ภาษีที่พักญี่ปุ่น 2569 แต่ละจังหวัดเก็บไม่เท่ากัน วางแผนเที่ยวยังไงไม่ให้งบบาน
การเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกำลังจะมีค่าใช้จ่ายที่ขยับตัวสูงขึ้น เนื่องจากหลายเมือง และจังหวัดทั่วประเทศได้เริ่มบังคับใช้ภาษีที่พัก (Accommodation Tax) ใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยมาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการจัดการสภาวะนักท่องเที่ยวที่ล้นเมืองใหญ่ต่าง ๆ และเพื่อระดมทุนในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นแก่ผู้มาเยือน ดังนั้น เรามาวางแผนเรื่อง ภาษีที่พักญี่ปุ่น 2569 กันเถอะ! เพื่อให้คุณยังได้เที่ยวแบบมีคุณภาพมากที่สุด
Related articles
เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหน จังหวัดอะไร ถึงจะเจอหิมะฟู ๆ เต็มทุกพื้นที่
เปิดประสบการณ์ขบวนรถไฟท่อง เที่ยวญี่ปุ่น สุดหรู เทียบเท่าโรงแรมระดับ 5 ดาว
หลักการจัดเก็บและขอบเขต ภาษีที่พักญี่ปุ่น 2569
การจัดเก็บภาษีดังกล่าวบริหารจัดการโดยหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งแต่ละพื้นที่สามารถกำหนดอัตราภาษีได้เองตามความเหมาะสมของนโยบาย และสถานการณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่นั้น ๆ โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญคือการจัดเก็บเฉพาะผู้ที่ เข้าพักค้างคืน เท่านั้น สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจะได้รับการยกเว้น นอกจากนี้อัตราภาษียังแปรผันตามราคา และประเภทของที่พัก โดยที่พักระดับหรูจะมีอัตราภาษีที่สูงกว่าที่พักราคาประหยัด และที่สำคัญคือ ภาษีขาออก (Sayonara Tax) ของญี่ปุ่นมีแผนที่จะปรับเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าภายในเดือนกรกฎาคม 2569 อีกด้วย
โดยมีการแบ่งรายละเอียดอัตราภาษีแยกตามพื้นที่สำคัญ ดังนี้
- จังหวัดฮอกไกโด: รัฐบาลท้องถิ่นประกาศจัดเก็บภาษีในอัตราตั้งแต่ 100 เยน ถึง 500 เยน โดยพิจารณาจากราคาค่าที่พักเป็นหลัก
- เมืองซัปโปโร (จังหวัดฮอกไกโด): นอกเหนือจากภาษีระดับจังหวัดแล้ว เมืองซัปโปโร และเทศบาลอีก 15 แห่งในฮอกไกโดได้กำหนดภาษีเพิ่มแยกต่างหาก โดยในซัปโปโรผู้เข้าพักที่จ่ายค่าโรงแรมต่ำกว่า 50,000 เยนต่อคืนต่อคน จะต้องจ่ายเพิ่ม 200 เยน หากราคาที่พักสูงกว่า 50,000 เยน จะต้องจ่ายเพิ่ม 500 เยน
- จังหวัดฮิโรชิม่า: กำหนดจัดเก็บภาษีเฉพาะผู้ที่เข้าพักในที่พักราคาตั้งแต่ 6,000 เยนขึ้นไป โดยต้องชำระภาษีในอัตรา 200 เยน ส่วนผู้ที่พักในราคาต่ำกว่า 6,000 เยน จะได้รับการยกเว้น
- เมืองยูกาวาระ (จังหวัดคานากาวะ): นักท่องเที่ยวมีภาระภาษีที่พักตั้งแต่อัตรา 300 เยน ไปจนถึง 500 เยน ตามเงื่อนไขของพื้นที่
- เมืองกิฟุ (จังหวัดกิฟุ) และ เมืองโทบะ (จังหวัดมิเอะ): ทั้งสองเมืองใช้นโยบายอัตราคงที่ โดยเรียกเก็บภาษี 200 เยนต่อคืนจากนักท่องเที่ยวทุกคน โดยไม่คำนึงถึงประเภทหรือราคาของที่พัก
นอกเหนือจากเมืองรองที่เริ่มขยับตัวแล้ว ไฮไลท์สำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องจับตาคือการปรับเงื่อนไขของเมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง เกียวโต ซึ่งเตรียมขึ้นแท่นเป็นพื้นที่ที่มีภาษีที่พักสูงที่สุดในญี่ปุ่น โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมหรูที่ราคาต่อคืนเกิน 100,000 เยน อาจต้องแบกรับภาษีสูงถึง 10,000 เยนต่อคืน ขณะที่ โตเกียว เองก็มีแผนจะยกเลิกการเก็บแบบอัตราคงที่ แล้วเปลี่ยนไปใช้ระบบคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ (ประมาณ 3% ของค่าห้อง) ในช่วงปี 2570 ซึ่งจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดสำหรับผู้ที่เลือกพักในย่านใจกลางเมือง (เตรียมตัวกันให้ดี)
นอกจากภาระภาษีที่พักแล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นยังมีมาตรการปรับขึ้น ภาษีขาออก (Departure Tax) แบบก้าวกระโดดจากเดิม 1,000 เยน เพิ่มขึ้นเป็น 3,000 เยน ในเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อระดมทุนไปแก้ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง และปรับปรุงสาธารณูปโภค โดยภาษีส่วนนี้จะถูกเรียกเก็บรวมไปกับราคาตั๋วเครื่องบินโดยตรง ทำให้ภาพรวมการเดินทางเข้า และออกประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่นี้เป็นต้นไปจะมีต้นทุนที่สูงขึ้นในทุกมิติ นักท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องวางแผนงบประมาณใหม่ให้รัดกุมกว่าเดิมสำหรับการท่องเที่ยวแดนปลาดิบในอนาคต
พื้นที่ที่เตรียมบังคับใช้ในอนาคต
นอกจากพื้นที่ข้างต้นแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของญี่ปุ่นได้อนุมัติให้ จังหวัดนากาโนะ เมืองคุมาโมโตะ และเมืองมิยาซากิ เริ่มจัดเก็บภาษีของตนเองได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเรื่องจำนวนเงินที่แน่ชัดยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาและจะมีการประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้งในภายหลัง
This story originally appeared on Travel + Leisure Singapore
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Hero & Featured Photo Credit: Jason Hu via Pexels
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.