โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MINT กำไรไตรมาสแรก 649 ล้านบาท โต 56% ท่องเที่ยวฟื้น บริหารต้นทุนหนุนผลงานแกร่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 09.29 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 02.29 น.

MINT กำไรไตรมาส 1/69 พุ่ง 56% แตะ 649 ล้านบาท กำไรหลักจากการดำเนินงานโต 189% อานิสงส์ท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะยุโรป ไทย และมัลดีฟส์ บริหารต้นทุนและงบดุลอย่างมีวินัย เดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรม-ร้านอาหารผ่านโมเดล Asset-Light

วันที่ 13 พ.ค.2569 บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 แข็งแกร่ง โดยมีกำไรหลักจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 189% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 145 ล้านบาท เทียบกับ 50 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2568 แม้ไตรมาสแรกจะเป็นช่วงนอกฤดูกาลของธุรกิจโรงแรมในยุโรปตามฤดูกาล

ขณะที่กำไรสุทธิตามงบการเงินเพิ่มขึ้น 56% อยู่ที่ 649 ล้านบาท ได้รับแรงหนุนจากผลกระทบเชิงบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน สะท้อนความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มธุรกิจระดับโลก ความต้องการเดินทางที่ยังเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงการควบคุมต้นทุนและบริหารงบดุลอย่างมีประสิทธิภาพ

MINT ระบุว่า แม้ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งในอิหร่าน แต่ธุรกิจยังได้รับแรงสนับสนุนจากความแข็งแกร่งของแบรนด์ ช่องทางการขายตรง โปรแกรมสมาชิก และการดำเนินงานอย่างมีวินัย ขณะเดียวกันต้นทุนทางการเงินที่ลดลงยังช่วยเสริมความสามารถในการทำกำไร

ด้านธุรกิจโรงแรม ภายใต้ Minor Hotels ยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยผลขาดทุนตามฤดูกาลลดลงเหลือ 501 ล้านบาท จาก 595 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิตามงบการเงินลดลงเหลือ 107 ล้านบาท จาก 228 ล้านบาท

จุดเด่นสำคัญมาจากการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) ในหลายภูมิภาค ทั้งยุโรปและอเมริกาที่เติบโต 7% ประเทศไทยเติบโต 15% และมัลดีฟส์เติบโต 9% จากอุปสงค์การท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะตลาดยุโรปและนักท่องเที่ยวระยะไกล

ในไตรมาสที่ผ่านมา ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังเดินหน้ากลยุทธ์ Asset-Light อย่างต่อเนื่อง ผ่านการเปิดโรงแรมใหม่ในประเทศไทย โอมาน โครเอเชีย และสโลวีเนีย รวมถึงลงนามข้อตกลงบริหารโรงแรมเพิ่มเติมในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐฯ อินเดีย อียิปต์ และออสเตรเลีย ภายใต้แบรนด์ Anantara และ Avani

นอกจากนี้ บริษัทยังเร่งลงทุนด้านดิจิทัลและ AI ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลระดับโลก ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในปี 2569 เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพเชิงพาณิชย์ในทุกแบรนด์

ส่วนธุรกิจอาหาร ภายใต้ Minor Food ยังคงรักษาผลประกอบการได้แข็งแกร่ง โดยกำไรหลักจากการดำเนินงานอยู่ที่ 646 ล้านบาท แม้เผชิญการแข่งขันและกำลังซื้อที่ชะลอตัวในหลายตลาด

แบรนด์สำคัญอย่าง GAGA, Bonchon, Dairy Queen, Swensen’s และ Burger King ยังคงสร้างการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมได้ดี จากการพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง

นาย ดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MINT กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่ยังมีแนวโน้มการจองล่วงหน้าที่ดี

นายดิลลิป กล่าวอีกว่า บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การเสริมความแข็งแกร่งของอัตรากำไร และการบริหารงบดุล พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Asset-Light (โมเดลธุรกิจที่ “ลงทุนถือครองสินทรัพย์เองน้อย” แต่ใช้วิธีบริหาร จ้างบริหาร หรือทำแฟรนไชส์แทน) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ตั้งเป้าลงนามสัญญารับจ้างบริหารโรงแรม (HMA) ราว 30 สัญญาในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขณะที่ไมเนอร์ ฟู้ด เดินหน้าขยายสาขาร้านอาหารต่อเนื่อง โดยเปิดร้านใหม่เกือบ 20 สาขาในไตรมาสแรก ตอกย้ำศักยภาพการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...