ตลาดหุ้นโลกชะลอ หลัง AI ถูกตั้งคำถาม-สงครามยังกดดัน
#ทันหุ้น-ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบเล็กน้อย โดยดัชนี Dow Jones ลดลง 25 จุด (-0.05%) และ S&P500 อ่อนตัวลง 0.5% จากแรงกดดันในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังมีรายงานว่า OpenAI มีรายได้และจำนวนผู้ใช้งานต่ำกว่าที่คาด ส่งผลให้ sentiment ต่อกลุ่ม Semiconductor อ่อนตัวลง นักลงทุนจับตาปัจจัยสำคัญต่าง ๆ ในระยะสั้น ดังนี้ การประกาศงบของกลุ่ม Hyperscaler (Amazon, Microsoft, Google, Meta) รวมถึงการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งตลาดคาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบ Brent กลับมายืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้งจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่คลี่คลาย ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดสะท้อนความแข็งแกร่งของผู้บริโภค โดยความเชื่อมั่นออกมาดีกว่าคาด ซึ่งได้แรงหนุนจากตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่งและรายได้ที่เพิ่มขึ้น
เช่นเดียวกับตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลง โดยดัชนีเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ ท่ามกลางแรงกดดันจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาคละกัน ประกอบกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง และท่าทีระมัดระวังก่อนการประชุมธนาคารกลางสำคัญในสัปดาห์นี้ โดยนักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยและเศรษฐกิจในระยะถัดไป
ความหวังต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มลดลง หลังมีรายงานว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่พอใจกับข้อเสนอหยุดยิงล่าสุด ส่งผลให้ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมากว่า 2 เดือนยังคงกดดันตลาดโลก ในเชิงกลุ่มอุตสาหกรรม หุ้นเทคโนโลยีปรับตัวลง 1.9% ตามแรงกดดันจากตลาดสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลว่าแนวโน้ม AI อาจยังไม่สามารถแปลงเป็นรายได้จริงได้ในระยะสั้น ด้านหุ้น Barclays (BARC) ลดลงเล็กน้อยหลังรับผลกระทบจากกรณี MFS อย่างไรก็ตาม กลุ่มธนาคารโดยรวมยังปรับตัวขึ้น 1.3% ช่วยจำกัด downside ของตลาด
ทางด้านตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ ตามทิศทางตลาดสหรัฐฯ ที่อ่อนตัวลง ขณะที่นักลงทุนประเมินทั้งปัจจัยด้านพลังงานและเทคโนโลยี หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศถอนตัวจากกลุ่มโอเปก ซึ่งจะมีผลในเดือนพฤษภาคม 2569 หลังจากเป็นสมาชิกมานานหลายทศวรรษ โดยการตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนการปรับยุทธศาสตร์ด้านพลังงานเพื่อรองรับศักยภาพการผลิตในอนาคต
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดแกว่งตัวในกรอบ Sideways เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนอย่างชัดเจน โดยนักลงทุนรอผลการประชุมธนาคารกลางทั้งในและต่างประเทศ สำหรับปัจจัยในประเทศ วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย แต่ยังต้องติดตามมุมมองต่อเศรษฐกิจไทย ขณะที่ผลการประชุม Fed จะทราบในช่วงเช้าวันถัดไป นอกจากนี้ ในเชิงกลยุทธ์ยังมีแรงเก็งกำไรในหุ้นที่ประกาศผลประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม Real Sector ขณะที่ราคาน้ำมันที่กลับมายืนระดับสูง อาจเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีให้ช่วยพยุงดัชนีในระยะสั้น
วันนี้มุมมอง USD Futures (USDM26) indicators ระบุดังนี้ Super Flow (ภาพหมายเลข 1) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออก สะสมของต่างชาติระยะยาว และ PBC (ภาพหมายเลข 3) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกรายวันระยะสั้น มีทิศทาง Sideway
ขณะที่ PBC (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกสะสม ในระยะยาวมีทิศทางขาขึ้น Break High ดังนั้น ระยะกลาง-ยาวมองว่าเป็น Sideway Up