KGEN โรงงานดันหมื่นล. รัฐหนุนอีวี-งบจ่อพลิกโดด
#KGEN #ทันหุ้น – KGEN เดินเครื่องโรงงาน Chery Group OMODA & JAECOOวางเฟสแรกผลิต 5 หมื่นคัน ดันรายได้ 3 หมื่นล้าน ชูยอดจองมอเตอร์โชว์สูง 2.3 หมื่นคัน สะท้อนความนิยม แบรนด์แข็งแกร่ง ชี้โรงงานเสริมความมั่นใจด้านอะไหล่ ขณะที่นโยบายรัฐทั้งการให้สินเชื่อซื้ออีวี และให้ราชการเปลี่ยนเป็นอีวีหนุน
วานนี้ (20 เม.ย.)Chery Group ร่วมกับ OMODA & JAECOO ประเทศไทย จัดพิธีเฉลิมฉลองการเปิดโรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่(NEV) อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “The Future Starts Here” ตอกย้ำความมุ่งมั่นระยะยาวในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ด้านการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ การนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาประยุกต์ใช้ และการเติบโตอย่างยั่งยืนในภูมิภาค
นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานที่ปรึกษา บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า การเปิดตัวโรงงานครั้งนี้นับจะช่วยผลัดดันผลประกอบการให้กับบริษัทได้ เนื่องจาก KGEN ได้มีความร่วมมือกับChery ในการเข้าถือหุ้นสัดส่วนของโรงงานดังกล่าวขึ้น60% และมีสัดส่วนการถือหุ้นในส่วนของผู้จัดจำหน่ายประมาณ 25% โดยโรงงานผลิตรถยนต์นั่งดังกล่าวมีข้อได้เปรียบจากการลงทุนที่คุ้มค่า งบประมาณที่ไม่สูงเกินไปแต่สามารถสร้างผลผลิต (Output) ได้ในปริมาณมาก โดยในเฟส 1 โรงงานได้รับการออกแบบให้มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 50,000 คันต่อปี และมีศักยภาพในการขยายกำลังการผลิต (Ramp up) เพิ่มเป็น 80,000 คัน จนถึงระดับสูงสุดที่ 100,000 คันต่อปี
เมื่อพิจารณาจากภาพรวมรายได้ หากบริษัทสามารถดำเนินการผลิตได้ตามเป้าหมายเฟสแรกที่ 50,000 คัน โดยสมมติราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่คันละ 700,000 บาท จะส่งผลให้มีรายได้ระดับ 35,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขรายได้ที่จะยกระดับสถานะทางการเงินของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ผลกำไรจะเป็นไปตามสัดส่วนการถือหุ้นที่บริษัทมีอยู่ในโรงงานผลิต ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความเชื่อมั่นในผลประกอบการคือ “ยอดจอง” ในช่วงงานมอเตอร์โชว์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมียอดจองที่ได้รับ23,000 คัน
“บริษัทได้ผ่านช่วงเวลา 1 ปีแห่งการลงทุนสร้างรากฐานมาแล้วกว่า 1 ปี และขณะนี้กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเริ่มเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการลงทุนดังกล่าว ดังนั้นเชื่อว่าปีนี้ผลประกอบการของ KGEN มีโอกาสที่จะพลิกกลับมาเป็นกำไร”
@ ดีมานด์ทะลัก-รัฐหนุน
นายคณิสสร์ กล่าวว่า สาเหตุที่แบรนด์ Chery OMODA และJAECOO ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามนั้น มาจากกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่ต่อเนื่องมากว่า 1 ปี ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยทั้งในด้านราคา สมรรถนะ และรูปลักษณ์ที่ดูหรูหราในราคาที่จับต้องได้ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าคุ้มค่าและคืนทุนเร็วจากการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า
นอกจากนี้บริษัทยังได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการเปลี่ยนรถยนต์ราชการให้เป็นรถ EV โดยเฉพาะกลุ่มรถตู้ ซึ่งปัจจุบันผู้บริหารระดับสูงในรัฐบาลเริ่มหันมาใช้รถของบริษัทเป็นแบบอย่างแล้ว รวมถึงโครงการ “รถเก่าแลกรถ EV ใหม่” ที่กำหนดเงื่อนไขว่ารถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการต้องผลิตภายในประเทศไทยเท่านั้น และมีการสนับสนุนสินเชื่อให้ผู้บริโภค ดังนั้นKGEN มีความพร้อมอย่างมากในการส่งมอบรถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานในไทยสู่ตลาด
นายคณิสสร์ กล่าวด้วยว่า การมีฐานการผลิตในประเทศยังช่วยให้ KGEN มีข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน สามารถสำรองอะไหล่และชิ้นส่วนต่างๆ (Assembly) ได้อย่างครบถ้วน ส่งผลให้งานบริการหลังการขาย และการซ่อมบำรุงทำได้รวดเร็วขึ้น และเมื่อสามารถหาชิ้นส่วนอะไหล่ได้ง่ายขึ้นภายในประเทศ คาดว่าจะส่งผลดีต่อเนื่องไปถึงอัตราค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่จะปรับตัวลดลงตามไปด้วย
@ ศูนย์กลางการส่งออก
สำหรับเป้าหมายของโรงงานแห่งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจำหน่ายในประเทศไทยเท่านั้น เนื่องจาก โรงงานแห่งนี้จะเป็นฐานการส่งออกที่สำคัญของ Chery ซึ่งเป็นบริษัทที่มีสถิติยอดส่งออกรถยนต์จีนเป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องมาถึง 23 ปี โดยในปีที่ผ่านมามีการส่งออกรถไปทั่วโลกกว่า 1.6 ล้านคัน เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตของโรงงานในไทยที่อยู่ในระดับหลักแสนคัน บริษัทจึงมองเห็นโอกาสในการส่งออกรถยนต์ไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน เช่น เวียดนาม และอินโดนีเซีย เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Zone) โดยแผนการส่งออกจะเริ่มต้นหลังจากที่สามารถตอบสนองความต้องการในประเทศไทยที่มีอยู่เป็นจำนวนมากได้เพียงพอแล้ว
@KGENพลิกโดดเป้า 2 บาท
นายมงคล พ่วงเภตรา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า การที่KGEN เปิดโรงงานนับเป็นวันแห่งการรอคอย หลังจากได้เฝ้ารอความคืบหน้าเรื่องโรงงานแห่งนี้มาเป็นเวลานาน ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนผลประกอบการ จากเดิมที่KGEN ต้องเผชิญกับสภาวะขาดทุนมาโดยตลอดในช่วงที่มีการลงทุน แต่หลังจากที่โรงงานเริ่มดำเนินการ ผลประกอบการจะเริ่มพลิกกลับมาค่อยๆ ดีขึ้น โดยมีโอกาสที่ราคาหุ้น KGEN จะไปที่ระดับ 2 บาท จากผลประกอบการในปีนี้ที่จะกลับมาดี นอกจากนี้ยังได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนของภาครัฐทั้งการเปลี่ยนรถราชการเป็นอีวี