โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ชวนดูแลผิวหนัง ป้องกันปัญหาจากแดดร้อนและฝุ่น PM2.5

เดลินิวส์

อัพเดต 03 เม.ย. เวลา 15.24 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 23.30 น. • เดลินิวส์
รู้-ระวังตัว โรคและอาการจากความร้อน-ฝุ่น PM 2.5 กระทบหนักต่อผิวหนังหนักมาก ต้องรีบป้องกันทั้งทากันแดดและรับประทานวิตามิน

ประเทศไทยวันนี้ทั้งร้อนทั้งฝุ่นมาก ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า ไทยเข้าสู่หน้าร้อนในช่วง วันที่ 22 กพ. คาดว่าจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือน พ.ค. ปีนี้ร้อนจัดกว่าปีก่อน อุณหภูมิสูงสุดอาจสูงถึง 42-43 องศาเซลเซียส พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษคือภาคเหนือและภาคตะวันตกที่คาดการณ์ว่าอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยจะอยู่ที่ 42 องศาเซลเซียส

นพ.พัฒนจัก วิภาดากุล แพทย์ประจำพัฒนจักคลินิก ให้ความรู้เรื่องผิวหนังกับอากาศร้อนรและฝุ่น ไว้ว่า “อากาศร้อนและแห้ง มีฝุ่น PM2.5 จะมีปัญหาที่ตามมาคือโรคผิวหนัง โรคที่มักจะพบบ่อยคือ

  • ผิวไหม้แดด(Sunburn) สาเหตุเกิดขึ้นจากการทำลายผิวหนัง ก่อการอักเสบจากรังสียูวี มีอาการแสบ ร้อนที่ผิวหนังดำคล้ำแดด
  • เชื้อราที่ผิวหนัง(Dermatophytosis) เช่นโรคกลาก เกลื่อน เกิดจากการที่ผิวหนังมีความชื้นสูงจากเหงื่อ ที่มาจากการระบายความร้อนของร่างกาย ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ง่ายกว่าปกติ
  • จุดด่างดำบนผิว ได้แก่ ฝ้าแดด(Melasma) กระแดด(Freckle) รอยดำสิว เกิดจากการที่รังสียูวีทำลายผิว กระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดสี(melanocyte)
  • สิว(acne) จะเป็นสิวอุดตันและสิวอักเสบเพิ่มขึ้นเนื่องจากรังสียูวี ฝุ่นควัน และความแห้งของอากาศ(Exposome) ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น สมดุลผิวหนังเปลี่ยนไป ง่ายต่อการอักเสบและการเติบโตของเชื้อสิว(C.acne)
  • โรคผิวหนังเรื้อรังกำเริบ ในผู้ที่มีโรคผิวหนังเรื้อรังเช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนัง(Atopic dermatitis) โรคผื่นแพ้แสง(Photo-dermatosis) โรคสะเก็ดเงิน(Psoriasis) จะกำเริบมากขึ้นจากสภาพอากาศที่แห้ง ความร้อนและรังสียูวี ทำให้ผิวเสียน้ำมากขึ้น ผิวแห้งขาดน้ำและนำมาสู่การเสียสมดุลของผิว
  • ผดร้อน ( Miliaria ) เกิดจากต่อมเหงื่อใต้รูขุมขนทำงานหนักมาก จนมีขนาดโตขึ้นเพื่อระบายความร้อนออกจากผิวหนัง เมื่อต่อมเหงื่อทำงานมากไปก็อักเสบได้ง่าย

การดูแลผิวหนังในช่วงฤดูร้อนจึงมีความสำคัญ มีวิธีง่ายๆ ดังนี้

ป้องกันการสัมผัสแสงแดดโดยตรง ได้แก่การปกปิดภายนอก เช่น การสวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด สวมหมวก กางร่ม หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งช่วงแดดจัด(10:00-16:00น) เพิ่มการป้องกันด้วยการทาผลิตภัณฑ์กันเเดดที่เหมาะสมกับกิจจกรรมที่ทำ โดยค่าปกป้องแสงแดดอย่างน้อย SPF50+ PA+++ ขึ้นไป ถ้าทำกิจกรรมกลางแจ้งในระยะเวลานาน ต้องทาซ้ำทุก 2 ชม. เพื่อคงประสิทธิภาพการกันเเดดได้ดีเท่าเดิม

ถ้าจะปกป้องสูงที่สุด(Optimum) นั้นสามารถรับประทานอาหารที่มีวิตามินที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี และอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปกป้องแสงแดด(SPF) มากขึ้นถึง 14-18% และหลีกเลี่ยงการทำกิจจกรรมกลางแจ้ง สัมผัสฝุ่นควัน ในวันที่ค่าฝุ่นควัน(AQI)เกินมาตรฐานที่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ

ระบายความร้อนจากผิว ด้วยการเลือกเครื่องแต่งกายที่ดูดซับเหงื่อและระบายความร้อนได้ดี เพื่อลดอาการเปียกชื้นในระยะเวลานานและเนื้อผ้าที่สวมใส่แล้วช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย หรือถ้าทำกิจกรรมกลางแจ้งร้อนมาก มีความจำเป็นต้องซับผิวด้วยผ้าเย็นช่วยลดอุณหภูมิผิวกายได้ดีและเร็วขึ้น เพราะถ้าเหงื่อออกมาก ต่อมเหงื่อทำงานมากก็จะมีปัญหาผดร้อนตามมา

ดื่มน้ำเย็นทดแทนให้เพียงพอ ต่อการที่ร่างกายเสียน้ำเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศเเวดล้อมและกิจกรรมที่ทำ หากพบผิวหนังผิดปกติ รีบรักษาเพราะไม่ทิ้งผลกระทบไว้นาน

“อยากให้ทุกท่านดูแลสุขภาพผิวให้เป็นปกติเพราะถ้าผิวสุขภาพดีจะสามารถทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในช่วงฤดูร้อนจะได้ไม่เกิดการเจ็บป่วยจากโรคผิวหนังดังกล่าวข้างต้นนะครับ”นพ.พัฒนจัก กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...