โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” ขีดเส้นตาย – ชูสายย่อ! 6หุ้นใหญ่

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - คาดการณ์ทิศทางตลาดหุ้นไทย: มองกรอบดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ซึ่งจะซื้อขายเพียง 4 วัน ไว้ที่ 1440-1480 จุด ตลาดยังแกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบและมีโอกาสถูกกดดัน (Sideways Down) จาก Supply Shock (ที่มา-บล.ดาโอ)

ล่าสุดในช่วงวันหยุดที่มีการโจมตีโรงกลั่นและโรงงานปิโตรเคมีในตะวันออกกลาง ซึ่งจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้น พันธบัตร และทองคำในระยะสั้น อย่างไรก็ตามคาดว่าดัชนีฯ จะยังคงได้รับแรงพยุงจากหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) ที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันระดับสูง นักลงทุนจึงควรมีความพร้อมทั้งสองด้าน (ซื้อ-ขาย) เพื่อรับมือกับความผันผวน

ผ่านวันหยุดยาวมาแล้ว ตลาดยังรอดูสถานการณ์ตะวันออกกลางและรอดูตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐฯ ปลายสัปดาห์ การซื้อขายแต่ละวันจะผันผวนไปตามข่าวสงครามและ Supply Shock

กลยุทธ์ลงทุนสัปดาห์นี้ แนะนำให้ "ชะลอการลงทุน" และรอดูความคืบหน้าของเส้นตายวันอังคารของสหรัฐฯ หากมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานอิหร่านอย่างรุนแรง จะเป็นสัญญาณลบชัดเจน ให้พิจารณาขายทำกำไรหรือลดพอร์ตลง รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังในกลุ่มโรงกลั่นที่อาจถูก ครม. แทรกแซงโครงสร้างราคา

ตัวเลือกที่ปลอดภัยมีน้อยลง: ต้องเลือกหุ้นให้ดีๆ ยังคงแนะนำให้มี PTTEP อยู่ในพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากวิกฤตพลังงาน ส่วนหุ้น Most Active ตัวอื่นๆ ให้หาจังหวะย่อตัวเข้าซื้อ 6 หุ้น ได้แก่ GULF, ADVANC, TRUE*, CPALL, BDMS*, CPN**

หุ้นในพอร์ตแนะนำ: คงสัดส่วนหุ้นในพอร์ตไว้ ประกอบด้วย CPF*(10%), DELTA*(10%), AOT(10%), PTTEP(20%), KTB(10%), SCB(10%), ADVANC*(10%)

ขีดเส้นตายสงครามตะวันออกกลาง: โดนัลด์ ทรัมป์ ขีดเส้นตายวันอังคาร (เวลา 20.00 น. EST) ขู่จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานและโรงไฟฟ้าของอิหร่านหากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ สถานการณ์ทวีความตึงเครียดหลังเครื่องบินรบสหรัฐฯ (F-15E) ถูกยิงตกในอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในความขัดแย้งนี้รวมแล้วกว่า 5,000 ราย

ช่องแคบฮอร์มุซ เริ่มมีสัญญาณระบายน้ำมัน: แม้ถูกปิดกั้น แต่อิหร่านประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมให้เรือบรรทุกน้ำมันของอิรัก ล่าสุดเรือ "Ocean Thunder" บรรทุกน้ำมันดิบอิรัก 1 ล้านบาร์เรลสามารถเดินทางออกจากช่องแคบได้สำเร็จ ซึ่งหากขยายผลอาจช่วยระบายน้ำมันดิบได้ถึง 3 ล้านบาร์เรล/วัน

ราคาน้ำมันและผลกระทบ: คำขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานอิหร่านดันราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ 110 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI ทะลุ 111 ดอลลาร์ ดันราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐฯ ทะลุ 4.09 ดอลลาร์/แกลลอน และดีเซลพุ่งแตะ 5.53 ดอลลาร์

มติการประชุมและกำลังการผลิตของ OPEC+: ที่ประชุม OPEC+ มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับเดือนพฤษภาคม 2026 เพียง 206,000 บาร์เรลต่อวัน ทั้งที่กลุ่ม OPEC+ ยังมี "กำลังการผลิตสำรอง (Spare Capacity)" สูงถึง 4.40 - 4.70 ล้านบาร์เรลต่อวัน (จากปริมาณการผลิตจริงที่ 36.45 ล้านบาร์เรล/วัน ในช่วง มี.ค.) การก้าวเดินอย่างระมัดระวังของ OPEC+ สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มผู้ผลิตยังไม่พร้อมใช้อาวุธสำรองเต็มกำลังเพื่อสกัดความร้อนแรงของราคาพลังงาน

ตลาดแรงงานสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ย: ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือน มี.ค. แข็งแกร่งเกินคาดที่ +178,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานลดลงเหลือ 4.3% ข้อมูลนี้บวกกับความกังวลด้านเงินเฟ้อพลังงาน ดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี ขยับพุ่งขึ้นแตะ 4.36% ส่งผลให้โอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ลดน้อยลง

ทิศทางราคาทองคำ: แม้ UBS จะยังคงเป้าหมายราคาทองคำระยะยาวที่ 5,600 ดอลลาร์/ออนซ์ (จากภาวะ Underinvested ของตลาด) แต่ในระยะสั้น ราคาทองคำ Spot ถูกกดดันจาก Bond Yield ที่พุ่งสูงขึ้น ร่วงลงมาเคลื่อนไหวในระดับ 4,674 ดอลลาร์/ออนซ์

นโยบายงบประมาณสหรัฐฯ 2027: ทรัมป์เสนองบประมาณ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเน้นอัดฉีดงบกลาโหม (Defense) เพิ่มเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ และหั่นงบประมาณหน่วยงานในประเทศลง 10% สะท้อนนโยบายความมั่นคงเชิงรุก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...