โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม. ผนึกกำลังตำรวจ ใช้ AI CCTV เฝ้าระวังเข้ม ยกระดับความปลอดภัยสงกรานต์ 2569

VoiceTV

อัพเดต 11 เม.ย. เวลา 00.32 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. เวลา 00.27 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และคณะผู้บริหาร ร่วมแถลงข่าวแผนการดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 ณ ศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานคร (BMA Command Center) ชั้น 1 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569

กรุงเทพมหานครได้บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับความปลอดภัยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ผ่านศูนย์ BMA Command Center ซึ่งเป็นศูนย์กลางติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2569 เพื่อให้สามารถสั่งการและตอบสนองเหตุได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า หัวใจของศูนย์บัญชาการแห่งนี้คือการใช้ข้อมูลจากหลายระบบมาประมวลผลร่วมกัน โดยจากการติดตามการทำงานในวันนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลและสถานการณ์สำคัญมาสรุปในรูปแบบ Dashboard ที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้บริหารและผู้บัญชาการเห็นภาพสถานการณ์เดียวกัน และสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งจะช่วยยกระดับความปลอดภัยให้ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับปี 2569 กรุงเทพมหานครได้นำระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ผสานเทคโนโลยี AI มาใช้อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะระบบตรวจจับใบหน้า Face Recognition (การจดจำใบหน้า) ในพื้นที่หลัก ได้แก่ ถนนข้าวสาร และถนนสีลม ซึ่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลหมายจับของ CIB เพื่อเฝ้าระวังและติดตามบุคคลตามหมายจับ พร้อมระบบแจ้งเตือน (Alert) ไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ทันที

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่าเทคโนโลยีไม่ได้มาแทนคน แต่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังเชิงรุกและการป้องกันเหตุล่วงหน้า

ขณะที่ ผบช.น. กล่าวว่า ได้มีการใช้ระบบกล้องและการตรวจจับใบหน้าควบคู่กับฐานข้อมูล เพื่อคัดกรองบุคคลที่อาจเป็นภัย ไม่ให้แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่จัดงาน สร้างความมั่นใจให้ประชาชนมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังมีการใช้ระบบ People Counting (ระบบนับจำนวนคน) ที่มีความแม่นยำสูงขึ้น โดยปีนี้ AI จะช่วยตัดการนับซ้ำ กรณีมีผู้เข้าร่วมงานเดินเข้า-ออกหลายครั้ง ระบบจะบันทึกเป็นบุคคลเดียว เพื่อให้ได้ตัวเลขผู้เข้าร่วมงานที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด พร้อมทั้งวิเคราะห์ความหนาแน่นของประชาชน People Density (ความหนาแน่นของประชาชน) แบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันความแออัดเกินศักยภาพรองรับ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ร่วมงาน

ทั้งนี้ จากการทดลองใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในช่วงสงกรานต์ปี 2568 พบว่าสามารถตรวจพบบุคคลตามหมายจับได้รวม 256 หมายจับ และจับกุมได้ 7 หมาย จากผู้ร่วมงานกว่า 725,000 คนในพื้นที่ข้าวสารและสีลม สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการนำเทคโนโลยีมาเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาคสนามอย่างเป็นรูปธรรม

ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน กรุงเทพมหานครมีระบบกล้อง CCTV ครอบคลุมทั่วเมืองกว่า 65,000 กล้อง เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยในทุกมิติ โดยในพื้นที่จัดงานสำคัญ เช่น ถนนข้าวสาร เขตพระนคร มีกล้องรวม 194 กล้อง ถนนสีลม เขตบางรัก 158 กล้อง ถนนโชคชัย 4 เขตลาดพร้าว 392 กล้อง ถนนวัดเวฬุวนาราม เขตดอนเมือง 278 กล้อง ถนนทวีวัฒนา เขตหนองแขมและเขตทวีวัฒนา 139 กล้อง รวมถึงพื้นที่จัดงานอื่น ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน โดยเชื่อมกล้องในพื้นที่เอกชนที่จัดงานมายัง BMA Command Center เช่น พื้นที่บรรทัดทอง พื้นที่จามจุรีสแควร์ และพื้นที่พัฒน์พงศ์ เป็นต้น

ที่สำคัญ ศูนย์แห่งนี้ยังเชื่อมโยงระบบการแพทย์ฉุกเฉินและข้อมูล “ผู้ป่วยเปราะบาง” โดยมีการปักหมุดพิกัดที่พักอาศัยในแผนที่ เพื่อให้ทีมกู้ภัยและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของกรุงเทพมหานครสามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุเพลิงไหม้หรือสาธารณภัยในพื้นที่ใกล้เคียง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวถึงบทเรียนที่ได้รับจากปีที่ผ่านมา ว่า ได้มีการนำบทเรียนดังกล่าว โดยเฉพาะปัญหาการเข้าถึงพื้นที่ของรถฉุกเฉิน มาปรับใช้ในปีนี้ ด้วยการจัดระเบียบพื้นที่และรักษาเส้นทางฉุกเฉินอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

ด้าน ผบช.น. กล่าวเสริมว่า ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติงานกับกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งใช้มาตรการคัดกรองบุคคล และขอความร่วมมือประชาชนไม่ปิดกั้นเส้นทางจราจร โดยเฉพาะเส้นทางฉุกเฉิน เพื่อให้รถพยาบาลและเจ้าหน้าที่สามารถเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังดำเนินมาตรการความปลอดภัยอื่น ๆ ร่วมด้วย อาทิ การจัดตั้งกองอำนวยการร่วมในพื้นที่ การเตรียมความพร้อมหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยกู้ภัย รถดับเพลิง และหน่วยสาธารณสุขเคลื่อนที่ การจัดจุดตรวจ จุดบริการประชาชน และการดูแลจราจร พร้อมกำหนดเวลาเล่นน้ำไม่เกิน 22.00 น. ในทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถร่วมกิจกรรมได้อย่างปลอดภัยและอุ่นใจ

โอกาสนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังฝากความห่วงใยถึงประชาชนในเรื่องสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด ขอให้ระวังโรคฮีตสโตรก ดื่มน้ำให้เพียงพอ และร่วมกิจกรรมโดยเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ไม่ล่วงละเมิดผู้อื่น พร้อมทั้งแนะนำให้ผู้ที่จะเข้าร่วมงานในพื้นที่เอกชนบางแห่งลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อควบคุมจำนวนคนไม่ให้หนาแน่นเกินไป

“เราไม่มีนโยบายลดเจ้าหน้าที่ แต่จะใช้เทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยจะปรับกำลังจากส่วนกลางไปเสริมในพื้นที่หน้างานให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงเหตุและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วที่สุด” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวย้ำ

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเหตุด่วนเหตุร้าย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 เจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร. 1669 และเหตุเพลิงไหม้หรือสาธารณภัย โทร. 199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...