สหรัฐกู้ชีพนักบิน F 15 สำเร็จ ขู่ถล่มอิหร่านกดดันเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สหรัฐอเมริกาดำเนินปฏิบัติการทางทหารเชิงลึกภายในดินแดนอิหร่าน เพื่อช่วยเหลือนักบินผู้ควบคุมอาวุธของเครื่องบินขับไล่ F-15 ที่ถูกยิงตก โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าเป็นหนึ่งในภารกิจที่ “กล้าหาญที่สุด” ในประวัติศาสตร์กองทัพสหรัฐ
นักบินรายดังกล่าวได้รับบาดเจ็บแต่ปลอดภัย ขณะที่นักบินอีกคนได้รับการช่วยเหลือก่อนหน้านั้น
ด้านทรัมป์ยังประกาศเตือนอิหร่านอย่างรุนแรงให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราวหนึ่งในห้าของโลก ภายในกำหนดเวลา มิฉะนั้นจะเผชิญการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและคมนาคม
ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการสนับสนุนจากอิสราเอล ซึ่งมีรายงานว่าเตรียมขยายการโจมตีเป้าหมายพลังงานในอิหร่านเพิ่มเติม ขณะเดียวกันทรัมป์ยังระบุว่าการเจรจากับอิหร่านอาจเกิดขึ้นได้ในเวลาอันใกล้ สะท้อนความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบาย
ด้านอิหร่านออกมาประณามสหรัฐว่าเป็นการกระทำที่ “ประมาทและยั่วยุ” ระบุว่าการตัดสินใจของสหรัฐอาจนำไปสู่ความเสียหายรุนแรงต่อทั้งภูมิภาค พร้อมกล่าวหาว่าทรัมป์ได้รับอิทธิพลจากนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล
ในเชิงปฏิบัติการ อิหร่านได้ขยายการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในหลายประเทศอ่าวอาหรับ ได้แก่ คูเวต บาห์เรนและ สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อโรงงานปิโตรเคมี และตอกย้ำศักยภาพในการโจมตีข้ามพรมแดน
ขณะเดียวกัน การสู้รบยังส่งผลกระทบต่ออิสราเอล โดยมีรายงานขีปนาวุธจากอิหร่านพุ่งโจมตีอาคารที่พักอาศัยในเมืองไฮฟา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย
แหล่งข่าวทางทหารระบุว่า ปฏิบัติการช่วยเหลือนักบินสหรัฐครั้งนี้ใช้เครื่องบินจำนวนมาก และเผชิญการต่อต้านอย่างหนักจากกองกำลังอิหร่าน อีกทั้งมีรายงานความสูญเสียของอากาศยานบางส่วนระหว่างภารกิจ
สถานการณ์ความขัดแย้งที่เริ่มต้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ได้ขยายวงกว้างไปยังเลบานอน และพื้นที่อื่นในภูมิภาค ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนับพันราย ความพยายามไกล่เกลี่ยจากนานาชาติยังไม่ประสบผลสำเร็จ