โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รมว.ยุติธรรม เปิดข้อมูลขบวนการน้ำมันล่องหน จ.สุราษฎร์ฯ

The Reporters

อัพเดต 03 เม.ย. เวลา 08.07 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 08.07 น.

หายไป 57 ล้านลิตร ยันไม่เกี่ยวโรงกลั่น ด้าน ศรชล.สนธิกำลัง DSI แกะรอย 96 เที่ยวเรือพิรุธ หลังพบลอยลำ-ลอบถ่ายน้ำมันกลางทะเล

วันนี้ (3 เม.ย.69) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ว่าจากนโยบายของนายกรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน ซึ่งการดำเนินการของเราจะดำเนินการออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือมอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและฝ่ายปกครองเข้าไปการตรวจสอบปลายทางที่สถานีบริการน้ำมัน อีกส่วนมอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทำการตรวจสอบจากต้นทางตั้งแต่โรงกลั่นมาถึงคลังน้ำมัน เมื่อนำข้อมูลมาชนกันผลการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตรวจพบการกระทำผิดและมีการจับกุมหลายรายในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และจังหวัดนครสวรรค์

ยกกรณีจังหวัดสุราษฎร์ธานี จากการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางพบว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันออกจากคลังน้ำมันเดินทางไปในพื้นที่ 6 แห่ง จำนวน 96 เที่ยว มีน้ำมันออกจากคลังน้ำมันจำนวนทั้งสิ้น 217 ล้านลิตร ระหว่างเดินทางมีน้ำมันหายไปบางส่วน มีน้ำมันถึงปลายทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพียง 160 ล้านลิตร หายไป 57 ล้านลิตร

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่าการดำเนินการเรื่องคดีเราจะดำเนินการในมาตรฐานเดียวกัน โดยจะเอากรณีของจังหวัดสุราษฎร์ธานียึดเป็นแนวทาง ซึ่งหากพบการกระทำผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยยืนยันได้ว่าโรงกลั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกักตุนน้ำมัน มีน้ำมันคงถังแค่ปริมาณที่เขาไม่สามารถดึงขึ้นมาจำหน่ายได้เท่านั้น

พล.ต.อ.ดร.ธัธชัย ปิตะพีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผอ.ศปนม.ตร.กล่าวว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน จากการสุ่มตรวจสถานีบริการที่ปิดตัวลง พร้อมกับดูว่ามีคลังน้ำมันไหนบ้างที่ส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการ พบสถานีบริการ 27 แห่ง 12 จ๊อบเบอร์ส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการที่ปิดตัวลง และจากการตรวจสอบสถานีบริการ 39 แห่ง พบมี 6 แห่งที่น่าสงสัยและเชื่อว่ามีการกักตุนน้ำมัน จึงมีการจับกุมเพิ่มเติมในส่วนของการขนส่ง

วิธีการที่น่าเชื่อว่านำไปสู่การกักตุนคือมีน้ำมันในคลังแต่จ่ายน้อยลง บางครั้งในเดือน ก.พ.69 จ่ายน้ำมัน 18 ล้านลิตร แต่เดือน มี.ค.69 จ่ายลดลงเหลือ 11 ล้านลิตร แต่โรงกลั่นมีการส่งน้ำมันและกลั่นน้ำมันอย่าง 100% ไม่มีการขาดตลาด แต่เมื่อไปถึงคลังกลับมีการจ่ายผิดปกติในลักษณะของการเก็งกำไร ส่วนคลังน้ำมันทางภาคเหนือจะจำหน่ายน้ำมัน 2 ล้านลิตรต่อวัน แต่ในช่วงภาวะวิกฤตจ่ายอยู่ที่ 1.2 ล้านลิตร

