MILKLAB ปักหมุดไทย “ยุทธศาสตร์หลัก” ขยายพอร์ตแพลนต์เบสรับเทรนด์กาแฟสเปเชียลตี้
ผนึกพันธมิตร อโรม่า กรุ๊ป ชิงเค้กตลาดทางเลือกสุขภาพมูลค่าโต 5% รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่และโฮมบาริสต้า ชูจุดแข็งนวัตกรรม Made With Baristas แก้โจทย์รสชาติ-เนื้อสัมผัส มุ่งเจาะเครือข่ายคาเฟ่กว่า 20 ประเทศทั่วโลก วางหมาก Beverage Ecosystem เชื่อมโยงวัฒนธรรมกาแฟเข้ากับไลฟ์สไตล์ชุมชน ดันไทยฮับการเติบโตแห่งอาเซียน
ภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ตลาดเครื่องดื่มทางเลือกจากพืช (Plant-Based) เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในกลุ่มร้านกาแฟระดับพรีเมียมและกาแฟสเปเชียลตี้ ซึ่งต้องการผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่เป็นทางเลือกทดแทนนมวัว แต่ต้องมีคุณสมบัติทางเทคนิคที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์เครื่องดื่มคุณภาพสูง เช่น การสตีมฟองนมที่เนียนนุ่มและการทำลาเต้อาร์ตที่สวยงาม
สำหรับประเทศไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าในปี 2569 ตลาดเครื่องดื่มแพลนต์เบสจะขยายตัวต่อเนื่องราว 5% โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของวัฒนธรรมกาแฟในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งผู้บริโภคเมืองมีรสนิยมที่ซับซ้อนขึ้นและเปิดรับนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในการบริโภคนอกบ้านและการชงดื่มเองในที่พักอาศัย
ในบริบทเศรษฐกิจที่ภาคบริการและคาเฟ่เติบโตอย่างรวดเร็ว MILKLAB แบรนด์เครื่องดื่มแพลนต์เบสอันดับหนึ่งจากออสเตรเลีย ภายใต้การบริหารของ บริษัท นูมิ ลิมิเต็ด (Noumi Limited) จึงประกาศทิศทางกลยุทธ์ปี 2026 โดยใช้ไทยเป็นสปริงบอร์ดสำคัญในการขยายอิทธิพลสู่ภูมิภาคอาเซียน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการระดับพรีเมียมที่ยังคงมีช่องว่างในตลาด
เจาะกลยุทธ์ B2B และ B2C ผ่านพันธมิตรท้องถิ่น
การขับเคลื่อนธุรกิจของ MILKLAB ในไทยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศเครื่องดื่ม (Beverage Ecosystem) ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อย่าง อโรม่า กรุ๊ป (Aroma Group) ผู้นำธุรกิจกาแฟครบวงจร เพื่อเข้าถึงฐานลูกค้าบาริสต้ามืออาชีพและขยายตัวสู่กลุ่มค้าปลีกสำหรับผู้บริโภคทั่วไป
นายไมเคิล เพริช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นูมิ ลิมิเต็ด วิเคราะห์ถึงศักยภาพของตลาดไทยว่า"เราเห็นโมเมนตัมการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดที่มีวัฒนธรรมกาแฟหยั่งรากลึก ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ ด้วยวัฒนธรรมคาเฟ่ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วและความต้องการตัวเลือกเครื่องดื่มระดับพรีเมียมที่เพิ่มขึ้น เราจึงมองเห็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจทั้งในช่องทางร้านกาแฟและค้าปลีก"
นวัตกรรมเพื่อมืออาชีพ: หัวใจของการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด
หัวใจสำคัญที่ทำให้ MILKLAB ต่างจากแบรนด์ทั่วไป คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด "Made With Baristas. Made for You" เพื่อแก้ปัญหาด้านรสชาติและเนื้อสัมผัสที่มักเป็นอุปสรรคของนมจากพืช โดยครอบคลุมทั้งนมอัลมอนด์ โอ๊ต ถั่วเหลือง แมคคาเดเมีย และมะพร้าว ซึ่งประสิทธิภาพในการใช้งานระดับมืออาชีพนี้เองที่เป็นกุญแจสำคัญในการเข้ายึดพื้นที่ในร้านกาแฟสเปเชียลตี้
นายเดนิส เฟลพ์ส ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการดูแลลูกค้า เสริมถึงการเติบโตในเซกเมนต์ใหม่ว่า "วงการกาแฟไทยมีชีวิตชีวาและพัฒนาอย่างรวดเร็ว เรากำลังวางกลยุทธ์ที่ครอบคลุมทั้ง B2B และ B2C เพื่อสร้างโอกาสใหม่ในกลุ่มโฮมบาริสต้า (Home Barista) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว"
3 เสาหลักขับเคลื่อนอาเซียน
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นผู้นำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ MILKLAB วางโรดแมปผ่าน 3 แกนหลัก คือการกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรผู้จัดจำหน่าย การร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟเพื่อพัฒนาการใช้งาน และการสร้างคอมมูนิตี้ผ่านกิจกรรมไลฟ์สไตล์ เช่น คาเฟ่เรฟ (Café Raves) ที่ผสานดนตรีเข้ากับวัฒนธรรมกาแฟ เพื่อเปลี่ยนการดื่มกาแฟให้เป็นประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตผู้คน
ด้าน นายกิจจา วงศ์วารี กรรมการบริหาร บริษัท อโรม่า กรุ๊ป กล่าวถึงการยกระดับอุตสาหกรรมในไทยว่า "ความร่วมมือนี้ช่วยพัฒนาศักยภาพของบาริสต้าไทยและผู้ประกอบการ ให้สามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์เครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพสูง เพื่อตอบสนองรสนิยมและไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ รวมถึงความต้องการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้น"