รวบกะเทย ใช้กรรไกร ชิงทรัพย์ นทท.ออสเตรเลีย
THE PATTAYA NEWS
อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 15.04 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 07.19 น. • เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya Newsตำรวจพัทยาร่วมตำรวจท่องเที่ยว รวบกะเทย ใช้กรรไกรแทงชิงทรัพย์ นทท.ออสเตรเลีย
เมื่อเวลา 20.16 น.วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยาพ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.สุเดช อิ่มใจ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ร.ต.อ.อัษฎา จารุสมบัติ รอง สว.ส.ทท4 กก.2 บก.ทท.1 ร.ต.อ.อภิสิทธิ์ พึ่งแย้ม รอง สว.ทท4 กก.2 บก.ทท.1 เปิดเผยว่าได้นำกำลังไปจับกุมผู้กระทำผิดสองรายเป็นเยาวชนคือนายพี อายุ 17 ปี และนายเพียวอายุ 16 ปี พร้อมของกลางเป็นกรรไกร และเงินสดจำนวนหนึ่ง
สืบเนื่องมาจาก เมื่อกลางดึกของวานนี้ (4 พ.ค.) MR. ALIKOSH อายุ 45 ปี สัญชาติออสเตรเลีย ได้เรียกสาวประเภทสอง 2 คน โดยคิดว่าเป็นผู้หญิงแท้ๆ มาหาที่ห้องพักแห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้ กระทั่งทราบว่าเป็นสาวประเภทสอง ก็เกิดมีปากเสียงกัน แล้วได้ผลักตนเองเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนที่หนึ่งในผู้ก่อเหตุได้ใช้ของมีคมแทงเข้าที่ราวนมข้างขวา จนได้รับบาดเจ็บ แล้วชิงเอาเงินสดสกุลต่างประเทศจำนวน 6,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย คิดเป็นเงินไทยประมาณ 140,000 บาท หลังเกิดเหตุตนเองได้เข้ารักษาตัว พร้อมแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสภ. เมืองพัทยา
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้ง ก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจ ตามกำลังลงพื้นที่หาเบาะแสปูพรมล่าตัวคนร้ายทันที จนทราบว่พักอยู่ที่คอนโดฯแห่งหนึ่งไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ จึงนำกำลังบุกเข้าไปจับกุมทั้งสองคนได้ ซึ่งทั้งคู่ให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคือน โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไป” จึงได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุที่ 1 และ 2 ส่ง พงส.สภ.เมืองพัทยา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตามการเกิดเหตุอุกฉกรรจ์ ประสงค์ต่อทรัพย์และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยส่วนใหญ่ผู้ก่อเหตุเป็นสาวประเภทสอง ทำลาย ภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวของพัทยาเป็นอย่างมาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนท่องเที่ยวพัทยา จึงไม่นิ่งนอนใจหามาตรการป้องกันเหตุ แต่บางกรณีเกิดภายในห้องพัก ซึ่งเกินความควบคุม เมื่อเกิดเหตุแล้ว จึงได้เร่งนำกำลังลงพื้นที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริง และติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด