิกฤตเฉพาะหน้า น้ำมันแพง ค่าไฟจ่อปรับขึ้น รายได้โตไม่ทันค่าครองชีพ ซ้ำเติมวิกฤตระยะยาว หนี้ท่วมประเทศ คอร์รัปชันเบ่งบาน คุณภาพการศึกษาตกต่ำ สังคมสูงวัย และภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น

รัฐบาลสีน้ำเงินเต็มรูปแบบ จะพาประเทศเราไปได้ไกลแค่ไหน แม้จะว่ากันว่า รัฐบาลชุดนี้มาพร้อมรัฐมนตรี ที่มีคนอวยว่า จะช่วยรักษาประเทศไทยให้หายจากการเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะแก้สารพัดความห่วย ดันเศรษฐกิจไทยหลุดอันดันบ๊วย จนคนไทยต้องร้องว่ารวยไม่ไหวแล้ว

แต่ภายในวันแรกของรัฐบาล ประชาชนทั่วประเทศกลับประสานเสียงว่า พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว พบกับการอภิปรายคำแถลงนโยบายรัฐบาลภูมิใจไทยพลัส โดยพรรคประชาชน เพื่อตีแผ่วิกฤตประเทศไทยในเงื้อมมือรัฐบาลอนุทิน 9-10 เม.ย.นี้

ปชน.จัด 20 สส.อภิปรายนโยบาย

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ว่า การแถลงนโยบายในครั้งนี้ เรามาในธีม “พอแล้วไม่ไหวแล้ว” ซึ่งพรรคประชาชนพร้อมที่จะเป็นตัวแทนส่งเสียงสะท้อนไปยังรัฐบาล ถึงความเดือดร้อนของประชาชน

“ผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ มองไปข้างหน้า หากเรามองวิกฤตที่ผ่านมา ในเรื่องของฝุ่น PM 2.5 และน้ำมัน รัฐบาลมักตามแก้ปัญหาย้อนหลัง โดยตั้งแต่มีวิกฤตแรกๆ ก็มีประชาชนสะท้อนว่าอยากให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลว่า มีใครกักตุนน้ำมันหรือไม่ ซึ่งตอนแรกรัฐบาลยืนยันว่า ไม่มี แต่สุดท้ายก็ออกมาแถลงอีกแบบว่าสุดท้ายคนที่กักตุนน้ำมันแสวงหาผลประโยชน์ บนความเดือดร้อนของประชาชนจริง ๆ”

นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า ที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนมากๆ อยู่ในขณะนี้ ต้องบอกว่าประเทศเรามีวิกฤตเรื่องเศรษฐกิจที่โตรั้งท้าย เช่น ปัญหาด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม หรือ ตลาดพลังงาน ที่เราเรียกร้องให้มีการเปิดเสรี การเกณฑ์ทหาร

โดยพรรคประชาชนได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ไม่ต่ำกว่า 20 คน คงจะอภิปรายทุกอย่างได้อย่างรอบด้าน โดยตนจะเป็นผู้อภิปรายเปิด แล้วตามด้วย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ชุดแรกอาจจะเป็นการเปิดอภิปรายด้วยประเด็นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนรอฟังอยู่ทั้งประเทศ และจะมีการอภิปรายต่อเนื่องจนครบทุกด้าน

ประชาชนขาดความเชื่อมั่น

“ผมเชื่อว่าสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล พยายามทำ คือ เขาพยายามที่จะเอานโยบายของพรรคอื่นๆ ที่อาจจะเห็นว่าดีไปมัดรวมกัน ซึ่งหากดูเฉพาะในเรื่องของนโยบาย คิดว่าในหลักการไม่ได้ติดขัด หลายอย่างพรรคประชาชนก็เคยนำเสนอในส่วนนี้

เช่น เรื่องโครงสร้างของทีมบริหาร แต่การออกแบบโครงสร้างผังบริหาร นโยบาย เรียกว่าเอาจากพรรคอื่นๆ มามัดรวมกันอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่จำเป็นของประเทศไทยในขณะนี้ คือ การขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีพลัง นโยบายจะขับเคลื่อนอย่างมีพลังได้ต้องมีการร่วมมือจากทุกส่วน”

สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือ การไว้เนื้อเชื่อใจ สิ่งที่เป็นปัญหาสูงสุดของรัฐบาลในขณะนี้คือ ประชาชนและภาคเอกชน ขาดความเชื่อมั่น เชื่อใจในรัฐบาล กับการที่ประชาชนตั้งคำถามว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ที่มาที่ไปของฐานอำนาจของรัฐบาลชุดนี้ ตกลงมาจากไหน

เราอาจจะเห็นโฉมหน้าของรัฐบาล คณะรัฐมนตรี หลายคนที่อาจจะมีความรู้ความสามารถจริงในบางสาย แต่โดยส่วนใหญ่เรายังเห็นโฉมหน้าของ ครม.ที่มาจากโควตาทางการเมือง ซึ่งพวกเรายืนยันมาโดยตลอดว่า โฉมหน้าของ ครม. ลักษณะนี้ต่อให้จะมีนโยบายที่สวยหรูขนาดไหน ก็อาจจะไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างใหญ่ๆ ได้ หากไม่กล้าชนกับคอรัปชั่น ผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง

หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวด้วยว่า รัฐบาลนี้จะอยู่ครบเทอมหรือไม่ครบเทอม อยู่ที่รัฐบาลจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้หรือไม่

นโยบายขาดความชัดเจน

ด้านพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แม้จะใช้จำนวนผู้อภิปรายไม่มากนักเพียง 4-5 คน แต่เน้น “คุณภาพ” และการตั้งคำถามเชิงลึก โดยเฉพาะในประเด็นเศรษฐกิจและพลังงาน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคได้เตรียมทีม สส.ไว้อภิปรายซักถามนโยบายรัฐบาลประมาณ 4-5 คน เพื่อสะท้อนข้อกังวลและตรวจสอบความชัดเจนของแนวทางบริหารประเทศ

จากการติดตามร่างคำแถลงนโยบายของรัฐบาลที่เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชน พบว่า เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการบรรยายภาพรวมสถานการณ์ หรือ แนวคิดเชิงนโยบาย แต่ยังขาดรายละเอียดที่ชัดเจนว่า แนวทางปฏิบัติที่จะนำไปสู่เป้าหมายคืออะไร ดังนั้น พรรคจะใช้เวทีอภิปรายดังกล่าวซักถามให้รัฐบาลชี้แจงถึงมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมบุคคลที่จะร่วมอภิปราย เช่น ตนเอง นายกรณ์ จาติกวาณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค, นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค, นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราชและรองหัวหน้าพรรค และ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ เป็นต้น

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลจะมีเสียงสนับสนุนในสภาอย่างมั่นคง แต่สถานการณ์ประเทศในปัจจุบันยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจและพลังงาน

“ถ้ารัฐบาลมีความชัดเจนและตั้งใจแก้ปัญหาจริงก็ไม่มีปัญหา แต่หากแนวทางยังไม่ชัดเจน หรือมีข้อกังวลเรื่องผลประโยชน์ อาจกลายเป็นเงื่อนไขที่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในระยะต่อไปได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถูกถามถึงผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่สะท้อนความไม่เชื่อมั่นต่อความสามารถของรัฐมนตรีในการแก้ไขวิกฤตประเทศ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องพิสูจน์ผลงานเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น โดยต้องเรียนรู้บทเรียนจากข้อผิดพลาด หรือข้อจำกัดในการทำงานที่ผ่านมา

ในประเด็นการติดตามสถานการณ์น้ำมัน โดยเฉพาะข้อสงสัยเรื่องการกักตุน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านได้ทักท้วงเรื่องดังกล่าวตั้งแต่ช่วงแรก เนื่องจากจากการพิจารณาตัวเลขด้านพลังงานเชื่อว่ามีความผิดปกติ

“ตอนแรกรัฐบาลยังปฏิเสธ แต่ตอนนี้รัฐบาลก็ยอมรับแล้วว่ามีปัญหาเรื่องการกักตุน พรรคประชาธิปัตย์จะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลต้องดำเนินการให้จริงจัง”

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังมองว่า ปัญหาน้ำมันไม่ได้มีเพียงเรื่องการกักตุนเท่านั้น แต่ยังมีประเด็นการแบ่งเบาภาระประชาชนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งยังไม่เห็นการมีส่วนร่วมจากภาคธุรกิจหรือโรงกลั่นอย่างชัดเจน

“ผมอยากเห็นมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง รัฐบาลพูดถึงหลักการมาพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่เห็นการดำเนินการที่ทั่วถึงหรือเกิดผลในทางปฏิบัติจริง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ ยังระบุว่า ฝ่ายค้านจะให้โอกาสรัฐบาลในการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ต้องทำอย่างจริงจัง โปร่งใส และตอบคำถามสังคมให้ได้

ศก.-พลังงานตัวชี้วัดรัฐบาล

จากท่าทีของฝ่ายค้านทั้งสองพรรค สะท้อนให้เห็นว่า “เศรษฐกิจ” และ “พลังงาน” จะเป็นแกนหลักของการตรวจสอบรัฐบาลในระยะเริ่มต้น และอาจกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของเสถียรภาพทางการเมืองในระยะยาว

หากรัฐบาลสามารถชี้แจงและนำเสนอมาตรการที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม และตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนได้ ก็อาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นและลดแรงกดดันทางการเมืองลงได้

แต่หากยังคงคลุมเครือ หรือไม่สามารถตอบคำถามสำคัญของสังคมได้ เวทีแถลงนโยบายครั้งนี้ อาจไม่ใช่เพียง “การเริ่มต้น” ของรัฐบาลใหม่ หากแต่เป็น “สัญญาณเตือน” ถึงความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า…

รายงานพิเศษ โดย…ธวัชชัย อินทรประดิษฐ์ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4190

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...