"ปิยบุตร" ชี้ 'นิติสงคราม' ทำการเมืองไทยเสื่อม ชี้ คดี 44 สส. คนกำหนดชะตา คือ ‘ผู้พิพากษา’
"ปิยบุตร" ชี้ 'นิติสงคราม' ทำการเมืองไทยเสื่อมล้ม ชี้ คดี 44 ส.ส. พรรคประชาชน สู้คดีถึงที่สุด แต่ ‘ปากกาผู้พิพากษา’ เป็นตัวกำหนดชะตา
วันที่ 4 เม.ย. 2569 นาย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์กับ The Room 44 ชี้ถึงปัญหา “นิติสงคราม” ที่พรรคอนาคตใหม่, พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชนเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง
นายปิยบุตร ระบุว่า ระบบตรวจสอบจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะย้ายอำนาจตรวจสอบจากวุฒิสภาและศาลฎีกาแผนกคดีอาญา มาอยู่ที่ ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ ทำให้เกิดปัญหาหลายด้าน เช่น มาตรฐานจริยธรรมกว้างไม่ชัดเจน, สามารถตรวจย้อนหลังพฤติกรรมอดีตนักการเมือง, โทษรุนแรงซ้ำซ้อน และลดอำนาจทางการเมืองของผู้แทน
เขากล่าวว่า ระบบนี้ไม่ได้ลดคอร์รัปชัน แต่กลับกลายเป็น เครื่องมือสังหารนักการเมืองทางการเมือง ทำให้ผู้มีความสามารถหลายคนไม่กล้าเข้าการเมือง และนักการเมืองที่อยู่ในระบบต้องทำงานอย่างระมัดระวังหรือสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มชนชั้นนำ
กรณี 44 สส. พรรคประชาชน นายปิยบุตรมองว่า เป็นตัวอย่างของ “ฉากทัศน์ร้ายสุด” เพราะหากถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือถูกตัดสิทธิ์ จะควบคุมไม่ได้ และนักการเมืองทำได้เพียงสู้คดีให้ถึงที่สุดเท่านั้น เขาเน้นว่า การสู้ต้องควบคู่ ทางกฎหมายและทางความชอบธรรมทางสังคม ไม่ใช่ยอมรับชะตา เพราะจะทำให้สังคมชินกับความผิดปกติ
นายปิยบุตร กล่าวว่า "ปากกาอยู่ที่ท่านผู้พิพากษาศาลฎีกา ปากกาของ 44 สส. ทำได้แต่เขียนคำให้การสู้คดี"
นอกจากนี้ นายปิยบุตรยังวิจารณ์ว่า พรรคสีส้มกำลังเผชิญอาการ “พลังตก” ไม่ใช่เพราะแรงกดดันภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก ความไม่ชัดเจนของเข็มมุ่งทางการเมืองภายในพรรค หากไม่กำหนดทิศทางว่าจะยืนฝ่ายค้านต่อไปหรือมุ่งเป็นรัฐบาล อาจถูกสกัดและอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ
อย่างไรก็ตาม นายปิยบุตรเน้นว่า นักการเมืองต้อง สื่อสารกับสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความชอบธรรม และใช้วิกฤตเป็นโอกาสทางการเมือง แม้ผลคดีอาจไม่เป็นที่หวัง แต่การไม่สู้จะทำให้สังคมยอมรับความผิดปกติ