โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดึงเอกชนพลิกโฉมระบบรางรถไฟ ปรับโครงสร้างขนส่งหนีน้ำมันแพง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 เม.ย. เวลา 14.50 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. เวลา 05.02 น.

จับตา 30 เม.ย. เคาะค่าเช่ารางรถไฟสูงสุดไม่เกิน 30 ปี ลงทุนหัวรถจักรคันละ 130 ล้านบาท คมนาคมเปิดทางเอกชน เดินรถโดยสาร-ขนส่งสินค้า ปรับโครงสร้างขนส่งประเทศครั้งใหญ่ หนีน้ำมันแพง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ ไปรษณีย์ไทย-เจ้าพ่อขนส่งอีคอมเมิร์ซสนใจร่วมวงลงทุน อิตาเลียนไทยฯ-ทีพีไอจ่อขยายฐานลูกค้า ร.ฟ.ท. เผยดีมานด์ขนส่งสินค้าพุ่ง สายอีสานขนสินค้าทะลุเพื่อนบ้านเข้าแหลมฉบัง ดันรายได้เพิ่มจาก 2,400 ล้านต่อปี ปิดฉากรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เดินหน้าตั๋วบุฟเฟต์เหมาจ่าย 40-60 บาท/วัน

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลัง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้แล้ว ต่อไปจะให้บทบาทเอกชนเข้ามาร่วมในการใช้รางของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) โดยให้เอกชนที่สนใจมาเดินรถบนรางของ ร.ฟ.ท.ได้ ทั้งการขนส่งผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า ด้วยการจ่ายค่าใช้ประโยชน์จากรางให้กับ ร.ฟ.ท.ทั้งเส้นทางรถไฟในปัจจุบันและรถไฟสายใหม่ที่กำลังก่อสร้าง ไม่ว่าสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และสายบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม จะทำให้ ร.ฟ.ท.มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยกรมการขนส่งทางราง (ขร.) จะเป็นผู้ออกใบอนุญาตให้กับเอกชน

เปิดเอกชนเช่ารางรถไฟ

“เอกชนที่สนใจจะลงทุนเอง หรือเช่าหัวลากและตู้จากการรถไฟฯก็ได้ อย่างเช่นบริษัทเอกชนที่เดินรถบัสอยู่แล้ว อยากจะมาเดินรถไฟด้วยก็ได้ ถือเป็นการสร้างโอกาสให้เกิดการแข่งขันและประชาชนได้เลือกใช้บริการที่ดีขึ้น ซึ่งกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ยังไม่มีเอกชนยื่นความต้องการเข้ามา ส่วนค่าโดยสารขึ้นอยู่กับเอกชนกำหนด”

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางรางกล่าวว่า วันที่ 30 เมษายนนี้คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน จะมีการพิจารณากำหนดเพดานค่าใช้รางซึ่งจะเป็นอัตราสูงสุด แต่ ร.ฟ.ท.สามารถกำหนดในราคาที่ต่ำกว่าเพดานได้ เพื่อให้เกิดการแข่งขัน

คาดว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ร.ฟ.ท.จะออกประกาศเป็นสาธารณะให้เอกชนรับทราบ ทั้งอัตราค่าใช้รางและตารางเวลาเดินรถ (สลอต) ที่เปิดให้เอกชนเดินรถได้เป็นช่วงเวลาไหน เพื่อให้เอกชนที่สนใจยื่นขอเช่าใช้ ส่วนระยะเวลาสัญญาขึ้นอยู่กับเอกชนและ ร.ฟ.ท.จะตกลงกัน เช่น 1 ปี แต่ไม่เกิน 30 ปี หากมีเอกชนรายเดียวที่สนใจสามารถทำสัญญาได้ทันที แต่ถ้ามี 2 รายขึ้นไปต้องเปิดประมูล

ทีพีไอ-ไอทีดี-ไปรษณีย์สนใจ

“ปัจจุบันมีเอกชน 2 รายที่เดินรถเพื่อกิจการของตัวเองอยู่แล้ว คือบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) แต่ถ้าเพิ่มฐานลูกค้าต้องมาขอใบอนุญาตจากกรมการขนส่งทางรางก่อน ล่าสุดไปรษณีย์ไทยก็สนใจจะใช้ขนส่งพัสดุทางรถไฟ เพื่อประหยัดต้นทุน แต่ไม่มีหัวรถจักรและแคร่ ขณะที่การรถไฟฯยังขาดแคลนทั้งหัวรถจักรและรถโดยสาร ต้องหารือร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไร”