ขณะที่ภาคเหนือตอนล่างมีปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเป็นอย่างมาก เชื่อได้ว่ามีการกักตุน ทั้งยังพบคลัง 4 แห่งที่ไม่มีน้ำมันและถูกลดโควตาลงในขณะที่โรงกลั่นส่งน้ำมันให้เต็มที่ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม อาจจะนำน้ำมันไปไว้ที่อื่นหรือไม่ กำลังตรวจสอบ เราตรวจสอบพบสถานีบริการน้ำมันที่ใช้วิธีการสั่งน้ำมันไปแล้วไม่ได้ลงน้ำมัน กลับข้ามไปจำหน่ายบริเวณภายนอก ซึ่งจะได้รับกำไรมากกว่าหน้าปั๊มอยู่ 10 บาททันที เช่น ส่งไปให้ภาคอุตสาหกรรมหรือภาคเกษตรกรรมโดยไม่ได้จำหน่ายหน้าปั๊ม นอกจากนี้ยังมีการลักลอบส่งออกน้ำมันที่อำเภอแม่สอด โดยใช้รถบรรทุกน้ำมัน 4 หมื่นลิตร ซึ่งจะมีการขยายผลต่อไป

ส่วนเรื่องเรือประมงที่มีการถ่ายน้ำมันให้เรือกัมพูชาที่มีการแชร์ในโซเชียลมีเดียของกัมพูชา พบว่าเรือดังกล่าวเป็นเรือของคนไทย มีลูกเรือ 6 คน เรือดังกล่าวเป็นเรือที่สวมทะเบียนชื่อโชคชลกร อยู่ระหว่างการตรวจสอบเจ้าของเรือ เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม

พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเลขาธิการ ศรชล.กล่าวว่าเราได้ดำเนินการอย่างเคร่งครัดในการตรวจสอบสกัดกั้นการขนส่งน้ำมัน หรือการลักลอบค้าน้ำมันในทะเลตลอดมา โดยในช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เรามีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นภาวะสงคราม ทำให้การขนส่งน้ำมันขาดตอน เกิดภาวะการกักตุนน้ำมันในประเทศไทย

ศรชล.จึงได้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ลงพื้นที่ตรวจสอบ เส้นทางและพฤติกรรมการเดินเรือที่มีการขนส่งน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพื้นที่ทางทะเล โดยมีการตรวจสอบเที่ยวเรือจำนวน 96 เที่ยวในเดือน มี.ค.69 พบความผิดปกติในการเดินเรือที่เพิ่มขึ้น มีการเดินเรือที่ช้ากว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ จากการประวิงเวลาในการเดินทางพบมีความผิดปกติอยู่ที่ 20 เที่ยว ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรกเดินเรือผิดปกติหนึ่งวันจำนวน 13 เที่ยวเรือ มีปริมาณน้ำมัน 35 ล้านลิตร อีกกลุ่มเดินเรือช้าสองวัน จำนวน 7 เที่ยวเรือ มีปริมาณน้ำมัน 16 ล้านลิตร ซึ่งรวมกันแล้วมีอยู่ประมาณ 50 ล้านลิตร ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบกันต่อไป

ในการวิเคราะห์ข้อมูลพบพฤติกรรมของเรือบางกลุ่มที่มีการเทียบเรือกลางทะเลเป็นเวลานาน เราตรวจสอบพฤติกรรมได้แล้ว และกำลังจะเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดร่วมกับ DSI เพื่อดำเนินการต่อไป

ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรคำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่าพบความผิดในลักษณะน้ำมันหาย โดยการลักลอบขนส่งอาจจะต้องใช้เวลาพิสูจน์ แต่สิ่งที่พบมูลความผิดได้เลยคือการกักตุนน้ำมันเพราะตามกฎหมายห้ามผู้ประกอบการปฏิเสธการจำหน่าย ชะลอ หรือประวิงเวลาในการขนส่ง ซึ่งถือเป็นพฤติการณ์ร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและเศรษฐกิจการคลัง เข้าเงื่อนไขที่จะรับเป็นคดีพิเศษได้ ตามพระราชบัญญัติสินค้าและบริการฯ เมื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้วสามารถตั้งหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาร่วมเป็นพนักงานสอบสวนได้ ซึ่งจะมีการบูรณาการกันอย่างเต็มที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...