ก.ล.ต. ไฟเขียวเกณฑ์ “Bond สีเหลือง” ดันอุตฯดั้งเดิมเข้าถึงทุนเปลี่ยนผ่าน จ่อเปิดเฮียริ่งคริปโทฯ ETF
ก.ล.ต. เผยบอร์ดกำกับตลาดทุนอนุมัติหลักเกณฑ์ใหม่รองรับออก “Transition Bond-Thailand Amber Bond” เปิดทางธุรกิจดั้งเดิมและอุตสาหกรรมหนักเข้าถึงเงินทุนเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว พร้อมยกระดับมาตรฐานเปิดเผยข้อมูลตราสารหนี้ยั่งยืน เตรียมเปิดเฮียริ่ง “คริปโทฯ ETF” ภายในเดือนเม.ย. คาดบังคับใช้ไตรมาส 3
8 เมษายน 2569นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีมติเห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์รองรับการออกและเสนอขาย ตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Bond) และ ตราสารหนี้เพื่อกิจกรรมสีเหลือง (Thailand Amber Bond) ตามมาตรฐาน Thailand Taxonomy เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจระดมทุนสำหรับปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ความยั่งยืน และผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศของประเทศ
นอกจากนี้ ยังเห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลของตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืนให้มีความชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น เพื่อยกระดับความโปร่งใสและเสริมความเชื่อมั่นผู้ลงทุน
อีกทั้งภายใน 1-2 สัปดาห์จากนี้ ก.ล.ต. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยเป้าหมายสำคัญคือช่วยให้กลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิมและอุตสาหกรรมหนักของไทยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้มากขึ้น
ที่ผ่านมา การออก Green Bond มักกระจุกตัวอยู่ในธุรกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำอยู่แล้ว ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมหนัก เช่น โรงไฟฟ้าก๊าซ แม้มีแผนปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สะอาดขึ้น แต่ยังไม่เข้าเกณฑ์ Green Bond ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนประเภทดังกล่าวได้
ดังนั้น การออก Transition Bond และ Thailand Amber Bond จะเข้ามาปิดช่องว่างดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถระดมทุนเพื่อนำไปใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจแบบดั้งเดิมไปสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องมีแผนใช้เงินและเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และต้องเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนภายหลังเสนอขาย
สำหรับการเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth) จะต้องมีผู้ทวนสอบอิสระเข้ามาตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน เพื่อยืนยันว่าบริษัทดำเนินการตามแผนจริง และป้องกันความเสี่ยงจากการฟอกเขียว (Greenwashing)
อีกทั้ง ตราสารหนี้กลุ่มใหม่นี้ยังสามารถนับรวมเป็นสินทรัพย์ที่กองทุน ESG Fund และ Thai ESG สามารถลงทุนได้ เนื่องจากถูกจัดอยู่ในหมวดตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน
นายเอนก กล่าวว่า นับตั้งแต่ ก.ล.ต. ออกเกณฑ์รองรับตราสารหนี้ด้านความยั่งยืนในปี 2562 ตลาดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเสนอขาย ESG Bond แล้วรวมกว่า 1.15 ล้านล้านบาท สะท้อนการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญของตลาดทุนสายยั่งยืนไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ในเดือนเมษายนนี้ ก.ล.ต. เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการสำหรับ คริปโทเคอร์เรนซี ETF ซึ่งจะครอบคลุมถึงนักลงทุนรายย่อย โดยจะกำหนดให้มีการเปิดเผยความเสี่ยงอย่างชัดเจน และคาดว่าจะสามารถออกเกณฑ์บังคับใช้ได้ภายใน ไตรมาส 3/2569
ส่วนความคืบหน้าด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและคาร์บอนเครดิต ล่าสุด ก.ล.ต. ได้เห็นชอบให้ สินทรัพย์ดิจิทัลและคาร์บอนเครดิต เป็นสินค้าอ้างอิงภายใต้ พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแล้ว โดยขั้นตอนต่อไป ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (TFEX) จะต้องพัฒนารายละเอียดผลิตภัณฑ์ ก่อนเสนอ ก.ล.ต. พิจารณาอนุมัติเพื่อเปิดซื้อขายอย่างเป็นทางการต่อไป