เอกชนลงทุนซื้อรถจักร-แคร่

นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานแผนฟื้นฟูการรถไฟแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ในแผนฟื้นฟูกิจการ ร.ฟ.ท.ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสม 3 แสนล้านบาท มีแผนจัดซื้อหัวรถจักรและล้อเลื่อนจำนวนมาก เช่น จัดหารถดีเซลรางจำนวน 216 คัน พร้อมอะไหล่ สำหรับเดินรถบนเส้นทางรถไฟสายใหม่ ทั้งเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม แต่งบประมาณมีจำกัด

การเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาเช่าใช้รางเดินรถพร้อมลงทุนซื้อหัวรถจักรและรถเพิ่ม รวมถึงเส้นทางเดิมยังมีบางช่วงเวลาที่ ร.ฟ.ท.ไม่สามารถเดินรถได้ จะทำให้การบริการประชาชนได้อย่างเต็มที่ ดีกว่าปล่อยให้รางว่างเปล่า แต่ถ้าอนาคต ร.ฟ.ท.มีงบประมาณเพียงพอซื้อหัวรถจักรและรถเพิ่มได้ก็สามารถมาวิ่งบริการได้

แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท.กล่าวว่า เอกชนที่สนใจเดินรถบนรางรถไฟตามที่ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 กำหนด ต้องลงทุนซื้อหัวรถจักรและแคร่โดยสารเอง โดยหัวรถจักรราคาอยู่ที่ 120-130 ล้านบาทต่อคัน แคร่อยู่ที่ 2-3 ล้านบาทต่อคัน เหมือนกับที่ทีพีไอและอิตาเลียนไทยฯได้ลงทุนไปก่อนหน้านี้

โดยทีพีไอมีรถจักร 12 คัน รถพ่วง 577 คัน ใช้ในกิจการขนส่งผลิตภัณฑ์ของบริษัท มีการขนส่งสินค้าประมาณ 3 ขบวน เส้นทางเชียงราก-หินลับ, คลองเปร็ง-หินลับ และหินลับ-อุดรธานี ส่วนอิตาเลียนไทยฯมีรถจักร 1 คัน รถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า 44 คัน ใช้ขนส่งชิ้นส่วนสำเร็จรูปที่โรงงานวิหารแดง

“กรณีทีพีไอและอิตาเลียนไทยฯเกิดขึ้น เพราะช่วงนั้นการรถไฟฯขาดแคลนหัวรถจักรและแคร่ เอกชนจึงลงทุนเอง แต่เพื่อกิจการตัวเอง ระยะเวลา 25 ปี พร้อมส่วนลดค่าระวาง 27% และรถพ่วง 25% โดยทีพีไอเริ่มเดินรถปี 2558 ส่วนอิตาเลียนไทยฯเริ่มปี 2563 พร้อมรับภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงทั้งหมด เมื่อครบกำหนดทรัพย์สินตกเป็นของการรถไฟฯ”

ดีมานด์พุ่ง-ร.ฟ.ท.เร่งปั๊มรายได้

แหล่งข่าวกล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการขนส่งสินค้าทางรถไฟเพิ่มสูงขึ้นมาก หลังเปิดให้บริการรถไฟทางคู่ เนื่องจากทำให้เอกชนกำหนดเวลาถึงปลายทางได้และประหยัดต้นทุนการขนส่ง โดยเฉพาะสายอีสานจากหนองคายมายังท่าเรือแหลมฉบังที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการขนส่งสินค้าเกษตรจากประเทศจีน ผ่าน สปป.ลาวมายังท่าเรือแหลมฉบัง

“หากเปิดให้เอกชนเข้ามาเดินรถได้ จะเพิ่มรายได้ให้ ร.ฟ.ท.ได้มากขึ้นจากค่าใช้ราง จากปัจจุบันมีรายได้จากการขนสินค้าอยู่ที่ 2,300-2,400 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ดีการกำหนดค่าใช้รางต้องไม่เกินเพดานที่กรมการขนส่งทางรางกำหนด โดยคิดเป็นบาทต่อกิโลเมตร เช่น 300 กม.แรกคิดอัตราเท่าไหร่ ซึ่งยังไม่สรุป ด้านตารางเวลาจะให้เอกชนเดินรถ คงต้องดูว่าเป็นช่วงเวลาไหน จะมีทุกวัน หรือวันเว้นวัน”

ถก 2 เอกชนดันรถไฟฟ้าราคาถูก

นายสิริพงศ์กล่าวถึงนโยบายรถไฟฟ้าราคาเหมาจ่าย 40 บาทตลอดวันว่า มอบกรมการขนส่งทางรางไปทำรายละเอียด และพยายามเร่งให้ใช้ได้ทุกสายในวันที่ 1 มกราคม 2570 ลดภาระค่าครองชีพประชาชน โดยแนวทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะเป็นผู้บริหารจัดการรถไฟฟ้าทุกสายแบบองค์รวมหรือ Single Ownership

ซึ่งปัจจุบันมี 2 บริษัทเป็นผู้เดินรถ ได้แก่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM โดยจะไม่ซื้อสัมปทานคืน แต่ปรับรูปแบบสัมปทานจาก PPP Net Cost เป็นการจ้างหรือ PPP Gross Cost เพื่อให้รัฐเป็นผู้กำหนดค่าโดยสารและจัดเก็บรายได้ เพื่อผลักดันระบบตั๋วร่วม

“อายุสัญญาแต่ละโครงการเหลือไม่เท่ากัน การเจรจาก็จะไม่เหมือนกัน โดย BTS สายสีเขียวส่วนหลักจะหมดสัมปทานปี 2572 เหลืออีก 3 ปี ส่วน BEM สายสีน้ำเงินยังเหลืออายุสัญญาอีกนาน เบื้องต้นของ BTS อาจไม่ต้องซื้อคืน ปรับเป็นการจ้าง ต้องหารือรายละเอียดต่อ แต่ที่น่าจะทำได้เร็วคือสายสีเขียวส่วนต่อขยายส่วนที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-คูคต เพราะเป็นสัญญาจ้างเดินรถอยู่แล้ว”

ปิดฉาก 20 บ.ลุยตั๋ว 40/60 บาท

นายพิเชฐกล่าวว่า ในเดือนกันยายนนี้ กรมการขนส่งทางรางจะรับฟังความคิดเห็นค่าโดยสารรถไฟฟ้าแบบบุฟเฟต์เหมาจ่าย 40 บาททั้งวัน สำหรับระยะใกล้เดินทางไม่เกิน 10 สถานีต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวต่อวัน และ 60 บาททั้งวันสำหรับระยะไกลเดินทางเกิน 10 สถานี ไม่จำกัดระยะทางและจำนวนเที่ยว แต่หากใช้ไม่ถึงสามารถจ่ายค่าโดยสารตามระยะทางจริงเหมือนเดิมได้

“ราคาเหมาจ่าย 40 บาทและ 60 บาทนี้ จะมีการปรับขึ้นปีละ 5 บาท จากปีแรกไปจนถึงปีที่ 6 โดยค่าโดยสารสูงสุดจะไม่เกิน 90 บาทตลอดวัน หรือเท่ากับเที่ยวละ 45 บาท กรณีเดินทางไปและกลับ ก็ถือว่าคุ้มกว่าราคาในปัจจุบัน”

นายพิเชฐกล่าวว่า นโยบายที่จะใช้ 40 บาทในทุกสายในเดือนมกราคม 2570 นั้น หากการเจรจากับเอกชนไม่มีความคืบหน้าอาจจะสามารถใช้ได้แค่สายสีแดงและสายสีม่วง ทั้งนี้การคิดค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย 40 บาทและ 60 บาทจะทำให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 13%

“ตอนนี้นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าไม่มี 20 บาทตลอดสายแล้ว มีแต่ 40 บาทตลอดวัน และ 60 บาทตลอดวันที่จะผลักดันต่อไป” นายพิเชฐกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดึงเอกชนพลิกโฉมระบบรางรถไฟ ปรับโครงสร้างขนส่งหนีน้ำมันแพง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...