โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผบช.ก. สั่งลุยต่อคดี “โทน บางแค” จ่อขยายผลฟอกเงิน-ยึดทรัพย์

PPTV HD 36

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผบช.ก. สั่งลุยคดี

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยกับสื่อมวลชน กรณีของ “โทน บางแค” ที่ปรากฏตามข่าวไปแล้วนั้น โดยระบุถึงความชัดเจนในการดำเนินคดีว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจากกลุ่มเซียนพระที่ผู้เสียหายมาแจ้งความไว้พอสมควรแล้ว แต่เนื่องจากส่วนใหญ่พยานหลักฐานเป็นลักษณะการพูดคุยกันเป็นหลัก จึงต้องใช้ความพยายามในการรวบรวม เพื่อระบุให้ชัดเจนว่ามีความเกี่ยวข้องกับพระเครื่ององค์ใด หรือบุคคลใดบ้าง

ซึ่งระหว่างการสืบสวนตามที่ปรากฏเป็นข่าว มีเซียนพระบางรายชดใช้ค่าเสียหายและขอยกเลิกการดำเนินคดีไปบ้างแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ามีหลักฐานชัดเจนในบางส่วน และมีผู้เสียหายบางรายกลับมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมภายหลัง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรวบรวมเข้าสู่สำนวน เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มที่จะมาร้องทุกข์
สำหรับความชัดเจนของบุคคล 1 ใน 3 ที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ในส่วนของเนื้อหาสำนวนยังต้องขอเก็บไว้ก่อน เนื่องจากเป็นระบบการทำงานของตำรวจส่วนกลางในการทำคดีใหญ่ ซึ่งเมื่อมีการรับแจ้งความ จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนให้ชัดเจนใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1. มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริงหรือไม่ 2. ความผิดนั้นเป็นความผิดทางอาญาหรือไม่ และ 3. ผู้กระทำความผิดมีใครบ้าง ก่อนที่จะมีการดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา โดยเฉพาะคดีที่มีโทษสูง ซึ่งต้องมีการขออนุมัติศาลออกหมายจับ
ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ดำเนินการตามขั้นตอนมาโดยตลอด ส่วนการจะออกหมายจับหรือหมายเรียกนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน เพราะต้องพิจารณาอย่างละเอียดว่าบางกรณีอาจเป็นเรื่องทางแพ่ง หรือบางกรณีเป็นเรื่องทางอาญา ซึ่งต้องยึดตามหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมามอบให้เป็นสำคัญ
นอกจากนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า ในการทำงานรวบรวมพยานหลักฐาน ยังมีพยานหลักฐานส่วนอื่นที่เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่สามารถปฏิเสธได้ เช่น ข้อมูลการพูดคุยผ่านแอปพลิเคชัน ไลน์ ซึ่งหากมีอยู่จริง จะถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ไม่สามารถบิดเบือนได้ ทั้งนี้ ในคดีฉ้อโกงมักพบว่าฝ่ายผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาให้การไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เจ้าหน้าที่จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานจากทั้งสองฝ่ายให้ชัดเจน
ส่วนประเด็นจำนวนผู้เสียหายที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เคยกล่าวอ้างว่ามี 9 ราย หรือที่มีกระแสข่าวว่าอาจมีมากกว่านั้น ตนขออนุญาตให้เป็นรายละเอียดที่อยู่ในสำนวนการสอบสวน
ในประเด็นเรื่องเงินจำนวน 20,000,000 บาท ที่มีการอ้างว่านำไปมอบให้กับ “โทน บางแค” ซึ่งขณะนี้คำให้การของแต่ละฝ่ายยังขัดแย้งกันอยู่นั้น ตนมีหน้าที่นำข้อเท็จจริงทั้งหมดมาประมวลผล ร่วมกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อพิจารณาว่าในแต่ละกรณี (แต่ละกรรม) เป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ เนื่องจากคดีฉ้อโกงเป็นความผิดที่ยอมความกันได้ เมื่อผู้กระทำผิดทราบว่ามีการดำเนินคดี จึงมีการเจรจาเคลียร์ค่าเสียหาย ทำให้จำนวนผู้เสียหายยังไม่แน่นอน
อย่างไรก็ตาม แม้ข้อหา “ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ” จะไม่มีระบุไว้โดยตรง แต่หากพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำซ้อนบ่อยครั้ง สามารถนำไปใช้เป็นความผิดมูลฐานในคดีฟอกเงินได้ ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิดทั้งหมด
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า ตำรวจสอบสวนกลางไม่เคยกลั่นแกล้งใคร และตนได้กำชับเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยเคสนี้ตนรับรู้ข้อมูลตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และได้พูดคุยกำชับกับผู้กำกับในขณะนั้น ให้เร่งรัดคดีมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งตนมารับตำแหน่งผู้บัญชาการ ก็มีหลายประเด็นที่ปรากฏเป็นข่าว
ส่วนกรณีที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เรียกทั้งสามฝ่ายมาพบกันนั้น จะทำได้หรือไม่ ประชาชนสามารถดูได้จากสิ่งที่สื่อนำเสนอไป ซึ่งแต่ละฝ่ายพูดไม่ตรงกัน จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
โดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่ามีเซียนพระประสานขอเข้าพบ แต่ทางฝั่งโทนพูดอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งทราบว่าเซียนพระรายดังกล่าวได้มาร้องเรียนที่สอบสวนกลางส่วนหนึ่งแล้ว
ส่วนเรื่องนี้จะกระทบต่อหน้าที่การงานของ “บิ๊กเต่า” หรือไม่นั้น ขณะนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.พหลโยธิน ซึ่งต้องรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ส่วนจะมีการเรียก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มาชี้แจงหรือไม่ เบื้องต้นตนได้เรียกมาพูดคุยแล้ว ซึ่งบิ๊กเต่าได้ชี้แจงข้อมูลเหมือนกับที่ได้แจ้งต่อสื่อมวลชน
สำหรับประเด็นที่ว่าตนรู้สึกร้อนใจหรือไม่ ในฐานะผู้บังคับบัญชาที่ถูกครหาจนทำให้องค์กรเสื่อมเสีย ตนขอยืนยันว่า ในเรื่องคดีความ ตำรวจสอบสวนกลางดำเนินการทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับทั้งฝ่ายผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา ส่วนเรื่องความประพฤติก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งรองเต่าและผู้ที่มาร้องเรียนด้วยเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“เท้ง” นำทีม ปชน. ลุยยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน

ธปท. เชื่อ ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หนุน GDP ไทยปี 69 โต 2.1%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผบช.ก. สั่งลุยต่อคดี “โทน บางแค” จ่อขยายผลฟอกเงิน-ยึดทรัพย์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...