“กลาโหม” โชว์ล้ำ! เปิดตัวหุ่นยนต์กู้ระเบิดฝีมือคนไทย “บิ๊กดุลย์” ลั่นต้องพึ่งพาตนเอง-กวาดล้างทุ่นระเบิดชายแดนให้สิ้น
“กลาโหม” โชว์ล้ำ! เปิดตัวหุ่นยนต์กู้ระเบิดฝีมือคนไทย “พลโท อดุลย์” ลั่นต้องพึ่งพาตนเอง-กวาดล้างทุ่นระเบิดชายแดนให้สิ้น
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงตอบกระทู้ถามสดของ นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ ในประเด็นแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับและเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะทุ่นระเบิดที่ใช้วัสดุไม่ใช่โลหะ ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดต่อเครื่องตรวจจับแบบเดิม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า กระทรวงกลาโหมยึดหลักการจัดหาและพัฒนาอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับลักษณะภัยคุกคาม ภารกิจ และความจำเป็นในการใช้งานจริง ภายใต้งบประมาณที่เหมาะสม โดยสถานการณ์การวางทุ่นระเบิดในปัจจุบันมีทั้งการวางตามแนวชายแดนในพื้นที่ภูเขาและทุรกันดาร รวมถึงการลอบวางในพื้นที่ชุมชนในลักษณะระเบิดแสวงเครื่อง
สำหรับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบด้านการตรวจค้นและเก็บกู้ทุ่นระเบิด ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ และกรมการทหารช่าง ซึ่งปัจจุบันยังคงใช้เครื่องตรวจจับโลหะควบคู่กับวิธีการอื่น เช่น การตรวจค้นด้วยสายตา การใช้เหล็กแหลมตรวจค้น และการใช้สุนัขทหารที่ผ่านการฝึกเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานภาคสนาม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมีความจำเป็นเร่งด่วนในการเปิดพื้นที่ จะใช้วิธีการทำลายทุ่นระเบิดที่มีอยู่เดิม เช่น การใช้บังกะโลตอร์ปิโด แต่หากไม่ใช่ภารกิจเร่งด่วน จะใช้การปฏิบัติร่วมระหว่างกำลังพล เครื่องตรวจค้น สุนัขทหาร และยานยนต์กวาดล้างทุ่นระเบิด เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และลดความเสี่ยงต่อกำลังพลมากที่สุด
ในส่วนของแนวทางการจัดหาและพัฒนาอุปกรณ์สำหรับพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูมิประเทศป่าเขา พื้นที่ขรุขระ และมีสิ่งกีดขวางจำนวนมาก กระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญกับการพิจารณาเทคโนโลยีใหม่ที่มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และสามารถใช้งานได้จริงในพื้นที่ปฏิบัติการ รวมถึงสามารถซ่อมบำรุงและดูแลรักษาได้อย่างต่อเนื่อง
ด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อการพึ่งพาตนเอง สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดขนาดเล็กและหุ่นยนต์ตรวจการณ์ภาคพื้นมาตั้งแต่ปี 2559 โดยผลิตต้นแบบในปี 2563 และส่งมอบให้หน่วยใช้งานทดลองในปี 2566 พร้อมติดตามผลการใช้งานในปี 2567
ปัจจุบัน หุ่นยนต์ดังกล่าวได้รับการรับรองมาตรฐานจากคณะกรรมการยุทโธปกรณ์กระทรวงกลาโหม และอยู่ระหว่างการร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อผลิตเชิงพาณิชย์ รองรับการใช้งานของเหล่าทัพ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมยังคงมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคง เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและความมั่นคงให้กับประเทศในระยะยาว
#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
#กระทรวงกลาโหม
#ทุ่นระเบิด
#เทคโนโลยีป้องกันประเทศ
#พึ่งพาตนเองเพื่อความมั่นคง